ตุลาคม 26,2026…แสนสิริร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์ เสริมศักยภาพผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานอสังหาริมทรัพย์ เชื่อมความรู้ด้าน AI และ ESG กับการเข้าถึงแหล่งทุน วงเงินสนับสนุนรวมกว่า 2,000 ล้านบาท ครอบคลุมสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน มุ่งช่วยคู่ค้ารับมือความผันผวน เพิ่มประสิทธิภาพ และลงทุนปรับธุรกิจให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ จัดงาน“Synergy for SME Sustainable Success: ผนึกพลัง ขับเคลื่อน SME สร้างความสำเร็จอย่างยั่งยืน” จะช่วยยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทย พร้อมเตรียมความพร้อมสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI)
เวทีนี้ เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ปาฐกถาพิเศษฉายภาพรวมการเปลี่ยนแปลง ความท้าทายและโอกาสของภาคธุรกิจ สารัชต์ รัตนาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ ถ่ายทอดวิสัยทัศน์การผสานพันธมิตรเพื่อเสริมแกร่งให้แก่ซัพพลายเชน นอกจากนี้ มีการเสริมแนวทาง ESG และการเตรียมแนวทางสู่ความยั่งยืนจาก อุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และดร.ยรรยง ไทยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ธนาคารไทยพาณิชย์ และปิดท้ายด้วยการบริหารเงินและต่อยอดโอกาสการลงทุนให้แก่ผู้ประกอบการซัพพลายเชนอสังหาริมทรัพย์ จากศรชัย สุเนต์ตา Deputy Head of Wealth Business ธนาคารไทยพาณิชย์
เศรษฐา กล่าวว่า แสนสิริมีความสัมพันธ์ที่ดีกับธนาคารไทยพาณิชย์มาอย่างยาวนาน ไทยพาณิชย์ให้การสนับสนุนทางการเงินมาโดยตลอด ทั้งในยามวิกฤตและช่วงที่เติบโต

“ในช่วงที่เศรษฐกิจมีความท้าทาย แสนสิริและไทยพาณิชย์ มุ่งเน้นที่จะร่วมมือกันหาแนวทางช่วยเหลือและประคับประคองผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานให้สามารถก้าวผ่านวิกฤตและเติบโตไปด้วยกันได้”
สำหรับกลุ่ม SME เป็นหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ทั้งภาคการผลิต การค้า และการบริการ รวมถึงมีความเชื่อมโยงทางซัพพลายเชนกับธุรกิจขนาดใหญ่ และสิ่งสำคัญที่สุดที่ผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใด และเราทุกคนต้องตระหนักคือการกลับมาตั้งต้นที่รากฐานสำคัญ 3 ประการในประกอบธุรกิจ ได้แก่
-การบริหารกระแสเงินสด เป็นหัวใจแห่งความอยู่รอด ในวันที่เศรษฐกิจคาดเดาได้ยาก วินัยทางการเงินและการวางแผนที่รัดกุมคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
-ความผูกพันและรักษาสัญญา ตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ ทั้งผู้ว่าจ้างรายใหญ่ ผู้รับจ้างรายย่อย ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย เพราะความเชื่อใจ คือต้นทุนที่แพงที่สุดและขาดไม่ได้ในยามวิกฤต
-ความรับผิดชอบในการประคองกันให้รอดคือสิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้ หากคนตัวเล็กในระบบสะดุดล้ม คนตัวใหญ่ก็ไม่สามารถยืนหยัดอยู่ได้เช่นกัน
“หน้าที่ของผู้นำและองค์กรขนาดใหญ่จึงไม่ใช่แค่การเดินหน้าให้เร็วที่สุด แต่คือการยื่นมือเข้าไปสนับสนุน ช่วยเหลือและประคับประคองพันธมิตรทุกราย ให้ก้าวข้ามความท้าทายและเติบโตไปด้วยกันอย่างแข็งแกร่ง ขณะเดียวกันการปรับตัว พึ่งพาตนเองให้ได้ในทุกสถานการณ์ การไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนา มีความยืดหยุ่นในการปรับตัว และพยายามหาโอกาสท่ามกลางวิกฤตอยู่เสมอ ก็เป็นเรื่องที่ต้องทำต่อเนื่อง”
อุทัย กล่าวเพิ่มเติมว่า กลุ่มที่เป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจไปสู่ความยั่งยืนคือกรีนพาร์ตเนอร์และความร่วมมือใน Ecosystem

