NEXT GEN

เผย 7 ประเด็นทางสังคมยอดนิยมสําหรับ Gen Z

25-26 เมษายน 2564…ด้วยเทคโนโลยีที่ปลายนิ้ว และเครื่องมือในมือที่กําลังเติบโตของพวกเขา ทำให้ Gen Z สามารถเชื่อมต่อกับวัฒนธรรม ปัญหา และข่าวที่ห่างไกลได้ง่ายดาย และบ่อยกว่ารุ่นใด ๆ ก่อนหน้า

ด้วยเหตุนี้สมาชิก Generation Z จึงมีแนวโน้มที่จะเปิดกว้างมากขึ้น และมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการสนับสนุนการปฏิบัติที่เป็นธรรมและเท่าเทียมกับผู้อื่น ด้วย 7 ประเด็นทางสังคมยอดนิยมสําหรับ Gen Z จนถึงขณะนี้

1.การดูแลสุขภาพ

การดูแลสุขภาพเป็นปัญหาหลักสําหรับ Generation Z สมาชิกที่เก่าแก่ที่สุดในกลุ่มนี้กําลังชราภาพ ซึ่งก็คือพ่อแม่ซึ่งอาจปราศจากแผนประกันสุขภาพ และตัวเองก็ต้องจ่ายค่าประกันสุขภาพเป็นครั้งแรก หลายคนสามารถได้รับความคุ้มครองผ่านพระราชบัญญัติประกันสุขภาพโดยไม่ต้องจ่ายเงินสูงนัก รวมถึงการขยายตัวของคลีนิคสุขภาพต่างๆ

 

Cr.freepik

เมื่อพูดถึงการดูแลสุขภาพ เยาวชนในวันนี้ให้ความสําคัญกับความสะดวกสบาย ประสิทธิภาพ และความโปร่งใส ด้วยเทคโนโลยีพวกเขาเติบโตขึ้นภายในระบบการแพทย์ทางเลือกที่ไม่เคยมีมาก่อน สําหรับการเชื่อมต่อกับแพทย์ โค้ชด้านสุขภาพ นักบําบัด และโซลูชันการตรวจสอบตนเองที่มุ่งสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีของพวกเขา

ข้อมูลจาก Fierce Healthcare ซึ่งเน้นรายงานข่าวการดูแลสุขภาพ ระบุว่า ในเวลาเดียวกัน มีโอกาสน้อยที่บรรดาGen Zers จะมีผู้ดูแลหลักเหมือนกับชาวอเมริกันที่มีอายุมากกว่า โดยคนรุ่นพ่อมักชอบใช้ telemedicine เมื่อต้องการให้แพทย์มาเยี่ยมด้วยตนเอง ขณะที่ Gen Z ต้องการความสะดวก พวกเขายินดีที่จะแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลผ่านการนัดหมายเสมือนจริงมากกว่า

2.สุขภาพจิต

สุขภาพจิตเป็นปัญหาสําคัญสําหรับ Gen Z กลุ่มอายุนี้เป็นรุ่นที่มีโอกาสน้อยที่จะมีรายงานสุขภาพจิตที่ดีหรือยอดเยี่ยมตามการศึกษาจากสมาคมจิตวิทยาอเมริกัน นอกจากนั้น รายงานของบริษัทวิจัย Zebra IQ ระบุว่า 35% ของ Gen Zers มีสุขภาพจิตแย่ลงในช่วงการระบาดใหญ่

Mental health for women vector
Cr.freepik

ขณะที่เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือทางสังคมที่จําเป็นสําหรับคนหนุ่มสาว แต่ก็สามารถลดความรู้สึกของความเหงาและความเครียด อีกด้านหนึ่ง ข่าวโลกน่าเศร้าทั่วโลก ก็ถูกส่งได้เร็วกว่าที่เคย และยากที่จะหลีกเลี่ยงผ่านแอพที่หลากหลาย

โชคดีที่คนหนุ่มสาวในปัจจุบันรักษาโรควิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าผ่านการให้คําปรึกษาและการบําบัด ในสหรัฐอเมริกา 37% ของ Gen Z ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนสูงกว่าในรุ่นก่อน ๆ ได้รับความช่วยเหลือจากนักจิตวิทยาหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตอื่น ๆ

3. ยกระดับการศึกษาให้สูงขึ้นไปเรื่อยๆ

การยกระดับการศึกษาให้สูง เป็นหนึ่งในประเด็นอันดับต้น ๆ ที่ Generation Z ใส่ใจ ข้อมูลของ Pew Research Center ระบุว่า เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มคนที่มีอายุมากกว่า คนใน Generation Z มีโอกาสน้อยที่สุดที่จะออกจากโรงเรียนมัธยม และมีแนวโน้มเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยมากที่สุด

Cr.freepik

การระบาดใหญ่ทําให้นักเรียนหลายคนต้องใช้วีธีเรียนจากระยะไกล นอกจากนี้ยังทำให้กลุ่มนักเรียนที่มีรายได้ต่ําหลุดออกจากเส้นทางการศึกษาของพวกเขาด้วย ตัวอย่างเช่น: ในเดือนตุลาคม 2020 ข้อมูลจากสํานักงานสํามะโนประชากรของสหรัฐอเมริการะบุว่า มากกว่า 40% ของครัวเรือน รายงานว่า นักเรียนที่ตั้งใจเรียนต่อกําลังยกเลิกแผนเข้าเรียน และ 41 % ของนักศึกษามหาวิทยาลัยปัจจุบัน บอกว่า การระบาดใหญ่ทำให้แผนจบการศึกษาตรงเวลาต้องผิดไปจากเดิม

4. ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

ความมั่นคงทางเศรษฐกิจสําคัญต่อ Gen Z พวกเขาต้องการมีงานที่มั่นคง จ่ายเงินเดือนงาม และหลีกเลี่ยงการเป็นหนี้ การเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่มีค่าใช้จ่ายสูง และเงินกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาที่ต้องใช้เวลาคืนนาน เป็นเรื่องสร้างความกังวล ทั้งนี้ ข้อมูลของ Young Invincibles องค์กรไม่แสวงผลกําไรที่อุทิศตนเพื่อขยายโอกาสสําหรับคนหนุ่มสาวอายุ 18 ถึง 34 ปี

Cr.freepik

รายงานว่า ตั้งแต่ปี 2008 ถึง 2014 ค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมสถาบันทั้งที่เรียน 4 ปีและ 2 ปีทั่วสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้น 28%

เมื่อพูดถึงการหารายได้ Gen Z สนใจที่จะเปลี่ยนเส้นทางของตัวเอง พวกเขามี mindset การเป็นผู้ประกอบการ และเปิดกว้างที่จะท้าทายรูปการแข่งขันแบบเดิม ทั้งนี้ – 75% – ยังเชื่อด้วยว่า มหาวิทยาลัยไม่ใช่เส้นทางเดียวสู่การศึกษาที่ดี และ 50% เชื่อว่า มีแหล่งที่ทำรายได้สูงให้เลือกอีกมากมาย



5. การมีส่วนร่วมของประชากร

สมาชิกของ Generation Z ชื่นชอบและสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ข้อมูลของ Pew Research Center ระบุว่า ประมาณ 70% ของ Gen Z เชื่อว่ารัฐบาลควรมีบทบาทมากขึ้นในการแก้ไขปัญหาต่างๆ พร้อมทั้งเพิ่มเติมด้วยว่า ประมาณ 52 ถึง 55% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งหนุ่มสาวลงคะแนนในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2020 – มีส่วนร่วมในการกําหนดผลที่ออกมา

Cr.freepik

Gen Z ยังมีพลังในการเปลี่ยนแปลงอย่างมากด้วย ด้วยใช้แพลตฟอร์ม เช่น Snapchat, Instagram, Twitter และ TikTok เยาวชนเหล่านี้ช่วยทำให้เกิดกิจกรรมมากมายในยุคดิจิทัล ยิ่งกว่านั้น พวกเขายังมีโอกาสนำเสนอกิจกรรมระดับมาสเตอร์คลาสมากมายให้กับโลก โดยใช้พลังของโซเชียลมีเดีย เพื่อให้มุ่งเน้นปัญหาที่มีความพิเศษเฉพาะที่พวกเขาต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง

ในอเมริกา ข้อมูลของบริษัทวิจัย YPulse ระบุว่า คนหนุ่มสาวส่วนใหญ่ หรือ 62% คิดว่าเสียงของพวกเขามีประสิทธิภาพในออนไลน์มากกว่าออฟไลน์ และเกือบทั้งหมดของ Gen Z – 97% ใช้โซเชียลมีเดียที่สําคัญอย่างน้อย 1 แพลตฟอร์ม

6. ความเท่าเทียมเรื่องสีผิว

ความเท่าเทียมเรื่องสีผิว เป็นปัญหาทางสังคมที่สําคัญสําหรับ Generation Z ข้อมูลของ Pew Research Center ระบุว่า Gen Z เป็นรุ่นที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและชาติพันธุ์มากที่สุด โดยเกือบครึ่งหนึ่งเป็นคนผิวสี นอกจากนั้น คนกลุ่มนี้ให้ความสําคัญกับการความเท่าเทียม และมีโอกาสมากว่า พวกเขามีมุมมองที่ดีเรื่องการแต่งงานของคนผิวสีต่างกัน

คนหนุ่มสาวในปัจจุบันยังตระหนักถึงการแบ่งเชื้อชาติที่สูงชันของประเทศ

Cr.freepik

การสํารวจความคิดเห็นชุดหนึ่ง  ดําเนินการโดยแอปเครือข่ายสังคม Yubo และมีผู้ตอบแบบสอบถามคือ Gen Z ที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา เกือบ 39,000 ราย – พบว่า 88% เชื่อว่า ชาวอเมริกันผิวดําถูกปฏิบัติแตกต่างจากคนอื่น ๆ นอกจากนี้ เกือบ 90% กล่าวว่าพวกเขาสนับสนุน Black Lives Matter ซึ่งเป็นองค์กรที่ต่อสู้กับทั้งการเหยียดผิวอย่างเป็นระบบ และความโหดร้ายของตํารวจที่เกี่ยวข้องกับชาวอเมริกันผิวดํา

7.สิ่งแวดล้อม

National Geographic ระบุว่า ภาวะโลกรวน เป็นภัยพิบัติอีกเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของ Gen Z

ก่อนการระบาดของโควิด -19 Amnesty International เคยทำแบบสอบถาม ส่งให้คนอายุ 18- 25 ปีจำนวน 10,000 คน ใน 22 ประเทศ ระบุปัญหาเร่งด่วนที่สุดในโลก ภาวะโลกร้อนได้รับคะแนนโหวตสูงสุดถึง 41% ขณะที่ผลการศึกษาเฉพาะในสหรัฐของบริษัทสื่อสาร Porter Novelli / Cone รายงานว่า 87% – ของ Gen Z เป็นห่วงเรื่องสิ่งแวดล้อม และโลก

Illustration of human avatar with environment
Cr.freepik

ผลการศึกษาจาก UNiDAYS แอพช็อปปิ้งสําหรับนักเรียน รายงานว่า 93% ของ Gen Z ที่ตอบแบบสอบถามระบุว่า แบรนด์มีภาระผูกพันที่จะต้องต่อสู้เมื่อเกิดประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม

การสํารวจการใช้จ่ายของผู้บริโภคโดย First Insight, Inc. ระบุว่า 73% ของ Gen Z ยินดีจ่ายมากขึ้น ให้กับ Sustainable Product โดยไม่มีคน Generation อื่นเต็มใจทำสูงเท่านี้

นอกจากนี้ 62% ของ Gen Z กล่าวว่า พวกเขาเต็มใจซื้อสินค้าจาก Sustainable Brand  เท่ากับชาวมิลเลนเนียล และสูงกว่า Baby Boomer 23 %

 

ที่มา

You Might Also Like