พฤษภาคม 19,2026…ท่ามกลางกระแส Sustainability ที่ภาคธุรกิจทั่วโลกให้ความสำคัญ ซีรีส์ GL(Girls’Love) เรื่อง “ลัลล์ไม่ชอบไวน์ Enemies With Benefits” จาก GMMTV และทีมผลิต SNAP25 นำประเด็น CSR และการปลูกป่าเพื่อ PR มาตั้งคำถามตรง ๆ ผ่านบทสนทนายาวกว่า 10 นาที ใน EP.3

ถือเป็นการขยายเนื้อหาจากนวนิยายของนามปากกานักเขียน “เสือดาวหิมะ” ที่ให้ความสำคัญกับประเด็นสิ่งแวดล้อมเชิงโครงสร้าง ตั้งแต่ ภาพลักษณ์องค์กร, การปลูกป่าโดยไม่เข้าใจระบบนิเวศเช่น “ดิน” ไปจนถึงความสัมพันธ์ระหว่าง “ภาพลักษณ์องค์กร” กับ “ยอดขาย” สะท้อนอีกด้านของ CSR ไทยที่ไม่ค่อยถูกพูดตรง ๆ ในละครและซีรีส์กระแสหลักไทย

เส้นเรื่อง 2 นางเอก ทำงานบริษัทเดียวกันคือ ลัลล์ หัวหน้าแผนกขาย และ ไวน์ หัวหน้าแผนกบัญชี เส้นเรื่องในนวนิยายจึงมีฉากไปทำกิจกรรม CSR
กิจกรรม CSR ถูกนำมาถ่ายทอดขยายความกลายเป็นอีก 1 ซีนยาวเกือบ 13 นาทีในฉบับซีรีส์โดย GMMTV และทีมผู้ผลิต SNAP 25 นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทีมผลิต แทรก “ประเด็นสังคม” เข้าไปในซีรีส์ โดยก่อนหน้านี้เคยมีการพูดถึง Universal Design (SDGs11) บนทางเท้าในกทม.สำหรับผู้พิกาารทางสายตา, การใช้กระติกน้ำ และกล่องข้าว เพื่อต้องการสื่อสารเรื่องลดขยะในซีรีส์เรื่อง “Pluto นิทาน ดวงดาว ความรัก” ซึ่งสะท้อนวิธีคิดแบบ “Lifestyle Sustainability” ที่พยายามทำให้ประเด็นความยั่งยืนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน มากกว่าการสื่อสารเชิงรณรงค์แบบตรงไปตรงมา

ซีนนี้มาถึง “ตอนนี้ทางผมได้ภาพครบแล้วนะครับ จริง ๆ ท่านประธานกลับแล้วด้วย จบงานได้เลยครับ” นิว พีอาร์บริษัทในเรื่องบอกออกาไนเซอร์ “ขอบคุณคุณนิวมากนะครับ อันนี้ผมขอไปเคลียร์ต้นไม้ก่อนครับ”

ลัลล์มองเห็นภาพและได้ยินเสียง จึงคุยกับหัวหน้า HR ว่า “ลัลล์ก็พอจะรู้นะคะว่า CSR หลาย ๆ ที่เขาทำไปอย่างนั้นแหละ แต่พอมาเห็นกับตา มันก็รู้สึกแปลกแปลกไงไม่รู้ พอได้ภาพทำข่าวแล้ว เขาขุดต้นไม้กลับหมด” หัวหน้า HR พูดต่อ “ก็ดูดินพวกนี้ที่เตรียมมาสิ มันก็ไม่ได้เหมาะกับปลูกต้นไม้พวกนี้เท่าไหร่หรอก ออแกไนซ์เจ้านี้ เขาก็ทำแบบนี้ทุกปีแหละ”
ลัลล์: คุณนิวคะลัลล์ ขอถามอะไร เป็นความรู้หน่อยได้มั้ยคะ ทำไมเราถึงเลือกการปลูกป่าเป็น CSR คะ แค่อยากรู้ ว่าพวกเวลาแรงงานที่เราเสียไป มันได้อะไรกลับคืนมาบ้าง
นิว: ได้ภาพไงครับ ยิ่งภาพลักษณ์ของบริษัทเราดูดีเท่าไหร่เนี่ย คุณลัลล์ก็ยิ่งขายของได้ง่ายขึ้นเท่านั้น เรื่องนี้คุณลัลล์น่าจะรู้ดีที่สุดไม่ใช่หรอครับ