“เราตระหนักดีว่าธุรกิจหลักของแสนสิริคือการนำส่งที่อยู่อาศัย ซึ่งมี Value Chain และ Supply Chain ที่ยาวและครอบคลุมธุรกิจหลากหลาย โดยแสนสิริได้นำโมเดล Green Supply Chain มาประยุกต์ใช้ ผ่าน 3 แกนหลัก Green Procurement, Green Construction, Green Architecture & Design มีผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานกว่า 4,000 ราย ทั้งหมดคือฟันเฟืองสำคัญในการสร้างมูลค่าให้กับภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเส้นเลือดใหญ่ของประเทศ เพราะเป็นภาคธุรกิจที่มีธุรกิจอื่นต่อเนื่องอีกมากมาย รวมไปถึงการว่าจ้างแรงงาน”
แสนสิริ ไม่ได้แค่มุ่งเป้าลดคาร์บอนขององค์กรลง 20% ในปี 2025 และมุ่งสู่ Net-Zero ในปี 2050 เท่านั้น แต่ความท้าทายเรื่องทรัพยากร ต้นทุนวัตถุดิบ และคุณภาพชีวิตแรงงาน คือปัจจัยที่รอไม่ได้ หากธุรกิจไม่ปรับตัวย่อมส่งผลสะเทือนถึงกันหมด
“แสนสิริพร้อมสนับสนุน Green Partner ทุกรายให้ เปลี่ยนความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมเป็นโอกาสทางธุรกิจ และที่สำคัญ เรายังได้ธนาคารไทยพาณิชย์ สถาบันการเงินชั้นนำมาร่วมผนึกกำลังติดอาวุธทางความรู้และมอบโซลูชันทางการเงินให้กับคู่ค้าของแสนสิริในหลายรูปแบบ ทั้งสินเชื่อเพื่อธุรกิจโดยมีอัตราดอกเบี้ยพิเศษ และวงเงินสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนของธุรกิจ หรือ Sustainable Finance เพื่อเพิ่มโอกาสการเติบโตของคู่ค้าแสนสิริในการติดสปีดธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน”
สารัชต์ กล่าวว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ และ แสนสิริ จึงร่วมมือกันจัดงาน “Synergy for SME Sustainable Success: ผนึกพลัง ขับเคลื่อน SME สร้างความสำเร็จอย่างยั่งยืน” เพื่อเร่งสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการซัพพลายเชนในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ให้สามารถรับมือกับความท้าทายในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการเข้าถึงแหล่งทุนที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจในเศรษฐกิจยุคใหม่
“เป็นการมุ่งช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำ AI ไปเสริมศักยภาพ ปรับธุรกิจสู่แนวทางที่ยั่งยืน และเข้าถึงโซลูชันทางการเงินที่เหมาะสม โดยมุ่งเน้นการสร้างโอกาสทางธุรกิจและพลังแหงความร่วมมือในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันในระยะยาว”
ซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของประเทศที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พร้อมสนับสนุนคู่ค้าของแสนสิริให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนจากไทยพาณิชย์ ด้วยวงเงินสนับสนุนกว่า 2,000 ล้านบาท ประกอบด้วย วงเงินกู้ระยะยาวและวงเงินทุนหมุนเวียนเพื่อธุรกิจ (แบบมีหลักประกัน) อัตราดอกเบี้ยพิเศษ* และ สินเชื่อเพื่อความยั่งยืนทางธุรกิจ** (Sustainable Financing) วงเงินกู้รวมสูงสุด 50 ล้านบาท ไม่ต้องใช้หลักประกัน สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการลงทุนหรือปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่แนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ การติดตั้งระบบผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบบำบัดน้ำเสีย และเทคโนโลยีที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่ธุรกิจ
SD Perspectives | Thailand’s Sustainability & Business Strategy Media
สำนักข่าวและสื่อวิเคราะห์ด้าน Sustainability และ Business Strategy ของประเทศไทย นำเสนอข่าวสาร บทวิเคราะห์ และประเด็นสำคัญด้าน ESG, Nature & Biodiversity, Sustainable Finance, Business Strategy และ DEI เพื่อช่วยผู้บริหาร นักลงทุน และองค์กรไทย เข้าใจความเสี่ยง โอกาส และทิศทางการแข่งขันใหม่ของโลกธุรกิจในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม




