สิงหาคม 28,2026…ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดมุมมองผ่านบทสนทนาแบบ Q&A กับนักศึกษาCEIP 2026 ตั้งแต่เส้นทางเริ่มต้นทำงาน โอกาสใหม่ของ AI Transformer การทำงานร่วมกับ AI Agent ไปจนถึงคุณสมบัติสำคัญที่อยู่เหนือทุกยุคสมัย “การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง” และ “วินัยในการเรียนรู้”
ภายใต้แนวคิด“องค์กรแห่งโอกาส” เอสซีจีมุ่งส่งเสริม ‘โอกาสในการเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพ’ สำหรับกลุ่มนักศึกษา ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่จะเติบโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต จึงได้จัดกิจกรรม “ChinaExcellent Internship Program 2026 (CEIP 2026) ขึ้นมาเป็นครั้งแรกในปีนี้ โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาไทยและจีนที่มีศักยภาพ ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ทำงานจริงในองค์กรชั้นนำ โดยมีผู้เชี่ยวชาญและพี่เลี้ยงให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด และสามารถพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในอนาคต เช่น บริหารธุรกิจ บริหารจัดการ และการนำเสนอ ผ่านการฝึกงานจริงเป็นระยะเวลา 2 เดือน ควบคู่กับกิจกรรมเสริมสร้างประสบการณ์และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย–จีน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การทำงานในระดับสากล
ในวัน Farewell กับนักศึกษาในโครงการ CEIP 2026บางส่วนที่ยังไม่ได้กลับไปเรียน ได้มีโอกาสพูดคุยกับ CEO เอสซีจี ในบรรยากาศสบาย ๆ บนชั้น 22 เอสซีจี อาคาร 100 ปี

หากย้อนกลับไปเป็นคนหนุ่มและเริ่มทำงานกับเอสซีจี จะเลือกทำงานในฝ่ายใด เพราะอะไร?
CEIP 2026: หากคุณย้อนกลับไปเป็นตัวเองในวัยหนุ่ม และกำลังเริ่มต้นทำงานกับเอสซีจี คุณจะเลือกทำงานในฝ่ายใด และเพราะอะไร?
CEO: จริง ๆ แล้ว เริ่มต้นจากฝ่ายใดในเอสซีจีก็ได้ เพราะเรามีระบบหมุนเวียนงาน ผมรู้จักผู้บริหารรุ่นพี่คนหนึ่งที่เริ่มต้นจากการเป็นเลขานุการ ก่อนจะเติบโตขึ้นเป็นหัวหน้าธุรกิจไฮโดรคาร์บอนในกลุ่มธุรกิจเคมิคอล ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญมาก
ในเอสซีจีไม่มีข้อจำกัดว่าคุณเริ่มต้นจากตำแหน่งใด หากต้องการเรียนรู้และกล้ารับความท้าทาย คุณสามารถเติบโตและกำหนดเส้นทางของตัวเองได้
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผมอยากแนะนำให้เรียนรู้คือ AI และไม่ใช่เพียงการใช้ AI เท่านั้น เพราะขณะนี้เรากำลังนำ AI โดยเฉพาะ Physical AI และหุ่นยนต์อุตสาหกรรมมาใช้ในโรงงาน สายการผลิตแบบเดิมอาจต้องใช้พนักงานประมาณ 90–100 คน แต่สายการผลิตใหม่อาจเหลือเพียง 4 คน นั่นหมายความว่างานเดิมอาจหายไปประมาณ 90% ซึ่งเป็นเรื่องน่ากังวลสำหรับคนรุ่นใหม่
แต่สิ่งที่หลายคนยังไม่เข้าใจคือ ขณะเดียวกัน AI ก็กำลังสร้างงานใหม่ขึ้นมาประมาณ 20–30% เพราะระบบ AI และ Automation ต้องได้รับการเรียนรู้ ปรับปรุง และอัปเดตอยู่เสมอ เทคโนโลยี AI เปลี่ยนแปลงเร็วมาก สิ่งที่ติดตั้งในวันนี้อาจต้องอัปเกรดในเดือนหน้า และหากรอสามเดือนก็อาจล้าสมัยไปแล้ว
เราจึงต้องการบุคลากรกลุ่ม AI Transformer มาทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ระดับลึก หรือ AI Deep Cap ผู้เชี่ยวชาญด้านการเขียนโปรแกรม Data Analytics และคณิตศาสตร์เชิงลึกอาจคิดเป็นประมาณ 10–15% ของงานใหม่ ขณะที่งานประมาณ 40–50% จะอยู่ในกลุ่ม AI Transformer
ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เราประเมินว่าจะต้องการคนทำหน้าที่ AI Transformer ราว 2,000 ตำแหน่ง คนกลุ่มนี้อาจไม่จำเป็นต้องเขียนโปรแกรม AI ขั้นสูง แต่ต้องสามารถคิดกระบวนการทำงานใหม่ แปลความสามารถของ AI และนำไปสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง

เอสซีจีมีกลยุทธ์รับมือการทำงานร่วมกับ AI Agent อย่างไร?
CEIP 2026: ปัจจุบันบริษัทขนาดใหญ่จำนวนมากกำลังพัฒนา AI Agent เพื่อทำงานแทนหรือเป็นเครื่องมือช่วยคน รวมทั้งสร้างระบบที่ AI Agent ทำงานร่วมกับ AI Agent ในอนาคตเราอาจไม่ได้ส่งผลงานให้เพื่อนร่วมงานโดยตรง แต่อาจส่งให้ Agent และรับความคิดเห็นกลับมา คุณมีมุมมองต่อสภาพแวดล้อมการทำงานลักษณะนี้อย่างไร และเอสซีจีมีกลยุทธ์อย่างไร?
CEO: แน่นอนว่าเราจะต้องทำงานร่วมกับ AI Agent และวิธีการทำงานของเราจะต้องเปลี่ยนไป ในอนาคตแต่ละคนอาจมี AI Agent ประมาณ 5–10 ตัวทำงานให้ตลอด 24 ชั่วโมง ทำงานได้เร็วกว่ามนุษย์ 10 เท่าหรืออาจถึง 100 เท่า เปรียบเสมือนเรามี Superman หรือ Superwoman หลายคนช่วยทำงาน
แต่ AI Agent เหล่านี้ยังต้องได้รับการประเมินผลงาน ฝึกฝน และอัปเกรด เพราะทุกเดือนอาจมี Agent รุ่นใหม่ที่เก่งกว่าเดิมเกิดขึ้น เมื่อ Agent ตัวใดทำงานไม่ผ่านการประเมิน เราจะต้องมี AI Facilitator เข้ามาปรับปรุงหรืออัปเกรดระบบ
ผู้ใช้งานจะมีหน้าที่บริหาร AI Agent หลายตัว นำข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจ และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ ส่วนอีกทีมหนึ่งจะดูแลโครงสร้างพื้นฐาน โมเดลข้อมูล ระบบคลาวด์ การปรับปรุง Agent ตลอดจนบริหารต้นทุนของ AI ซึ่งในอนาคตอาจมีราคาแพงขึ้น งานใหม่จึงกำลังเกิดขึ้นในหลายด้าน
ขณะนี้เอสซีจีนำ AI มาใช้แล้วประมาณ 570 โครงการ และสร้างประโยชน์ทางธุรกิจประมาณ 700 ล้านบาท แต่โครงการเหล่านี้ยังเป็นการขับเคลื่อนจากระดับล่างขึ้นบน โดยเปิดโอกาสให้พนักงานคิดและนำ AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ พร้อมวัดผลผลิตเทียบกับต้นทุน
ขณะเดียวกัน เราเพิ่งอนุมัติการเปลี่ยนผ่านองค์กรด้วย AI จากระดับบนลงล่าง ซึ่งจะทยอยดำเนินการในช่วง 10 ปีข้างหน้า งานในอนาคตจึงมีหลายรูปแบบ ทั้งผู้สร้างรายได้ด้วย AI ผู้ปรับปรุงกระบวนการ ผู้ดูแลระบบพื้นฐานและผู้เชี่ยวชาญระดับลึก ตลอดจนผู้ดูแลการลงทุนและจังหวะการนำ AI มาใช้
ผมอยากให้มองว่าอนาคตไม่ได้เลวร้ายทั้งหมด แม้งานเดิมจำนวนมากจะลดลง แต่จะมีงานใหม่เกิดขึ้น หากประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นจาก AI สูงกว่าจำนวนงานที่หายไป เราก็อาจชดเชยผลกระทบด้านการจ้างงานได้ นี่คือเหตุผลที่เอสซีจีให้ความสำคัญกับแนวทาง Responsible AI โดยคำนึงถึงผลกระทบด้านการจ้างงานของคนรุ่นใหม่ด้วย

คุณค่า การฝึกฝน หรือนิสัยใดนำไปสู่ความสำเร็จในอาชีพ?
CEIP 2026: คุณช่วยแนะนำคุณค่าหรือหลักคิดสำคัญที่ทำให้คุณประสบความสำเร็จในอาชีพได้หรือไม่ รวมถึงการฝึกฝนหรือนิสัยใดที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อเส้นทางการทำงานของคุณมากที่สุด?
CEO:สภาพแวดล้อมเมื่อกว่า 30 ปีก่อนแตกต่างจากวันนี้อย่างสิ้นเชิง ตอนที่ผมเริ่มทำงาน เศรษฐกิจไทยเติบโตประมาณ 6% ต่อปี แต่วันนี้ไทยอาจเติบโตประมาณ 2% ขณะที่อาเซียนยังมีโอกาสเติบโตประมาณ 6% ดังนั้น คนรุ่นใหม่ไม่สามารถเดินตามเส้นทางเดียวกับผมได้ เพราะบริบทเปลี่ยนไปแล้ว
แต่สิ่งหนึ่งที่อยู่เหนือกาลเวลาและทุกสถานการณ์คือ การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
ผมเรียนจบวิศวกรรมไฟฟ้าและคิดว่าจะทำงานด้านไฟฟ้า แต่งานแรกกลับเป็นวิศวกรการผลิตปูนซีเมนต์ ผมจึงต้องศึกษาด้านเทคโนโลยีปูนซีเมนต์ใหม่ทั้งหมด แม้จะใช้เวลาเรียนวิศวกรรมไฟฟ้ามาสี่ปี แต่ผมต้องใช้เวลาอีกหกเดือนเรียนเรื่องปูนซีเมนต์อย่างจริงจัง
จากนั้นผมย้ายไปทำงานด้านวิศวกรรมซ่อมบำรุงไฟฟ้า งานโครงการ และได้รับทุนจากเอสซีจีไปเรียน MBA ช่วงแรกผมไม่เข้าใจสิ่งที่อาจารย์สอน จนอาจารย์แนะนำให้กลับไปอ่านหนังสือพื้นฐานก่อนแล้วค่อยกลับมาเรียนใหม่
หลังเรียนจบ MBA ผมไปทำงานด้านไอที จากไอทีย้ายไปพัฒนาธุรกิจ ไปทำงานที่เวียดนาม ก่อนจะเป็น CFO ของกลุ่มธุรกิจ ดูแลหน่วยธุรกิจ และต่อมาเป็น CEO

หากผมหยุดเรียนรู้และยืนยันว่าเรียนจบวิศวกรรมไฟฟ้าแล้วต้องทำงานเป็นวิศวกรไฟฟ้าเท่านั้น ผมก็คงติดอยู่กับที่ แต่เมื่อเราเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เราก็สามารถเติบโตและเดินไปสู่บทบาทใหม่ได้
คนรุ่นใหม่อาจต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลงที่เร็วกว่าสมัยผมถึง 10 เท่า สิ่งที่ผมใช้เวลาเรียนรู้ตลอด 35–36 ปี คนรุ่นใหม่อาจต้องเรียนรู้ทั้งหมดภายใน 10 ปี โดยมี AI เป็นตัวช่วย ดังนั้น ในยุค AI ความสามารถในการเรียนรู้จะยิ่งสำคัญขึ้น
อย่าหยุดเรียนรู้ และอย่าคิดว่า “ฉันไม่ชอบเรื่องนี้” หรือ “ฉันเรียนเรื่องนี้ไม่ได้” เพราะจริง ๆ แล้วคนเราสามารถเรียนรู้ได้ทุกอย่าง หากต้องการเรียน
อีกสิ่งสำคัญคือ วินัยในการเรียนรู้ คนที่สามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิตล้วนมีวินัยในการเรียนรู้ ส่วนคนที่เรียนรู้ไม่ได้ ไม่ใช่เพราะมี IQ ต่ำ แต่เป็นเพราะขาดวินัย หากเรากำหนดสิ่งที่ต้องการเรียนรู้และวางกระบวนการไว้อย่างชัดเจน เราก็สามารถเรียนรู้เรื่องนั้นได้
Farewell : China Excellent Internship Program (CEIP)
SD Perspectives | Thailand’s Sustainability & Business Strategy Media
สำนักข่าวและสื่อวิเคราะห์ด้าน Sustainability และ Business Strategy ของประเทศไทย นำเสนอข่าวสาร บทวิเคราะห์ และประเด็นสำคัญด้าน ESG, Nature & Biodiversity, Sustainable Finance, Business Strategy และ DEI เพื่อช่วยผู้บริหาร นักลงทุน และองค์กรไทย เข้าใจความเสี่ยง โอกาส และทิศทางการแข่งขันใหม่ของโลกธุรกิจในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม



