NEXT GEN

“ความขัดแย้งของชุมชน” ธนาคารประเมินเป็นความเสี่ยงสังคม สิ่งแวดล้อมที่จะให้สินเชื่อ

9 กันยายน 2562… 2 ทศวรรษที่แล้วให้ความสำคัญกับผลตอบแทนทางการเงินและความเสี่ยงด้านเครดิตเป็นอันดับต้น ๆ เป็นต้นเหตุของการเกิด The Equator Principles ในปี 2003 ซึ่งต้องเปลี่ยน Mindset กันใหม่

การลงทุนที่มีความรับผิดชอบกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยตลาดมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารที่สูงถึง 30 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในช่วงต้นปีที่แล้วเพิ่มขึ้น 34% จากปี 2016 แต่เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นสำคัญเมื่อกลไก ESG และกรอบการทำงานที่วางโดยชุมชนทางการเงินกำลังเดินหน้า

เหตุการณ์ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เหตุการณ์ที่ Dagota Access Pipeline ในฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกาเน้นให้เห็นข้อบกพร่องที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคิดถึงวิธีบูรณาการการประเมิน และบรรเทาความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่เกี่ยวข้องกับโครงการพลังงาน รวมถึงการปกป้องสิทธิของชนพื้นเมือง
ทั้งนี้ ตั้งแต่มิถุนายน 2003 IFC ภายใต้ธนาคารโลก ได้ใช้ชุดหลักการอีเควเตอร์ หรือ Equator Principles เป็นมาตรฐานการดำเนินการ (Performance Standards on Social and Environmental Sustainability) เพื่อให้เจ้าของโครงการลงทุนที่มีมูลค่ามากกว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐ ต้องแสดงหลักฐานยืนยันต่อสถาบันการเงิน ก่อนการปล่อยเงินกู้แก่โครงการต่าง ๆ เพื่อลดความเสี่ยงของโครงการ และแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและความมีบรรษัทภิบาล (ที่มา http://www2.fpo.go.th)

แต่ 16 ปีต่อมาแม้จะมีการนำไปใช้โดยสถาบันการเงิน 98 แห่งใน 37 ประเทศ และผ่านการปรับ 3 ครั้ง แต่ยังมีช่องว่างที่ยังคงอยู่ในระดับของกรอบนโยบาย

การประท้วงที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมากที่ได้รับความสนใจทั่วโลกต่อกรณี Dagota Access Pipeline เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดของข้อบกพร่องของกรอบงาน ชนเผ่า Standing Rock Sioux ต่อต้านการกำหนดเส้นทางท่อส่งน้ำมันใต้ดินยาว 1,172 ไมล์ ซึ่งมีช่วงครึ่งไมล์ผ่านดินแดนของพวกเขา

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีข้อกังวลว่า ท่อส่งน้ำมันอาจคุกคามแหล่งน้ำของเผ่าจากทะเลสาบ Oahe และแม่น้ำมิสซูรี่หากเกิดการรั่วไหล แต่การสนับสนุนทางการเงินก็ยังดำเนินต่อไป และจุดที่น่าตกใจ คือ ธนาคาร 13 แห่งใน 17 แห่งที่ให้เงินสนับสนุนโครงการลงนามใน Equator Principles ด้วย

นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมตั้งแต่ปี 2017 Boston Common Asset Management ได้ประสานงานเรื่องข้อมูลนักลงทุนให้กับธนาคารที่ให้เงินสนับสนุนโครงการดาโกต้า และ Equator Principles Association ในเวลาต่อมา ยิ่งกว่านั้น ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา Boston Common Asset Management ได้นำนักลงทุนและองค์กรประมาณ 50 ราย รวมถึงตัวแทนนักลงทุนในประเทศเช่น Oneida Trust Enrollment Committee ออกแถลงการณ์นักลงทุนเรียกร้องให้ Equator Principles แสดงออกถึงการยืนหยัดตามหลักการที่ตั้งอยู่

แม้หนทางจะยังอีกยาวไกล แต่สำหรับนักลงทุนในประเทศ เช่น Oneida Trust Enrollment Committee การกระทำล่าสุดนี้ได้ให้การมองโลกในแง่ดีว่า การเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นจริง

Steven Heim กรรมการผู้จัดการของ Boston Common Asset Management กล่าวว่า  “เรามีความสุขที่ได้เห็นสมาชิกสมาพันธ์ Equator Principles ตระหนักถึงความจำเป็นในการทบทวนหลักการของ Equator Principles”
Keith Doxtator ผู้อำนวยการ Oneida Trust Enrollment Committee กล่าว “เราหวังว่าร่างสุดท้ายของ EP4 [ฉบับที่ 4 ของ Equator Principles ที่มีกำหนดเสร็จปลายปีนี้] จะถูกนำไปใช้ทั่วโลก โดยผู้ลงนามทั้งหมดจะได้รับความยินยอมที่เป็นอิสระ รวมถึงได้รับการแจ้งล่วงหน้า [FPC] ก่อนให้เงินกับโครงการที่อาจส่งผลกระทบต่อชนพื้นเมือง” 

ขณะที่ Dakota Access Pipeline เป็นกรณีที่มีชื่อเสียงที่สุด แต่ก็ยังห่างไกลกับการเป็นเหตุการณ์ที่แยกจากเคสอื่น ๆ ชนพื้นเมืองในอเมริกาเหนือได้ตั้งข้อกังวลเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิของตนที่เกี่ยวข้องกับโครงการอื่น ๆ ที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากธนาคารผู้ลงนามของ EP เช่น Keystone XL Pipeline และ Trans Mountain Pipeline ปัญหานี้รุนแรงยิ่งขึ้นในตลาดเกิดใหม่ที่ซึ่งกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมและการบังคับใช้จำกัดมากขึ้น โครงการขุดและวางท่อส่งน้ำมันที่สำคัญในประเทศกำลังพัฒนามักประสบปัญหาจากการหยุดชะงัก และประท้วงด้วยการเรียกร้องให้คว่ำบาตรธนาคารที่ให้การสนับสนุนทางการเงิน

ธนาคารผู้ลงนามของ EP กำลังให้เงินสนับสนุนโครงการที่ถกเถียงกันในอเมริกาเหนือ (Cr : Arindambanerjee / Shutterstock)

การเรียกร้องให้ดำเนินการที่สำคัญต่อสมาคม Equator Principles และธนาคารที่รับรองหลักการคือการใช้หลักการอย่างจริงจัง แนวทางที่ได้รับการแก้ไขจะต้องให้สิทธิแก่ชนพื้นเมือง ที่จะตัดสินใจอย่างเป็นอิสระ รวมถึงได้รับการแจ้งล่วงหน้า และสอดคล้องกับหลักการเกี่ยวกับการทำธุรกิจและสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (UNGPs -UN Guiding Principles on Business and Human Rights) กรณีที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในปัจจุบันที่เกี่ยวกับ Equator Principles ยังขาดการปกป้องสิทธิ์ดังกล่าว โดยเฉพาะเมื่อคิดถึงกรณี Dakota Access Pipeline

ตามกรอบการบริหารความเสี่ยงทางสังคม รายงานการลงทุนของ Boston Common Asset Management ยังพบว่าชุมชนธนาคารกำลังเผชิญกับความล่าช้าในการจัดการสภาพอากาศ แต่ด้วยความมุ่งมั่นต่อความต้องการทำ Green Finance แถลงการณ์นักลงทุนเมื่อเร็ว ๆ นี้ไปยังสมาคม Equator Principles Association พร้อมตอบรับเรื่องการประเมินความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อจัดการกับความเสี่ยงทางกายภาพและการเปลี่ยนผ่านของประเด็นดังกล่าวในร่างฉบับที่ 4

ขณะที่นักลงทุนดำเนินการเพื่อสนับสนุน Equator Principles ขณะเดียวกันก็มีการดำเนินมาตรการควบคุมอื่น ๆเช่นกันข้อเสนอแนะโดยคณะผู้เชี่ยวชาญระดับสูงของคณะกรรมาธิการยุโรปมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยพิจารณาความเสี่ยงในระยะยาวเกี่ยวกับนโยบายของ Players ในตลาดทุนในสหภาพยุโรป รวมถึงธนาคารที่มีแนวคิดเฉพาะในการสร้างแรงจูงใจด้านการเงิน และการให้สินเชื่อ

แต่เนื่องจากการลงทุนที่มีความรับผิดชอบได้ช่วยให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่ Low Carbon Economy มีแรงขับเคลื่อนจริงจัง ก่อนหน้านี้ ภาคธนาคารส่วนใหญ่ถูกฉุดรั้ง เป็นเวลายาวนาน จนกล่าวได้ว่า ล้มเหลวในการวางกรอบการบริหารความเสี่ยงทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม ตอนนี้ มีโอกาสมากมายสำหรับธนาคารในการมีบทบาทนำสำหรับเร่งการเติบโตของการเงินที่ยั่งยืน หากธนาคารพร้อมรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและสนับสนุน Equator Principles ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ทั้งหมดนี้ สอดคล้องกับปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของชนพื้นเมือง, หลักการของสหประชาชาติเกี่ยวกับการทำธุรกิจและสิทธิมนุษยชน, และหน่วยงานด้านการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ (TCFD) จะช่วยปกป้องสิทธิของชนพื้นเมือง, สิ่งแวดล้อมและโครงการขององค์กร จากต้นทุนที่แพงเกินปกติซึ่งเกิดจากความล่าช้า ขาดประสบการณ์ และ Disruption ซึ่งทั้งหมดนี้ ท้ายที่สุดก็จะเป็นชัยชนะสำหรับทุกคน

ที่มา

You Might Also Like