ซีรีส์ GL ลัลล์ไม่ชอบไวน์ Enemies With Benefits ตั้งคำถาม CSR ไทย กับการปลูกป่าเพื่อภาพลักษณ์ ผ่านฉากปลูกต้นไม้และบทสนทนาเรื่องความยั่งยืน โดย SD Perspectives : Sustainability & Brand Strategy Media in Thailand ซีรีส์ GL ลัลล์ไม่ชอบไวน์ Enemies With Benefits ตั้งคำถาม CSR ไทย กับการปลูกป่าเพื่อภาพลักษณ์ ผ่านฉากปลูกต้นไม้และบทสนทนาเรื่องความยั่งยืน โดย SD Perspectives : Sustainability & Brand Strategy Media in Thailand

ซีรีส์ “ลัลล์ไม่ชอบไวน์ Enemies With Benefits” มุม CSR

“การปลูกป่าเพื่อภาพลักษณ์”
นักแสดงนำ พลอยชมพู ศุภทรัพย์ ,ปริยพิชญ์

ถือเป็นการขยายเนื้อหาจากนวนิยายของนามปากกานักเขียน “เสือดาวหิมะ” ที่ให้ความสำคัญกับประเด็นสิ่งแวดล้อมเชิงโครงสร้าง ตั้งแต่ ภาพลักษณ์องค์กร, การปลูกป่าโดยไม่เข้าใจระบบนิเวศเช่น “ดิน” ไปจนถึงความสัมพันธ์ระหว่าง “ภาพลักษณ์องค์กร” กับ “ยอดขาย” สะท้อนอีกด้านของ CSR ไทยที่ไม่ค่อยถูกพูดตรง ๆ ในละครและซีรีส์กระแสหลักไทย

ตัวอย่างบางช่วง

กิจกรรม CSR ถูกนำมาถ่ายทอดขยายความกลายเป็นอีก 1 ซีนยาวเกือบ 13 นาทีในฉบับซีรีส์โดย GMMTV และทีมผู้ผลิต SNAP 25 นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทีมผลิต แทรก “ประเด็นสังคม” เข้าไปในซีรีส์ โดยก่อนหน้านี้เคยมีการพูดถึง Universal Design (SDGs11) บนทางเท้าในกทม.สำหรับผู้พิกาารทางสายตา, การใช้กระติกน้ำ และกล่องข้าว เพื่อต้องการสื่อสารเรื่องลดขยะในซีรีส์เรื่อง “Pluto นิทาน ดวงดาว ความรัก” ซึ่งสะท้อนวิธีคิดแบบ “Lifestyle Sustainability” ที่พยายามทำให้ประเด็นความยั่งยืนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน มากกว่าการสื่อสารเชิงรณรงค์แบบตรงไปตรงมา

ตัวอย่างบางช่วง

ซีนนี้มาถึง “ตอนนี้ทางผมได้ภาพครบแล้วนะครับ จริง ๆ ท่านประธานกลับแล้วด้วย จบงานได้เลยครับ” นิว พีอาร์บริษัทในเรื่องบอกออกาไนเซอร์ “ขอบคุณคุณนิวมากนะครับ อันนี้ผมขอไปเคลียร์ต้นไม้ก่อนครับ”

ตัวอย่างบางช่วง

ลัลล์มองเห็นภาพและได้ยินเสียง จึงคุยกับหัวหน้า HR ว่า “ลัลล์ก็พอจะรู้นะคะว่า CSR หลาย ๆ ที่เขาทำไปอย่างนั้นแหละ แต่พอมาเห็นกับตา มันก็รู้สึกแปลกแปลกไงไม่รู้ พอได้ภาพทำข่าวแล้ว เขาขุดต้นไม้กลับหมด” หัวหน้า HR พูดต่อ ก็ดูดินพวกนี้ที่เตรียมมาสิ มันก็ไม่ได้เหมาะกับปลูกต้นไม้พวกนี้เท่าไหร่หรอก ออแกไนซ์เจ้านี้ เขาก็ทำแบบนี้ทุกปีแหละ”

ลัลล์: คุณนิวคะลัลล์ ขอถามอะไร เป็นความรู้หน่อยได้มั้ยคะ ทำไมเราถึงเลือกการปลูกป่าเป็น CSR คะ แค่อยากรู้ ว่าพวกเวลาแรงงานที่เราเสียไป มันได้อะไรกลับคืนมาบ้าง

นิว: ได้ภาพไงครับ ยิ่งภาพลักษณ์ของบริษัทเราดูดีเท่าไหร่เนี่ย คุณลัลล์ก็ยิ่งขายของได้ง่ายขึ้นเท่านั้น เรื่องนี้คุณลัลล์น่าจะรู้ดีที่สุดไม่ใช่หรอครับ

ตัวอย่างบางช่วง

ลัลล์: รู้ค่ะ งานของคุณนิว คือการดูแลภาพลักษณ์บริษัท แต่ว่ามันไม่มีกิจกรรมอย่างอื่นเลยหรอคะ ที่มันจะสร้างประโยชน์ให้กับบริษัทจริง ๆ

นิว: กิจกรรมนี้แหละครับ ประหยัดงบประมาณ ใช้เวลาน้อยแล้วก็สื่อสารให้ชัดเจน เสียดายนะครับ ที่คุณลัลล์ไม่ได้อยู่ทีมพีอาร์ หรือว่าชวนคุณลัลล์เข้าทีมพีอาร์ดี เราจะได้มา Discuss กันไงครับว่าปีหน้าทำกิจกรรมอะไรดี

ตัวอย่างบางช่วง

ไวน์เดินมาเรียกลัลล์ออกไป พร้อมฝ่ายหลังบ่นว่า “ยังเถียงกันไม่จบเลย เรารู้นะว่า การทำ CSR มันก็คือการพีอาร์เนี่ยแหละ แต่ใครจะไปคิดว่า มันถอนออกแบบนี้เลย อยากกลับมาดูด้วยกัน ว่ามันโตขึ้นจริงเปล่า” ฝ่ายแรกจึงบอกต่อว่า “จริง ๆ แล้วไวน์ก็ไม่เห็นด้วยกับการปลูกป่าแบบนี้หรอก ก็พื้นที่ดินเดิมจะเป็นยังไง ต้นไม้จะโตมั้ย จะทำลายระบบนิเวศเดิมรึเปล่า เขาก็ไม่ได้แคร์ ทำอย่างนี้ ย้ายใส่กระถางแล้ว เดี๋ยวเอากลับไปปลูกที่บ้านให้นะ ส่วนต้นนี้ไว้ครบปีแล้วจะชวนไปดูนะ”

ทั้งหมดนี้คือประเด็นที่เกิดขึ้นจริงในโลกธุรกิจปัจจุบัน และไม่ค่อยถูกพูดตรง ๆ ในละคร-ซีรีส์กระแสหลักไทย

ท้ายที่สุด สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่เพียงการหยิบ “CSR” มาเป็นฉากในซีรีส์ แต่คือการเปิดพื้นที่ให้ผู้ชมตั้งคำถามต่อความหมายของความยั่งยืน ผ่านบทสนทนาที่พูดถึงตั้งแต่ภาพลักษณ์องค์กร การปลูกป่า ไปจนถึง “ดิน” และระบบนิเวศ ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ไม่ค่อยถูกกล่าวถึงในละครหรือซีรีส์กระแสหลักไทย

ขณะเดียวกัน คำถามที่ซีรีส์ทิ้งไว้ อาจสำคัญกว่าคำตอบ นั่นคือ ภาคธุรกิจไทยจะก้าวข้าม CSR แบบ “จัดฉากเพื่อภาพลักษณ์” ไปสู่การสร้างผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่เกิดขึ้นจริงได้อย่างไร