กลอยตา ณ ถลาง บรรยายในงาน Carbon Markets Club ครบ 5 ปี บางจากจับมือ 9 มหาวิทยาลัย สร้าง Gen Z ด้าน ESG และ Climate Action ยกระดับตลาดคาร์บอนไทย กลอยตา ณ ถลาง บรรยายในงาน Carbon Markets Club ครบ 5 ปี บางจากจับมือ 9 มหาวิทยาลัย สร้าง Gen Z ด้าน ESG และ Climate Action ยกระดับตลาดคาร์บอนไทย

Carbon Markets Club ครบ 5 ปี บางจากฯจับมือ 9 มหาวิทยาลัย

สร้าง Gen Z ด้าน ESG และ Climate Action ยกระดับตลาดคาร์บอนไทย

กรกฎาคม 1,2026…Carbon Markets Club เดินหน้าขยายความร่วมมือสู่ 9 มหาวิทยาลัย พัฒนา Gen Z ให้มีความรู้ด้าน ESG, Climate Action และนวัตกรรมคาร์บอน พร้อมเชื่อมโยงภาคธุรกิจ การศึกษา และเครือข่ายตลาดคาร์บอน ซึ่งการสร้างบุคลากรและการตระหนักรู้คือรากฐานสำคัญของการยกระดับตลาดคาร์บอนไทยและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในอนาคต

ผู้ดำริก่อตั้ง Carbon Markets Club คือ ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเล็งเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความท้าทายที่กระทบทั้งการดำเนินชีวิตและภาคธุรกิจ จึงร่วมกับพันธมิตรจากหลายภาคส่วนก่อตั้ง Carbon Markets Club ในปี 2564 เพื่อเป็นเวทีกลางในการสร้างองค์ความรู้ ความเข้าใจ และความร่วมมือด้าน Climate Action เตรียมประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

Carbon Markets Club จากสมาชิกเริ่มต้นเพียง 11 องค์กร วันนี้เครือข่ายได้เติบโตเป็นสมาชิกกว่า 1,800 ราย พร้อมขยายบทบาทจากการสร้างความรู้เรื่องคาร์บอนเครดิตสู่การผลักดันความร่วมมือระดับอาเซียน และล่าสุดเดินหน้าจับมือกับ 9 มหาวิทยาลัย เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ให้เป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในอนาคต โดยมองว่าการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เพียงประเด็นสิ่งแวดล้อม แต่เป็นการสร้างขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

“ความท้าทายสำคัญในวันนี้ไม่ใช่การสร้างตลาดคาร์บอนเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างคน จึงเกิดความร่วมมือกับ 9 มหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้าน ESG และ Climate Action ผ่านการอบรม การสร้างเครือข่าย การฝึกงาน การเป็นพี่เลี้ยง และการเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาร่วมเสนอแนวคิดนวัตกรรมที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่”

โครงการดังกล่าวจะดำเนินต่อเนื่องในระยะยาว โดยมีเป้าหมายสร้างระบบนิเวศความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ มหาวิทยาลัย หน่วยงานวิจัย และแหล่งทุน เพื่อผลักดันนวัตกรรมด้านสภาพภูมิอากาศ พร้อมเชื่อมโยงโอกาสจากกองทุนสนับสนุนต่าง ๆ รวมถึงการขยายตลาดคาร์บอนระหว่างประเทศ หลังประเทศไทยได้ลงนามความร่วมมือด้าน Article 6 กับหลายประเทศ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและนักวิจัยไทยเข้าถึงตลาดคาร์บอนโลกมากขึ้น

กลอยตากล่าวต่อเนื่องถึงการพัฒนาตลาดคาร์บอน ซึ่งจำนวนโครงการไม่ใช่ตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุดอีกต่อไป แต่สิ่งที่ตลาดต้องการคือ คาร์บอนเครดิตคุณภาพสูง (High Integrity Carbon Credits) ที่สามารถสร้างมูลค่าและได้รับการยอมรับในระดับสากล พร้อมยกตัวอย่างว่า ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำด้านตลาดคาร์บอนของอาเซียน ทั้งในแง่จำนวนโครงการและประสบการณ์การพัฒนามาตรฐาน ซึ่งกลายเป็นจุดแข็งในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สิงคโปร์และมาเลเซีย เพื่อยกระดับมาตรฐานของภูมิภาคให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก

“การสร้างความร่วมมือระหว่างบริษัทขนาดใหญ่ มหาวิทยาลัย และชุมชน เพื่อช่วยลดต้นทุนการพัฒนาโครงการคาร์บอนเครดิต โดยเฉพาะการสนับสนุนการประเมินคาร์บอนสำหรับป่าชุมชน โครงการจัดการของเสีย หรือโครงการระดับท้องถิ่นที่มีศักยภาพแต่ยังขาดทรัพยากร”

ทั้งนี้ แนวคิด Just Energy Transition หรือการเปลี่ยนผ่านที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทุกภาคส่วนร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ เงินทุน และโอกาสในการเข้าถึงตลาดคาร์บอนอย่างเท่าเทียม

สำหรับทิศทางในระยะต่อไป Carbon Markets Club จะขยายบทบาทจากการขับเคลื่อนตลาดคาร์บอนสู่การสร้างเครือข่ายด้าน ESG ในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าส่งเสริมการเรียนรู้ด้าน Climate Action ให้เป็นองค์ความรู้พื้นฐานของนักศึกษาทุกสาขา พร้อมผลักดันให้คนรุ่นใหม่เป็น ESG Ambassadors และ Sustainability Influencers ที่สามารถเชื่อมโยงการพัฒนาธุรกิจกับความยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งกลอยตามองว่า

“อนาคตของการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศจะสำเร็จได้ ต้องเริ่มจากการสร้างคนให้พร้อมก่อน”

กลอยตา ณ ถลาง บรรยายในงาน Carbon Markets Club ครบ 5 ปี บางจากจับมือ 9 มหาวิทยาลัย สร้าง Gen Z ด้าน ESG และ Climate Action ยกระดับตลาดคาร์บอนไทย