กันยายน 1,2026…ชี้การพัฒนาคนต้องมองไกล 5–10 ปี เอสซีจีจึงเร่งสร้างบุคลากรที่เชื่อมโยงจีนกับอาเซียน พร้อมวางโครงสร้างทักษะ AI ตั้งแต่ผู้เชี่ยวชาญ ผู้เปลี่ยนกระบวนการธุรกิจ ไปจนถึงผู้ใช้งาน และปรับองค์กรให้เป็นพื้นที่ซึ่งคนรุ่นใหม่มองเห็นและเลือกคว้าโอกาสด้วยตัวเอง
ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ให้สัมภาษณ์พิเศษ ในวัน Farewell กับนักศึกษาในโครงการ China Excellent Internship Program 2026 (CEIP 2026) มองว่า ความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างจีนกับอาเซียนไม่ใช่เพียงความเคลื่อนไหวระยะสั้น แต่เป็นทิศทางเชิงโครงสร้างที่ภาคธุรกิจต้องเตรียมความพร้อมล่วงหน้า โดยเฉพาะการลงทุนด้านบุคลากร ซึ่งต้องมองไกลกว่ารอบธุรกิจทั่วไป

“ธุรกิจอาจมองกันในระยะ 3 เดือน 6 เดือน หรือหนึ่งปี แต่เรื่องคนต้องพูดถึง 5–10 ปี เราไม่สามารถทำธุรกิจกับจีนได้ หากไม่มีพนักงานที่เข้าใจทั้งภาษา วัฒนธรรม และมีเครือข่ายที่ดี การรับนักศึกษาจีนเข้าฝึกงานจึงเป็นมากกว่าโครงการแลกเปลี่ยน แต่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างคนที่สามารถเชื่อมโยงสองภูมิภาค และเปิดพื้นที่ให้บุคลากรไทยเรียนรู้ที่จะปรับตัวไปพร้อมกัน”
โครงการดังกล่าว มุ่งให้นักศึกษาได้สัมผัสโจทย์ธุรกิจจริง ทั้งการประยุกต์ใช้ AI การค้าข้ามพรมแดน และการทำงานท่ามกลางช่วงเวลาที่หลายธุรกิจของเอสซีจีกำลังรื้อ ปรับ และควบรวมกระบวนการทำงานใหม่

“การได้อยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทำให้คนรุ่นใหม่เรียนรู้ได้มากกว่าการรับฟังเรื่องราวย้อนหลัง ขณะเดียวกัน เอสซีจียังดำเนินโครงการฝึกงานสำหรับนักศึกษาไทย และทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษาเพื่อเตรียมแนวคิดและทักษะที่ตลาดงานต้องการ ส่วนโครงการสำหรับนักศึกษาจีนจะยังดำเนินต่อไป เพื่อค่อย ๆ สร้างฐานบุคลากรที่เข้าใจทั้งจีน อาเซียน และโลกธุรกิจอย่างเป็นระบบ”
ธรรมศักดิ์ กล่าวต่อเนื่องถึงทักษะ AI เอสซีจีแบ่งบุคลากรออกเป็น 3 กลุ่ม
กลุ่มแรกคือ AI Deep Cap ราว 10% เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Data Science และ AI ทำหน้าที่คล้ายหน่วยวิจัยและพัฒนา
กลุ่มที่สองคือ AI Transformer ราว 40–50% แม้ไม่จำเป็นต้องรู้เทคโนโลยีในระดับลึกที่สุด แต่ต้องเข้าใจทั้ง AI ธุรกิจ และกระบวนการทำงาน เพื่อนำมาออกแบบระบบใหม่ให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจ
กลุ่มที่สามคือ AI User ซึ่งเป็นบุคลากรส่วนใหญ่ที่ต้องใช้ AI ในงานประจำวันเพื่อเพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพ
“AI Transformer และ AI Deep Cap เป็นทั้งทักษะใหม่และงานใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น ส่วนคนทำงานทั่วไปก็ต้องเรียนรู้ AI ในฐานะผู้ใช้งาน การเปลี่ยนผ่านสู่ AI ไม่ได้ต้องการเพียงนักเทคโนโลยี แต่ต้องการคนที่แปลงเทคโนโลยีให้กลายเป็นคุณค่าทางธุรกิจได้จริง”

เบื้องหลังแนวทางดังกล่าวคือเป้าหมายในการทำให้เอสซีจีเป็น “องค์กรแห่งโอกาส” ซึ่งไม่ได้หมายถึงการมีหลักสูตรฝึกอบรมจำนวนมากเท่านั้น แต่ต้องทำให้พนักงานมองเห็นเส้นทางใหม่อย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การเรียนภาษาจีน การทำธุรกิจกับจีน ไปจนถึงการฝึกทักษะและใช้เครื่องมือ AI โดยองค์กรทำหน้าที่สร้างทรัพยากร เครือข่าย และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้
“สิ่งที่เรากลัวคือ คนไม่เปลี่ยนและไม่เรียนรู้ เราไม่สามารถบังคับได้ หากเราสร้างบรรยากาศให้ทุกคนแย่งกันหยิบโอกาส คนที่ยังนั่งเฉยก็จะเกิดแรงผลักให้เริ่มคว้าโอกาสตาม”
ธรรมศักดิ์ ย้ำในท้ายที่สุดว่า “แต่ละคนอาจมีความพร้อมแตกต่างกัน องค์กรจึงควรเปิดโอกาสไว้เสมอ เพื่อให้พนักงานกลับมาคว้าได้ในวันที่พร้อมแล้ว เพราะในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนเร็ว ความยั่งยืนขององค์กรอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีคนเก่งเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การทำให้คนอยากเรียนรู้ และเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเอง”
SD Perspectives | Thailand’s Sustainability & Business Strategy Media
สำนักข่าวและสื่อวิเคราะห์ด้าน Sustainability และ Business Strategy ของประเทศไทย นำเสนอข่าวสาร บทวิเคราะห์ และประเด็นสำคัญด้าน ESG, Nature & Biodiversity, Sustainable Finance, Business Strategy และ DEI เพื่อช่วยผู้บริหาร นักลงทุน และองค์กรไทย เข้าใจความเสี่ยง โอกาส และทิศทางการแข่งขันใหม่ของโลกธุรกิจในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม



