ฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ดูแลกลุ่มธุรกิจลูกค้าบุคคล ทีทีบี เปิดโมเดล "โค้ชปลดหนี้" ขับเคลื่อนตัว S ใน ESG ผ่าน Financial Health Check เพื่อยกระดับสุขภาพการเงินของมนุษย์เงินเดือน ฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ดูแลกลุ่มธุรกิจลูกค้าบุคคล ทีทีบี เปิดโมเดล "โค้ชปลดหนี้" ขับเคลื่อนตัว S ใน ESG ผ่าน Financial Health Check เพื่อยกระดับสุขภาพการเงินของมนุษย์เงินเดือน

ttb ขับเคลื่อนตัว S ใน ESG ผ่าน “โค้ชปลดหนี้”

ยกระดับ Financial Health มนุษย์เงินเดือน

กรกฎาคม 4,2026…ฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ดูแลกลุ่มธุรกิจลูกค้าบุคคล ทีทีบี เจาะอินไซต์ “โค้ชปลดหนี้” จาก ttb เป็นโมเดลฟื้นฟูเสาหลักด้าน Social (ESG) ที่ไม่ใช่อุ้มหนี้แทน แต่เปลี่ยนพฤติกรรม-สร้างภูมิคุ้มกัน ดันกระแสเงินสดพลิกเป็นบวกแล้ว 56% พร้อมตั้งเป้าขยายผลสู่แพลตฟอร์มสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมไทย

ในการขับเคลื่อนองค์กรตามกรอบความยั่งยืนหรือ ESG มิติด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) มักเป็นสปอตไลท์หลักที่ได้รับการพูดถึง ทว่าการซ่อมแซมและยกระดับคุณภาพชีวิตของมนุษย์เงินเดือนในมิติด้านสังคม (Social หรือตัว S) กลับเป็นรากฐานสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

ธนาคาร ttb โดยฐากร ได้จุดประกายโมเดลการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยการส่งโครงการ “โค้ชปลดหนี้” ลงสนามแก้วิกฤตหนี้ครัวเรือนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่กิจกรรมช่วยเหลือสังคมทั่วไป แต่เป็นกรอบการดำเนินงานด้าน Social Framework ที่มุ่งซ่อมแซมพฤติกรรมและสร้างความมั่นคงทางใจให้แก่ผู้คนในสังคมอย่างแท้จริง

หัวใจสำคัญของโครงการนี้เริ่มต้นจากการสร้างเครื่องมือเชิงรุกอย่างระบบ ttb Financial Health Check แพลตฟอร์มออนไลน์ที่เปิดให้พนักงานและประชาชนเข้ามาประเมินสุขภาพการเงินของตนเอง โดยระบบจะคัดกรองความเสี่ยงออกเป็นเฉดสี ซึ่งผู้ที่อยู่ในกลุ่มสีเหลือง ส้ม และแดง จะได้รับคำแนะนำพร้อมหลักสูตรการเงินออนไลน์เพื่อปรับทัศนคติเบื้องต้น โดยเฉพาะกลุ่มสีแดงที่มีสถานะโคม่าหรือติดลบหนัก จะได้รับสิทธิ์จองคิวออนไลน์เพื่อเข้าสู่กระบวนการ Mentor ตัวต่อตัวกับโค้ชปลดหนี้

“กระบวนการนี้จะดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่การสร้างความไว้วางใจเพื่อรับฟังปัญหารอบด้าน ซึ่งเป็น Sad Story เนื่องจากอินไซต์พบว่าลูกหนี้มักมีความเครียดสูง และปิดบังปัญหาต่อคนรอบข้าง ก่อนที่โค้ชจะนำข้อมูลทั้งหมดไปวิเคราะห์นอกรอบเพื่อวางแผนเยียวยาในนัดครั้งต่อ ๆ ไป โดยโค้ชจะมีคำถามที่ขาดไม่ได้คือ มีหนทางหารายได้ทางอื่นเพิ่มอีกไหม”

ปรัชญาการทำงานของ ttb ในโครงการนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่า โค้ชไม่ได้ทำหน้าที่ “แก้หนี้แทน” หรือนำเงินก้อนไปถมหนี้เก่า แต่ทำหน้าที่เป็น Mentor คอยประกบให้ลูกหนี้ลงมือทำด้วยตนเอง ตั้งแต่การวิเคราะห์สถานะ การวางแผนรายรับ-รายจ่าย การจัดลำดับความสำคัญในการปิดหนี้ก้อนที่มีดอกเบี้ยสูง ตลอดจนแนะนำแนวทางการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้และการหารายได้เสริม

“ตัวโค้ชเองก็ได้รับการคัดเลือกอย่างเข้มงวด โดยเป็นพนักงานจิตอาสาของ ttb ที่ต้องผ่านการอบรม 4 วันเต็มและสอบผ่านการรับรอง ที่สำคัญตัวโค้ชต้องมีผลตรวจสุขภาพการเงินอยู่ใน “กลุ่มสีเขียว” เท่านั้น โดยมีกลุ่ม Super Coach ซึ่งเป็นอดีตผู้บริหารระดับสูงหรือ CFO คอยให้คำปรึกษาหลังบ้านเพื่อประคับประคองการทำงานอย่างมืออาชีพ”

จากโมเดลทดลองใช้จริง โครงการโค้ชปลดหนี้ได้สร้างผลลัพธ์เชิงบวกที่สะท้อนการ “ชุบชีวิต” ทางการเงินอย่างเห็นได้ชัด ปัจจุบันมีผู้เข้ารับการตรวจสุขภาพการเงินออนไลน์แล้วกว่า 144,000 คน และมีพนักงานจิตอาสาที่เติบโตไปเป็นโค้ชแล้ว 110 คน ซึ่งได้ให้คำปรึกษาเชิงลึกไปแล้วประมาณ 560 เคส

Screenshot

“ผลลัพธ์ที่น่าทึ่งคือกว่า 56% ของผู้เข้ารับคำปรึกษา สามารถปรับพฤติกรรมจนพลิกกลับมามีกระแสเงินสด หรือ Cash Flow เป็นบวกได้สำเร็จจากเดิมที่ติดลบ สำหรับเป้าหมายภายในปีนี้ ttb ตั้งเป้าหมายสูงสุดในการเข้าช่วยเหลือลูกค้าให้ได้ครบ 1,000 ราย ซึ่งปัจจุบันสำเร็จไปแล้ว 560 ราย ทำให้เหลือภารกิจส่งท้ายปีอีกประมาณ 440 รายที่จะต้องเร่งดำเนินการรุกคืบต่อไป”

ความสำเร็จจาก Prototype ภายในองค์กรของ ttb กำลังถูกยกระดับเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้าง ผ่านการลงนามความร่วมมือ และส่งต่อ Framework นี้ไปยังองค์กรพันธมิตรภายนอกที่เป็นลูกค้าใช้ Payroll อาทิ กลุ่ม MBK, โรงพยาบาล และหน่วยงานทหาร ในรูปแบบ “Train the Trainer” เพื่อฝึกอบรมให้บุคลากรภายในของแต่ละองค์กรสามารถทำหน้าที่เป็นโค้ชปลดหนี้ดูแลคนในบ้านตนเองได้อย่างยั่งยืน

“เป้าหมายสูงสุดว่า ต้องการยกระดับ แพลตฟอร์มโค้ชปลดหนี้ ให้กลายเป็น สาธารณประโยชน์ ที่เปิดกว้างให้องค์กรต่าง ๆ ทั่วประเทศนำระบบนี้ไปใช้ดูแลพนักงานได้ฟรี เพื่อขยายเครือข่ายโค้ชทางการเงินให้ครอบคลุมและร่วมสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งให้แก่สังคมไทยอย่างยั่งยืน” ฐากรกล่าวในท้ายที่สุด