CIRCULAR ECONOMY

One Bangkok x SCG บริหารการก่อสร้างแบบยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน

15 กรกฎาคม 2564…MOU ของ Circular Economy มี 2 ฉบับ 1 การนำเศษคอนกรีตจากการตัดเสาหัวเข็มที่เหลือใช้มารีไซเคิล เพื่อผลิตผนังหล่อสำเร็จรูปและนำมาใช้ในโครงการ อีก 1 คือ การพัฒนาแผนการจัดการขยะและมลพิษจากการก่อสร้างโครงการแบบองค์รวม

ปณต สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด และ นิธิ ภัทรโชค กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง ในด้านการบริหารการก่อสร้างแบบยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนผู้พัฒนาในโครงการ “วัน แบงค็อก” One Bangkok

ปณต ย้ำถึงโครงการระดับมาสเตอร์พีซที่กำหนดมาตรฐานใหม่ในด้านการออกแบบ คุณภาพ ความยั่งยืน และการใช้ชีวิตอย่างสมดุลในประเทศไทย จึง คัดสรรพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ซึ่งเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในด้านศักยภาพ ความเชี่ยวชาญ คุณภาพ และความน่าเชื่อถืออันโดดเด่น ได้ร่วมมือกับเอสซีจี ภายใต้วิสัยทัศน์ร่วมกันในการสร้างคุณค่าด้วยการวางแนวปฏิบัติด้านการก่อสร้างที่ยั่งยืนภายใต้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน

“ความร่วมมือกับเอสซีจีครั้งนี้ ช่วยให้เรามั่นใจได้ว่าจะสามารถดูแลจัดการเศษวัสดุจากการก่อสร้างอย่างยั่งยืน และมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมตลอดการพัฒนาและการดำเนินการของโครงการ วัน แบงค็อก สอดคล้องกับปณิธานของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด ที่ลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero Carbon ภายในปี พ.ศ. 2593 ตามเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่กำหนดขึ้นเพื่อใช้ขับเคลื่อนธุรกิจ โดยการบูรณาการแนวทางปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมเข้าไปยังห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมด นับตั้งแต่การลงทุน ไปจนถึงการออกแบบ การพัฒนา และการดำเนินงาน โดยมุ่งเน้นที่การลดคาร์บอน การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีที่ทันสมัย”

นิธิ กล่าวถึงการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมก่อสร้างในปัจจุบัน ส่งผลให้เศษวัสดุเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมก่อสร้างมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เอสซีจี ในฐานะผู้ผลิตและจัดจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้นำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการ คิดค้นสูตรส่วนผสมใหม่ในการผลิตแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูปจากคอนกรีตที่เหลือใช้ ที่นำมาจากการก่อสร้างในโครงการวัน แบงค็อก เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศษวัสดุเหลือทิ้ง รวมถึงเป็นความร่วมมือในการพัฒนาแผนการจัดการขยะจากการก่อสร้างโครงการแบบองค์รวม

กระบวนการรีไซเคิลเศษวัสดุก่อสร้างในโครงการวัน แบงค็อก ได้นำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ในการจัดการ ซึ่งเป็นความร่วมมือกับทาง CPAC Smart Structure และ CPAC Construction Solution ภายใต้เอสซีจี โดยนำเทคโนโลยีในการบดย่อยหัวเสาเข็มที่เหมาะกับการก่อสร้างกลับมาใช้ใหม่ ในรูปแบบการผลิตแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูปจากโรงงานของ CPAC Smart Structure ผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายโดย เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น เพื่อนำไปสร้างส่วนหน้าอาคารและผนังอาคารในโครงการวัน แบงค็อก

ผนัง Precast มีต้นทางมาจากหัวเข็ม ก่อนการตัดเป็นเศษคอนกรีตจากเสาหัวเข็มนำไปบดย่อย ณ โครงการวัน แบงค็อก

การวางแผนการจัดการของเสียอย่างยั่งยืนนี้ มีเป้าหมายเพื่อลดขยะและฝุ่นจากการก่อสร้าง โดยการนำเศษวัสดุจากการก่อสร้างกลับมาใช้ใหม่ รวมทั้งกำหนดวิธีการก่อสร้างที่สามารถรื้อถอนในภายหลังได้ และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์และวัสดุก่อสร้างที่สร้างขยะน้อยลง ตลอดจนทำให้สามารถลดการใช้ทรัพยากรคน ลดเศษคอนกรีตที่หน้างาน ลดฝุ่นละอองที่เกิดจากการก่อสร้าง จากกระบวนการดังกล่าวช่วยลดก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 5.94 ตันหรือเทียบเท่ากับปริมาณการผลิตก๊าซออกซิเจนจากต้นไม้ 540 ต้น

อีกหนึ่งความร่วมมือที่ยังคงคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญคือการพัฒนาแผนการจัดการขยะและมลพิษจากการก่อสร้างโครงการแบบองค์รวม โดยวัน แบงค็อกได้ร่วมกับเอสซีจี ซึ่งมี CPAC Construction Solution และบริษัท ขอร์ รีไซเคิล จำกัด เป็นผู้ดูแลการจัดการคัดแยกขยะต่าง ๆ ทั้งขยะจากการก่อสร้าง ขยะอันตราย และเศษอาหารอย่างเป็นระบบ โดยนำเทคโนโลยีการแสดงผลข้อมูลตามเวลาจริง ทำให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถติดตามจำนวนขยะที่เกิดขึ้นในแต่ละวันเพื่อนำไปบริหารจัดการให้ไซต์ก่อสร้างมุ่งสู่แนวคิดขยะเป็นศูนย์ได้สำเร็จ

ความร่วมมือระหว่างโครงการวัน แบงค็อก และ เอสซีจี ครั้งนี้ ยังมุ่งแก้ปัญหาทรัพยากรส่วนเกินและด้อยมูลค่าที่เกิดจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมการก่อสร้าง และปัญหาการจัดการวัสดุเหลือใช้จากการสร้างอาคาร ซึ่งถือเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ในโลกปัจจุบัน แนวทางการดำเนินการจากการร่วมมือกันนี้จะช่วยยกระดับให้อุตสาหกรรมการก่อสร้างมีความยั่งยืนมากขึ้นและเดินหน้าสู่เส้นทางเศรษฐกิจหมุนเวียน

 

You Might Also Like