สิงหาคม 4,2026… การจะไปสู่เป้าหมาย Net Zero จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับ “เงินลงทุน” รวมถึง Transition Plan ต่าง ๆ และแน่นอน เราไม่สามารถจะพูดถึงเพียงธุรกิจสีเขียว เท่านั้น หากยังมีธุรกิจที่อยู่เกณฑ์ Brown ตามเกณฑ์ Thailand Taxonomy ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ธนาคารนำเสนอเครื่องมือ Climate Transition Canvas เเป็นครื่องมือหน้าเดียวที่เชื่อมการลดคาร์บอน ต้นทุน ผู้รับผิดชอบ และแหล่งเงินทุนเข้าด้วยกัน ซึ่ง ThaiBMA และ TRIS Rating ร่วมต่อภาพให้ครบตั้งแต่ตลาดตราสารหนี้ ไปจนถึงการสร้าง Credibility ที่นักลงทุนต้องการ เพื่อให้ Transition Finance กลายเป็นเงินทุนที่เกิดขึ้นได้จริง
Net Zero ต้องตอบให้ได้ว่า
“ลดอย่างไร ใช้เงินเท่าไร และใครจ่าย”
เจสัน ลี หัวหน้าฝ่ายความยั่งยืน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า การประกาศ เป้า Net Zero อาจไม่ใช่เรื่องยากที่สุดของธุรกิจอีกต่อไป เพราะโจทย์ที่ยากกว่าคือ หลังจากประกาศแล้วองค์กรจะเดินไปถึงเป้าหมายนั้นอย่างไร
“โจทย์เรื่อง Transition Planning และ Transition Finance โดยเฉพาะกับอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง หรือ Hard-to-Abate Sectors เพราะการเปลี่ยนผ่านจะเกิดขึ้นจริงได้ก็ต่อเมื่อแผนด้าน Climate สามารถเชื่อมเข้ากับกลยุทธ์ การลงทุน และระบบการเงินขององค์กร”
เจสันมองว่า จุดอ่อนสำคัญของการทำ Sustainability ในองค์กรที่ผ่านมา คือฝ่ายความยั่งยืนกับฝ่ายการเงินมักทำงานแยกจากกัน ฝ่ายหนึ่งพูดเรื่อง Carbon Reduction ขณะที่อีกฝ่ายต้องตัดสินใจเรื่องงบลงทุน Transition Plan ที่เกิดขึ้นจริงต้องทำให้ทั้งสองเรื่องอยู่บนโต๊ะเดียวกันว่า แต่ละโครงการลดก๊าซเรือนกระจกได้เท่าไร ต้องใช้ CAPEX และ OPEX เท่าไร ใครรับผิดชอบ และเงินจะมาจากไหน
“ปัจจุบันแทบทุกบริษัทในอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงต่างประกาศเป้าหมาย Net Zero แล้ว แต่คำถามสำคัญอยู่ที่ ‘ต้องใช้เงินลงทุนเท่าไหร่’ ‘ใช้เวลาดำเนินการนานเพียงใด’ และ ‘ใครมีหน้าที่หลักขับเคลื่อนให้สำเร็จ’ ” เจสันกล่าว
แนวคิดนี้ยังสอดคล้องกับโครงสร้าง Transition Planning ที่เขานำเสนอ ตั้งแต่การประเมินสถานะ กำหนด Strategic Ambition วาง Action Plan ไปจนถึงการนำแผนไปปฏิบัติและทบทวนอย่างต่อเนื่อง

Where We Stand Today สถานะการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปัจจุบันขององค์กร
Where We Are Going เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซในแต่ละช่วงเวลา ทั้งระยะกลางและ Net Zero
What We Will Change มาตรการและโครงการที่จะดำเนินการเพื่อลดการปล่อยก๊าซ
People & Communities ผลกระทบต่อแรงงาน ทักษะ และชุมชน
Who Buys It ลูกค้าและตลาดใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ
Who Is Accountable ผู้รับผิดชอบ การกำกับดูแล และการรายงาน
What It Costs ต้นทุนการลงทุน ต้นทุนดำเนินงาน และต้นทุนจากการไม่ดำเนินการ
How We Pay For It แหล่งเงินทุน ทั้งจากธนาคาร พันธบัตร หุ้นส่วน หรือเครื่องมือทางการเงินรูปแบบต่าง ๆ
“เครื่องมือนี้ตั้งใจให้วิศวกร ฝ่ายบริหารเงิน และ CFO ร่วมกันทำ มากกว่าปล่อยให้เป็นเอกสารของฝ่าย Sustainability เพียงฝ่ายเดียว เพราะ คณะกรรมการบริษัทควรสามารถอ่านแผนการเปลี่ยนผ่านทั้งฉบับได้ภายในเวลา 10 นาที และเข้าใจได้ทันทีว่ากำลังอนุมัติอะไร”
จาก Green Bond สู่ Transition Bond
เงินต้องไหลไปถึงธุรกิจที่ “ยังไม่เขียว”
การมี Transition Plan จะมีความหมายมากขึ้นเมื่อมีเครื่องมือทางการเงินรองรับ ซึ่ง อริยา ติรณะประกิจ นายกสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ชี้ให้เห็นว่า ตลาด ESG Bond ไทยเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมูลค่าคงค้างเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 55% ต่อปีระหว่างปี 2563–2568 และ ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 มีมูลค่าคงค้างประมาณ 1.081 ล้านล้านบาท หรือ 5.9% ของตลาดตราสารหนี้ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม โจทย์ระยะต่อไปไม่ใช่การเพิ่ม Green Bond เพียงอย่างเดียว เพราะธุรกิจจำนวนมากไม่ได้ “เขียว” ตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมหนักที่ต้องลงทุนเปลี่ยนเครื่องจักร เชื้อเพลิง เทคโนโลยี และกระบวนการผลิตจำนวนมหาศาล หากประเทศไทยต้องการเดินไปสู่ Net Zero เงินทุนจึงต้องสามารถไหลไปช่วยธุรกิจเหล่านี้ “เปลี่ยนผ่าน” ได้ด้วย
“เราจะมีแต่ Green Bond ไม่ได้ เพราะเรายังมีธุรกิจที่ไม่ Green และพวกนี้แหละคือกลุ่มที่ต้องให้เขาเปลี่ยนผ่าน…เราจะมุ่งเป้าแค่เขียวไม่พอ”
อริยา นำเสนอว่าเครื่องมือที่เตรียมเข้ามาเพิ่มเติม ได้แก่ Transition Bond สำหรับโครงการที่สอดคล้องกับ Transition Plan ขององค์กร และ Thailand Amber Bond สำหรับกิจกรรมที่ถูกจัดเป็น “Amber” ภายใต้ Thailand Taxonomy เพื่อช่วย Hard-to-Abate Sectors เข้าถึงเงินทุนสำหรับการเปลี่ยนผ่าน ความต้องการเงินทุนมีขนาดใหญ่ โดยข้อมูล ADB ที่ ThaiBMA นำเสนอประเมินว่า ประเทศไทยต้องมีการลงทุนราว 500,000–700,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อเดินไปสู่เป้าหมาย NDC 3.0 ขณะที่ภาคพลังงาน ขนส่ง และอุตสาหกรรมยังมี Financing Gap อยู่มาก
TRIS Rating เงินมี
แต่ต้องมี Credibility
ด้านหนึ่งของสมการคือ Credibility ความน่าเชื่อถือที่นักลงทุนต้องสามารถตรวจสอบได้ โดย ปรเมศร์ รักการงาน ผู้อำนวยการ Sustainable Finance บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด อธิบายบทบาทของ Second Party Opinion (SPO) ว่าเป็น External Reviewer ที่ทำหน้าที่อย่างเป็นอิสระระหว่างผู้ออกตราสารกับนักลงทุน ตั้งแต่การพิจารณาความเป็นไปได้ของแผน ความสมเหตุสมผลของเงินลงทุน การจัดสรรเงินให้ตรงตามวัตถุประสงค์ ไปจนถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคมที่เกิดขึ้นจริง สารสำคัญจาก TRIS Rating จึงสรุปได้ตรงไปตรงมาว่า

“เงินทุนสำหรับการเปลี่ยนผ่านมีอยู่แล้ว สิ่งที่จะทำให้เงินทุนนั้นเข้าถึงได้คือความน่าเชื่อถือ แผนการเปลี่ยนผ่านที่ตลาดสามารถตรวจสอบได้”
ความน่าเชื่อถือนี้กำลังมีความสำคัญมากขึ้น เพราะนักลงทุนไม่ได้ต้องการเห็นเพียง Ambition แต่ต้องการ Evidence ตั้งแต่ KPI ที่วัดผลได้ Baseline ที่ชัดเจน Governance ไปจนถึง Independent Review ข้อมูลที่ TRIS Rating นำเสนอระบุด้วยว่า ในปี 2568 Sustainability-Linked Bond (SLB) มีสัดส่วนถึง 83.5% ของการออก ESG Bond ไทย สะท้อนว่าตลาดกำลังขยับไปหาเครื่องมือที่ผูกการระดมทุนกับ Performance มากขึ้น ขณะเดียวกัน 33 จาก 41 ผู้ออก ESG Bond กลับมาระดมทุนซ้ำ แสดงให้เห็นว่าเมื่อบริษัทสามารถสร้าง Framework และ Credibility ได้แล้ว ความน่าเชื่อถือดังกล่าวสามารถกลายเป็นสินทรัพย์ที่นำกลับมาใช้ในการระดมทุนครั้งต่อไปได้ ไม่ใช่ต้นทุนที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว
เครื่องมือ Climate Transition Canvas ที่ฝ่ายความยั่งยืน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ออกแบบไว้ จึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับการลดคาร์บอน หากแต่เป็น “สะพาน” ที่เชื่อมระหว่าง วิศวกร ผู้บริหารธุรกิจ CFO คณะกรรมการบริษัท และตลาดทุน ให้อยู่บนข้อมูลชุดเดียวกัน

เจสันกล่าวในท้ายที่สุด หากองค์กรสามารถตอบคำถามได้ครบว่า “จะลดคาร์บอนอย่างไร ใช้เงินเท่าไร ใครรับผิดชอบ และจะหาเงินจากที่ไหน” การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำก็จะไม่ใช่เพียงเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม แต่จะกลายเป็นกลยุทธ์การแข่งขันและการเข้าถึงเงินทุนในยุคเศรษฐกิจใหม่
SD Perspectives | Thailand’s Sustainability & Business Strategy Media
สำนักข่าวและสื่อวิเคราะห์ด้าน Sustainability และ Business Strategy ของประเทศไทย นำเสนอข่าวสาร บทวิเคราะห์ และประเด็นสำคัญด้าน ESG, Nature & Biodiversity, Sustainable Finance, Business Strategy และ DEI เพื่อช่วยผู้บริหาร นักลงทุน และองค์กรไทย เข้าใจความเสี่ยง โอกาส และทิศทางการแข่งขันใหม่ของโลกธุรกิจในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม






