สิงหาคม 1,2026…SD Perspectives เปิดคอลัมน์ใหม่ “จิ๋วแต่แจ๋ว : Small is Beautiful” เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของผู้ประกอบการธุรกิจรายเล็ก (Small & Micro Small) ที่สร้างผลกระทบด้านความยั่งยืนได้จริง แม้จะไม่มีงบประมาณมหาศาล ไม่มีรายงาน ESG หนาหลายร้อยหน้า และไม่มีทีมงานขนาดใหญ่
ความยั่งยืนอาจเริ่มต้นจากสิ่งที่เรียบง่ายกว่านั้น นั่นคือ “การไม่เอาเปรียบใคร” และการออกแบบธุรกิจที่ทำให้ทั้งผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมเติบโตไปพร้อมกัน
หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจคือ The Yard Hostel ธุรกิจโฮสเทล กลางซอยอารีย์ เข้าที่ซอยพหลโยธิน 5 จะใกล้กว่า ทั้งในรูปแบบการเดิน ขี่จักรยาน พี่วิน แท็กซี่ หรือขับรถไปเอง

จากวิศวกรสู่ผู้ประกอบการ
ที่อยาก “กำหนดชีวิตตัวเอง”
ก่อนเปิด The Yard “ส้มเล็ก” อติพร สังข์เจริญ ทำงานเป็นวิศวกรบริษัทอสังหาริมทรัพย์มานานกว่า 13 ปี แต่ชีวิตการทำงานที่เต็มไปด้วยความเครียดเริ่มส่งผลต่อสุขภาพ จนทำให้เธอตัดสินใจลาออกจากงานประจำเมื่อเกือบ 12 ปีก่อน เพื่อค้นหาวิถีชีวิตที่สามารถกำหนดทิศทางได้ด้วยตัวเอง

ก่อนหน้านั้น เธอทำธุรกิจร้านเสื้อผ้าร่วมกับ “ส้มใหญ่” อมรรัตน์ อมรศิริชัยรัตน์ มาแล้ว 7 ปี โดยจุดเริ่มต้นเกิดจากปัญหาส่วนตัวที่หาเสื้อผ้าขนาดเล็กใส่ได้ยาก จนพัฒนาเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ แต่เมื่อทำมาระยะหนึ่งกลับพบว่าตัวเองเริ่มหมดความสนุกและไม่สามารถสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ได้อีก
“จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อส้มเริ่มจัดกิจกรรมให้ชาวต่างชาติผ่านแพลตฟอร์มจากเนเธอร์แลนด์ และได้รับการตอบรับดีเกินคาด แขกจำนวนมากเริ่มถามหาที่พัก จนกลายเป็นแนวคิดในการเปิดโฮสเทล แม้ในเวลานั้นจะไม่มีความรู้เรื่องธุรกิจโรงแรมเลยก็ตาม”
เธอเลือกเช่าพื้นที่ว่าง จะเรียกว่ารกร้างก็คงไม่ผิด ย่านอารีย์ (ก็คือพื้นที่ทำธุรกิจปัจจุบันนี้) ซึ่งเมื่อกว่า 10 ปีก่อนแทบไม่มีนักท่องเที่ยว ต่างจากสุขุมวิทหรือถนนข้าวสาร

“เพราะเชื่อว่า นักเดินทางบางกลุ่ม กำลังมองหาประสบการณ์ที่แตกต่าง และเชื่อมโยงกับชีวิตจริงของคนในเมืองมากกว่าแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์”
จากโฮสเทลขนาด 44 เตียง The Yard Bangkok เติบโตจนมีทั้งห้องพักรวมและห้องพักส่วนตัว รองรับผู้เข้าพักได้ 74 คน ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันขยายไปที่ The Yard Chiang Mai โฮสเทลและวิลล่าสไตล์ล้านนา ในย่านเมืองเก่า ซอย 12 ถนนพระปกเกล้า (ห่างจากอนุสาวรีย์สามกษัตริย์เดินเพียง 6 นาที) ซึ่งเปิดมาได้ราว 1 ปีครึ่ง สามารถรองรับแขกได้อีก 88 คน มีห้องพักส่วนตัว 16 ห้อง และเตียงพักรวม 56 เตียง โดยปี 2025 ซึ่งเป็นปีแรกของการดำเนินงานเต็มปี มีอัตราการเข้าพักที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง รวมสองสาขารับแขกกว่า 150 คนต่อวัน

“ส้มไม่ได้รีบขยายสาขา แม้จะมีแขกถามอยู่เสมอว่า “มี The Yard ที่อื่นอีกไหม” ใช้เวลากว่า 2 ปี เดินทางไปเชียงใหม่เพื่อหาพื้นที่ที่ “ใช่” จนกระทั่งพบที่ดินกลางคูเมืองเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ห่างจากประตูท่าแพเพียง 7-8 นาที แต่กลับเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ บ่อน้ำ และความร่มรื่น จนรู้สึกเหมือนสถานที่แห่งนี้ รอเราอยู่”
The Yard Chiang Mai เปิดให้บริการช่วงปลายปี 2024 และกลายเป็นสาขาที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ESG ในแบบ “ส้ม The Yard”
ที่เรียกว่า “ไม่เอาเปรียบใคร”
แม้ในการเป็นเจ้าของ The Yard จะไม่เคยเริ่มต้นด้วยคำว่า ESG แต่ส้มได้รับอิทธิพลจากองค์กรเดิมที่ให้ความสำคัญกับเรื่องความยั่งยืน และค่อย ๆ พัฒนาแนวคิดของตัวเองขึ้นมา
“สำหรับส้ม ESG ไม่ใช่ศัพท์ทางธุรกิจที่ซับซ้อน แต่หมายถึงการ “ไม่เอาเปรียบและใจดีกับผู้อื่น” รวมถึงการเคารพพื้นที่ สิ่งแวดล้อม และผู้คนรอบตัว”
แนวคิดนี้สะท้อนอยู่ในทุกส่วนของธุรกิจ ตั้งแต่การเลือกใช้ตู้คอนเทนเนอร์มือสองแทนการก่อสร้างใหม่ การนำเฟอร์นิเจอร์มือสองกลับมาใช้งาน ไปจนถึงการออกแบบพื้นที่ให้เรียบง่ายและใช้งานได้จริงมากกว่าการตกแต่งเพื่อความหรูหรา
แม้แต่ชื่อ “The Yard” ก็มีความหมายมากกว่าคำว่าสนามหรือพื้นที่ว่าง เพราะยังเล่นคำกับคำว่า “ญาติ” ในภาษาไทย สื่อถึงแนวคิดการต้อนรับผู้คนจากหลากหลายเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรมเหมือนสมาชิกในครอบครัวเดียวกัน
ความยั่งยืนช่วยลดต้นทุน
ไม่ใช่เพิ่มต้นทุน
หนึ่งในบทเรียนสำคัญของ The Yard คือ หลายมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมไม่ได้สร้างภาระต้นทุนเพิ่ม แต่กลับช่วยให้ธุรกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ตัวอย่างชัดเจนคือ การยกเลิกน้ำดื่มบรรจุขวดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว โดยเปลี่ยนเป็นระบบเติมน้ำ และให้แขกยืมขวดแทน ในกรณีที่แขกไม่ได้พกกระติกน้ำหรือแก้วส่วนตัวมา ส่งผลให้ธุรกิจประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 400,000 บาทต่อปี พร้อมลดขยะพลาสติกจำนวนมาก และที่มากกว่านั้นเท่าที่สังเกตระหว่างคุยคือ แขกของ The Yard พกกระติกน้ำส่วนตัวทุกคน ! ดื่มน้ำหมดไม่ต้องสั่งเพิ่ม เดินไปเติมน้ำฟรี

สัมกล่าวต่อเนื่อง เช่นเดียวกับอาหารเช้า ที่ The Yard เปลี่ยนจากบุฟเฟต์มาเป็นการเสิร์ฟรายบุคคล สามารถเติมได้ไม่อั้น วิธีนี้ช่วยลด Food Waste ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันยังควบคุมต้นทุนได้ดีกว่าเดิม พร้อมสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้แขกอีกด้วย
“โยเกิร์ตและแยมจำนวนหนึ่งทำเอง ขณะที่กาแฟและชาที่เลือกใช้มาจากผู้ประกอบการรายเล็ก เช่น Akha Ama, Laliart และ Arak ซึ่งช่วยกระจายรายได้สู่ธุรกิจท้องถิ่นโดยตรง”

แม้จะขยายสาขา แต่แนวคิดของ The Yard ไม่เปลี่ยน ส้มเลือกใช้วัตถุดิบและผู้ประกอบการในพื้นที่เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นกาแฟจาก Akha Ama นมจาก Chiang Mai Fresh Milk หรือชาจากผู้ผลิตในแม่แตง เพราะเชื่อว่าการใช้สินค้าท้องถิ่นไม่ได้ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น หากเลือกและบริหารอย่างเหมาะสม ตรงกันข้ามกลับช่วยสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการรายเล็กให้เติบโตไปด้วยกัน
“ส้มเรียกสิ่งนี้ว่า “การเล่นเกมด้วยกติกาของตัวเอง” คือไม่แข่งขันแบบธุรกิจทั่วไป แต่สร้างคุณค่าร่วมกับผู้คนในพื้นที่ จนทำให้ The Yard เชียงใหม่ไม่ได้เป็นเพียงโรงแรมอีกแห่ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นที่เติบโตไปพร้อมกับชุมชน”
ธุรกิจ”จิ๋ว”
แต่ “ไม่คิดแค่ตัวเองรอด”
อีกสิ่งที่ทำให้ The Yard แตกต่าง คือการมองว่า “ความสำเร็จของธุรกิจ” ไม่ได้วัดจากผลประกอบการของเจ้าของเพียงคนเดียว มองการพัฒนาพนักงานในระยะยาว
แม้ธุรกิจบริการส่วนใหญ่จะพยายามรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กรให้นานที่สุด แต่ “ส้ม” กลับ “มองต่าง” ออกไป เธอเชื่อว่าหากพนักงานอยู่ในที่เดิมนานเกินไป โดยไม่มีโอกาสเติบโต ก็อาจกลายเป็นการจำกัดศักยภาพของคนทำงาน

“ระบบทำงาน 4 วัน หยุด 4 วัน และการจัดที่พักให้พนักงานเพื่อลดภาระการเดินทางแล้ว สนับสนุนให้พนักงานได้เรียนรู้ เติบโต และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมก็พร้อมผลักดันให้ก้าวออกไปสร้างเส้นทางของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดธุรกิจหรือทำงานในสายอาชีพใหม่ โดยยังคงรักษาความสัมพันธ์เหมือนครอบครัว หลายคนที่ลาออกไปแล้วยังคงกลับมาเยี่ยมเยียน The Yard อยู่เสมอ และบางคนยังกลับมาทำธุรกิจร่วมกันในฐานะพาร์ตเนอร์”
นอกจากนี้ ในมุมสวัสดิการ ไม่ใช่แค่เงินเดือน ไม่ใช่รางวัล แต่คือ “ประสบการณ์ชีวิต”โดยตั้งใจพาทีมงานเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศร่วมกัน เพราะเชื่อว่าหลายคนไม่เคยมีโอกาสออกนอกประเทศมาก่อน จะเป็นการเปิดมุมมองใหม่ ๆ ให้กับคนทำงาน และอาจกลายเป็นแรงบันดาลใจให้พวกเขากล้าฝันและสร้างเส้นทางของตัวเองในอนาคต แม้ในวันที่ไม่ได้ทำงานกับ The Yard แล้วก็ตาม
“ส้มยังเชิญอดีตพนักงานรุ่นแรกที่ลาออกไปแล้วกลับมาร่วมทริปต่างประเทศด้วย เพราะมองว่าพวกเขาคือคนที่ร่วมฝ่าช่วงเวลาที่ยากลำบากของธุรกิจในยุคเริ่มต้น จึงอยากตอบแทนในฐานะ ‘สวัสดิการย้อนหลัง’ มากกว่าจะจำกัดสิทธิ์เฉพาะพนักงานปัจจุบัน”
อีกแนวคิดที่สะท้อนการลงทุนกับ “คน” ของ The Yard คือการเปิดพื้นที่ด้านหน้าของโฮสเทลให้พนักงานหรือทีมงานที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองเข้ามาเช่าพื้นที่เปิดร้าน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ บาร์ หรือธุรกิจขนาดเล็ก โดยมองว่าเป็นอีกเส้นทางหนึ่งของการเติบโตหลังจากทำงานในองค์กร

“การให้เช่าไม่ได้หมายถึงการช่วยเหลือจนขาดหลักธุรกิจ แต่คิดค่าเช่าตามต้นทุนจริง เพื่อให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่เรียนรู้การบริหารต้นทุน และทำธุรกิจอย่างยั่งยืน หากคิดค่าเช่าต่ำเกินไปก็จะทำให้เข้าใจโครงสร้างต้นทุนผิดตั้งแต่เริ่มต้น”
ส้มอธิบายต่อเนื่อง พนักงานที่ออกไปเปิดกิจการไม่ได้หายไปจากระบบนิเวศของ The Yard แต่เพียงเปลี่ยนบทบาทจาก “พนักงาน” มาเป็น “ผู้ประกอบการ” แขกที่เคยพักยังได้พบกับทีมงานหน้าเดิม ทำให้เกิดความรู้สึกคุ้นเคยและเหมือนกลับมาบ้าน ส่งผลดีต่อทั้งประสบการณ์ลูกค้าและธุรกิจในระยะยาว
นอกจากนี้ The Yard ยังเลือกผู้เช่าพื้นที่จากแนวคิดและคุณค่าที่สอดคล้องกันมากกว่าผลตอบแทนสูงสุด ส้มย้ำว่า หากผู้เช่าไม่ใส่ใจผลกระทบต่อเพื่อนบ้านหรือชุมชน แม้จะเสนอค่าเช่าสูงกว่า ก็จะไม่รับ เพราะต้องการสร้างธุรกิจที่อยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน
แนวคิดนี้สะท้อนมุมมองที่ว่า การรักษาคนเก่งไม่ได้หมายถึงการทำให้ทุกคนอยู่กับองค์กรตลอดไป แต่คือการช่วยให้พวกเขาเติบโตไปสู่เป้าหมายของตัวเอง …Human Capital
Best for Forest
เมื่อกำไรเชื่อมโยงกับป่าไม้
อีกตัวอย่างที่สะท้อนแนวคิด People–Planet–Profit คือโครงการ Best for Forest
ส้มอธิบายว่า เมื่อแขกจองห้องพักโดยตรงกับ The Yard เงินค่าคอมมิชชันส่วนหนึ่งที่ธุรกิจไม่ต้องจ่ายให้แพลตฟอร์มออนไลน์ จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 7% เป็นส่วนลดให้แขก 7% สนับสนุนชุมชนป่าแป๋ จังหวัดลำพูน ในการป้องกันไฟป่าและติดตั้งระบบ IoT ตรวจจับไฟ และอีก 7% เป็นรายได้ของธุรกิจ
โมเดลนี้แสดงให้เห็นว่า ธุรกิจขนาดจิ๋ว ก็สามารถออกแบบกลไกทางเศรษฐกิจที่สร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอการบริจาคจากองค์กรขนาดใหญ่
เกือบไม่รอด
แต่ไม่ทิ้งความเชื่อ
เส้นทางของ The Yard ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ในปี 2018 แม้โฮสเทลจะมีแขกเข้าพักเต็ม แต่ต้นทุนทางการเงินจากการนำทรัพย์สินส่วนตัวไปค้ำประกันเงินกู้กลับทำให้ธุรกิจแทบไม่เหลือกำไร ส้มต้องเรียนรู้เรื่องการเงินและการบริหารต้นทุนอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก
ต่อมาในช่วง COVID-19 ธุรกิจท่องเที่ยวเกือบหยุดชะงัก The Yard ต้องเปลี่ยนห้องพักเป็นออฟฟิศให้เช่า เปิดรถพุ่มพวงขายผักออร์แกนิก และสร้างกิจกรรมใหม่ ๆ เพื่อให้ชุมชนยังมีชีวิตชีวา ขณะเดียวกันก็ต้องใช้เงินทุนส่วนตัวและลดค่าใช้จ่ายทุกทางเพื่อรักษาธุรกิจไว้
แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน คือความเชื่อว่า People, Planet และ Profit ต้องเดินไปพร้อมกัน
เมื่อ “จิ๋ว” กลายเป็นข้อได้เปรียบ
สำหรับส้ม ความเล็กไม่ใช่ข้อจำกัด แต่เป็นจุดแข็ง
“ธุรกิจขนาดเล็กสามารถตัดสินใจได้เร็ว ปรับตัวได้ไว และทดลองสิ่งใหม่ได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการอนุมัติที่ซับซ้อน นั่นคือเหตุผลที่ The Yard สามารถอยู่รอดผ่านวิกฤตต่าง ๆ และเติบโตจากโฮสเทลเล็ก ๆ ในอารีย์ สู่ธุรกิจที่มีผลกระทบต่อผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมในวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ”
อย่างไรก็ตาม ตลอด 11 ปีของการดำเนินธุรกิจ The Yard ส้มมองว่าสิ่งที่ผู้ประกอบการรายเล็กต้องการ ไม่ใช่สิทธิพิเศษ แต่คือ “กติกาที่เข้าใจคนตัวเล็ก” ปัจจุบันกฎหมายหลายฉบับยังถูกออกแบบบนเงื่อนไขของธุรกิจขนาดใหญ่ ทั้งเรื่องอาคาร ที่จอดรถ และข้อกำหนดต่าง ๆ ทำให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กจำนวนมากไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้
นอกจากนี้ สิ่งที่ SMEs ต้องการมากกว่ามาตรการระยะสั้น คือ Direction ของประเทศที่ชัดเจน เพื่อให้สามารถวางแผนลงทุนและพัฒนาธุรกิจได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ทุกครั้งที่นโยบายเปลี่ยน พร้อมทั้งมีระบบสนับสนุนที่เข้าถึงง่าย เพราะหลายครั้งเมื่อยื่นเรื่องกับหน่วยงานรัฐหรือสถาบันการเงินแล้วถูกตีกลับ ความหวังของผู้ประกอบการรายเล็กก็หมดลงไปพร้อมกัน

“สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ ส้มเชื่อว่าคนตัวเล็กไม่ควรถูกมองเป็นเพียงผู้รับความช่วยเหลือ แต่ควรถูกมองเป็น Ecosystem ที่สามารถเติบโตไปด้วยกันได้ เหมือนกับที่ The Yard เลือกทำงานกับผู้ประกอบการท้องถิ่น เปิดพื้นที่ให้ธุรกิจรายย่อย และเชื่อว่าความยั่งยืนไม่ใช่ภาระของ SMEs แต่เป็นวิธีคิดที่ทำให้ People, Planet และ Profit เดินไปพร้อมกัน”
ส้มกล่าวในท้ายที่สุด หากองค์กรใหญ่เปิดโอกาสให้ธุรกิจรายเล็กเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่คุณค่า ถ่ายทอดองค์ความรู้ และสร้างความสัมพันธ์แบบเติบโตร่วมกัน จะทำให้ระบบเศรษฐกิจมีความแข็งแรงและยั่งยืนกว่าการเติบโตของผู้เล่นรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย
สำหรับคอลัมน์ “จิ๋วแต่แจ๋ว : Small is Beautiful” สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่จำนวนเตียงหรือรายได้ แต่คือการพิสูจน์ว่า ผู้ประกอบการรายเล็กสามารถสร้างโมเดลธุรกิจที่คิดถึงคน โลก และกำไรได้พร้อมกัน
เพราะบางครั้ง การเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุด อาจเริ่มต้นจากธุรกิจที่เล็กที่สุดก็ได้
SD Perspectives | Thailand’s Sustainability & Business Strategy Media
สำนักข่าวและสื่อวิเคราะห์ด้าน Sustainability และ Business Strategy ของประเทศไทย นำเสนอข่าวสาร บทวิเคราะห์ และประเด็นสำคัญด้าน ESG, Nature & Biodiversity, Sustainable Finance, Business Strategy และ DEI เพื่อช่วยผู้บริหาร นักลงทุน และองค์กรไทย เข้าใจความเสี่ยง โอกาส และทิศทางการแข่งขันใหม่ของโลกธุรกิจในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม




