ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ บรรยายบนเวที Earth Jump 2026 เรื่องอนาคตเศรษฐกิจไทย การค้าโลก และบทบาทของ Sustainability ในการสร้างความสามารถแข่งขันของธุรกิจไทย ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ บรรยายบนเวที Earth Jump 2026 เรื่องอนาคตเศรษฐกิจไทย การค้าโลก และบทบาทของ Sustainability ในการสร้างความสามารถแข่งขันของธุรกิจไทย

‘ศุภจี’ เผยโอกาสเศรษฐกิจไทยท่ามกลางบริบทใหม่ของโลก

ชู Sustainability คือหนึ่งจุดขาย ดัน SMEs โตคู่ทุนใหญ่

ศุภจีเริ่มต้นถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันมีมุมมองที่หลากหลายและกำลังอยู่ในช่วง “เปลี่ยนผ่านและปรับตัวจริงจัง” จากตัวเลขล่าสุดพบสัญญาณการเติบโตเชิงบวกในไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ที่ขยายตัวถึง 2.8% (จากไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 2.5%) เกินกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ โดยมี “พระเอก” ขับเคลื่อนหลัก 2 ส่วนคือ การลงทุนและการส่งออก

ด้านการลงทุน ยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนผ่าน BOI ในปีที่ผ่านมาพุ่งสูงเกือบ 1.9 ล้านล้านบาท โดยในจำนวนนี้เป็นเม็ดเงินลงทุนตรงจากต่างประเทศ (FDI) ถึงประมาณ 1.36 – 1.37 ล้านล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นต่อนโยบายรัฐบาล ขณะที่ไตรมาส 1 ของปีนี้ ยอด BOI ยังคงเติบโตดีทะลุ 1 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็น FDI ถึงประมาณ 95% 


ด้านการส่งออก ยอดการส่งออกในปีที่ผ่านมาสร้างมูลค่าได้สูงถึง 11.14 ล้านล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นคิดเป็น 22.9% 




แม้ตัวเลขภายนอกจะดูเติบโตอย่างน่าประทับใจ แต่หากเจาะลึกเข้าไปดูในโครงสร้างไส้ใน จะพบความท้าทายและข้อควรระวังสำคัญที่อธิบายว่าเหตุใดเงินในกระเป๋าของประชาชนส่วนใหญ่จึงไม่ได้โตตาม GDP

“ภาครัฐจำเป็นต้องออกแบบนโยบายแบบ พุ่งเป้า ที่ดูแลทั้งระยะสั้น กลาง และยาวไปพร้อมกัน โดยการจ่ายยาแก้ปวด 3 ตัวหลัก ได้แก่ ลดค่าครองชีพ, เสริมรายได้คนตัวเล็ก ผ่าน 3 ปัจจัย: แหล่งทุน/Soft Loan, เทคโนโลยีเพิ่ม Productivity การหาตลาดใหม่ และ ปรับแก้กฎระเบียบสร้างความโปร่งใส เพื่อสร้าง Trust Currency หรือความเชื่อมั่นในการค้าขาย”

-มาตรการเชิงรุกด้านเกษตรกรรม ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา กรมการค้าต่างประเทศห้ามนำเข้าสินค้าเกษตรที่มีกระบวนการเผา เพื่อบังคับให้ห่วงโซ่อุปทาน (เช่น อุตสาหกรรมอาหารสัตว์) ปรับตัวสู่มาตรฐานรักษ์โลก

-โมเดลความร่วมมือระหว่างประเทศ ปรับวิธีคิดจากการมองเรื่อง “ดุลการค้า” มาเป็นการมอง “Total Supply Chain” เช่น การจับมือกับอินเดียที่มีกลุ่มชนชั้นกลางขยายตัวสูง โดยไทยสามารถนำสินค้านวัตกรรมวัสดุก่อสร้างรักษ์โลก เช่น อิฐบล็อกกันความร้อน เข้าไปตั้งฐานผลิตร่วมกัน ดึงจุดแข็งด้านดีไซน์และแบรนดิ้งของไทย ผสมกับแรงงานและวัตถุดิบของคู่ค้า เพื่อส่งออกไปยังประเทศที่ 3, 4, 5 ร่วมกัน 




เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้วิ่งได้เต็มสูบเหมือนติดเทอร์โบ ผู้ประกอบการทุกขนาดต้องเปลี่ยนทัศนคติ เปิดใจให้กว้าง เรียนรู้บริบทโลกและกฎเกณฑ์ใหม่ๆ โดยนำ 3 กลยุทธ์ ปรับใช้

ศุภจีเน้นย้ำว่า การเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบันไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องปรับตัวทั้งในด้านทักษะ เทคโนโลยี และมาตรฐานการดำเนินธุรกิจ หากต้องการรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว