ทรู คอร์ปอเรชั่น เผย “3Zero” ด้วย AI x ขับเคลื่อนชุมชนสู่ความยั่งยืน
26 พฤศจิกายน 2567...Zero Touch, Zero Wait, Zero Trouble" เพื่อยกระดับโครงข่ายสู่ความทันสมัย รองรับการเติบโตของผู้ใช้งาน 5G และพัฒนาประสบการณ์ลูกค้า พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนาชุมชนและสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ
Carbon Markets Club เซ็น MoC 4 สมาคมตลาดคาร์บอนแห่งอาเซียน
25 พฤศจิกายน 2567…กรอบการดำเนินงานตลาดคาร์บอนร่วมอาเซียน สมาคมตลาดคาร์บอน 5 แห่งจากประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และอาเซียน เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศในระดับโลก
ไม่มีใครไร้เดียงสา 3 เหตุผลที่ทรัมป์ต้องแก้ภาวะโลกร้อน
22-24 พฤศจิกายน 2567…1.แรงผลักดันจากตลาดทุน 75 แห่งบริษัทใหญ่ (CVC) กลายมาเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นในพื้นที่ดังกล่าว 2. แรงกดดันจากการเมือง เงินที่ลงทุนด้านนี้ ส่วนหนึ่งจะเข้าสู่เขตเลือกตั้งพรรครีพับลิกัน 3.สร้างชุมชนคนทำงานสิ่งแวดล้อม
GC x OR x TG เร่งสร้าง SAF หรือ “เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน” เข้าตลาด
21 พฤศจิกายน 2567…ตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอุตสาหกรรมการบินให้สอดคล้องกับมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) และสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทยภายในพ.ศ.2608
SCGC ทุ่ม 23,000 ล้านบาท นวัตกรรมวัตถุดิบก๊าซอีเทน @LSP เสริมแกร่งธุรกิจ พลิกเกมช่วงปิโตรเคมีขาลง
20 พฤศจิกายน 2567…นับเป็นการลงทุนครั้งใหญ่เพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจปิโตรเคมีในภูมิภาค สามารถใช้วัตถุดิบก๊าซอีเทนจากสหรัฐอเมริกา โดยมีต้นทุนที่ต่ำลง และเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบ
SCGC พัฒนาบรรจุภัณฑ์บำรุงผิวรีไซเคิล 100% ครั้งแรกในอาเซียน
19 พฤศจิกายน 2567… เอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC) ร่วมกับ ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย เปิดตัวนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์รีไซเคิล 100% สำหรับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเป็นครั้งแรกในอาเซียน โดยใช้นวัตกรรมเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง
ความจริงที่โหดร้ายคือยุโรปกําลังร้อนขึ้นเร็วเป็น 2 เท่า ถ้าค้าขายด้วย ผู้ประกอบการไทยต้องเตรียมรับมือ
18 พฤศจิกายน 2567…กรรมาธิการเนเธอร์แลนด์ให้คํามั่นว่าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 90% ภายในปี 2040 โดยจะไม่เปลี่ยนเดดไลน์เรื่องการเลิกใช้รถยนต์เบนซินและดีเซล
ยักษ์ใหญ่โลกหนุนงบแก้โลกเดือดเป็น 5 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่ม 2 เท่าจากช่วง 5 ปีก่อน
17 พฤศจิกายน 2567…บริษัทต่าง ๆ เห็นโอกาสทางธุรกิจจากการรับมือกับภาวะโลกเดือดมากกว่าที่เคย บรรดาธุรกิจใหญ่ที่สุดในโลกคาดว่าจะได้รับ 5,000 ล้านดอลลาร์