ลัลล์: รู้ค่ะ งานของคุณนิว คือการดูแลภาพลักษณ์บริษัท แต่ว่ามันไม่มีกิจกรรมอย่างอื่นเลยหรอคะ ที่มันจะสร้างประโยชน์ให้กับบริษัทจริง ๆ
นิว: กิจกรรมนี้แหละครับ ประหยัดงบประมาณ ใช้เวลาน้อยแล้วก็สื่อสารให้ชัดเจน เสียดายนะครับ ที่คุณลัลล์ไม่ได้อยู่ทีมพีอาร์ หรือว่าชวนคุณลัลล์เข้าทีมพีอาร์ดี เราจะได้มา Discuss กันไงครับว่าปีหน้าทำกิจกรรมอะไรดี

ไวน์เดินมาเรียกลัลล์ออกไป พร้อมฝ่ายหลังบ่นว่า “ยังเถียงกันไม่จบเลย เรารู้นะว่า การทำ CSR มันก็คือการพีอาร์เนี่ยแหละ แต่ใครจะไปคิดว่า มันถอนออกแบบนี้เลย อยากกลับมาดูด้วยกัน ว่ามันโตขึ้นจริงเปล่า” ฝ่ายแรกจึงบอกต่อว่า “จริง ๆ แล้วไวน์ก็ไม่เห็นด้วยกับการปลูกป่าแบบนี้หรอก ก็พื้นที่ดินเดิมจะเป็นยังไง ต้นไม้จะโตมั้ย จะทำลายระบบนิเวศเดิมรึเปล่า เขาก็ไม่ได้แคร์ ทำอย่างนี้ ย้ายใส่กระถางแล้ว เดี๋ยวเอากลับไปปลูกที่บ้านให้นะ ส่วนต้นนี้ไว้ครบปีแล้วจะชวนไปดูนะ”
นับเป็นบทสนทนาในซีรีส์แตะประเด็นที่ลึกกว่า “ปลูกต้นไม้” เช่น
การใช้ CSR เป็นเครื่องมือ PR
การปลูกป่าโดยไม่เข้าใจระบบนิเวศ
การทำกิจกรรมระยะสั้นเพื่อ “ถ่ายภาพรายงาน”
ความสัมพันธ์ระหว่างภาพลักษณ์องค์กรกับยอดขาย
ทั้งหมดนี้คือประเด็นที่เกิดขึ้นจริงในโลกธุรกิจปัจจุบัน และไม่ค่อยถูกพูดตรง ๆ ในละคร-ซีรีส์กระแสหลักไทย
ท้ายที่สุด สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่เพียงการหยิบ “CSR” มาเป็นฉากในซีรีส์ แต่คือการเปิดพื้นที่ให้ผู้ชมตั้งคำถามต่อความหมายของความยั่งยืน ผ่านบทสนทนาที่พูดถึงตั้งแต่ภาพลักษณ์องค์กร การปลูกป่า ไปจนถึง “ดิน” และระบบนิเวศ ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ไม่ค่อยถูกกล่าวถึงในละครหรือซีรีส์กระแสหลักไทย
ขณะเดียวกัน คำถามที่ซีรีส์ทิ้งไว้ อาจสำคัญกว่าคำตอบ นั่นคือ ภาคธุรกิจไทยจะก้าวข้าม CSR แบบ “จัดฉากเพื่อภาพลักษณ์” ไปสู่การสร้างผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่เกิดขึ้นจริงได้อย่างไร



