ตุลาคม 28,2026…วิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP กล่าวในวันที่ SCGP ประกาศผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2569 มีรายได้จากการขาย 94,326 ล้านบาท และกำไรสำหรับงวด 5,896 ล้านบาท ตั้งเป้าใช้พลังงานทางเลือก 40% ปัจจุบันทำได้ 37%และมีแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านการปรับเปลี่ยนเชื้อเพลิง
การขับเคลื่อนความยั่งยืนและ AI ของ SCGP กำลังให้ความสำคัญกับฐานร่วมสองเรื่อง คือธรรมาภิบาลที่กำหนดทิศทางธุรกิจ และคนที่เชื่อมเทคโนโลยีเข้ากับการทำงานจริง
จาก ESG สู่ GES
ให้ธรรมาภิบาลเป็นฐานของการเปลี่ยนผ่าน
วิชาญขยายความแนวคิดการปรับ ESG เป็น GES ผ่านวัฒนธรรมการทำธุรกิจของ SCGP ที่เปลี่ยนจากการใช้คำว่า M&A หรือ Mergers & Acquisitions มาเป็น M&P หรือ Merger & Partnership เพื่อให้ความสำคัญกับการเป็นพันธมิตรในการขยายธุรกิจและสร้างการเติบโตร่วมกัน

“เป็น Culture ของ SCGP ที่ใส่ใจและให้เกียรติคนในบริษัทที่เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร เพราะการเติบโตไม่ได้มีเพียงเรื่องการซื้อกิจการ แต่รวมถึงวิธีปฏิบัติต่อผู้ร่วมธุรกิจด้วย”
การขยับจาก ESG เป็น GES มีแนวคิดในทำนองเดียวกัน คือใช้การเปลี่ยนถ้อยคำและลำดับเพื่อสื่อสารวิธีคิดขององค์กร โดยองค์ประกอบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลยังอยู่ครบ
“คำว่า GES สำหรับ SCGP การนำ Governance ขึ้นมาก่อนต้องการกระตุ้นให้พนักงาน คู่ค้า และผู้เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่คุณค่าเห็นว่าธรรมาภิบาลเป็นฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจ แนวคิด GES จึงเริ่มจากทัศนคติของทีมผู้บริหาร ก่อนส่งต่อไปสู่การปฏิบัติร่วมกัน ซึ่งการปรับเป็น GES นำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทยังอยู่ระหว่างการพิจารณา”
AI Facilitator 250 คน
คือใคร และเชื่อมคนกับ AI อย่างไร

นอกเหนือจากทิศทางความยั่งยืน การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในองค์กรยังเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญ แต่เนื่องจากโครงสร้างพนักงานระดับปฏิบัติการ เช่น ระดับ ปวช. และ ปวส. อาจเข้าไม่ถึงภาษาทางเทคนิคอันซับซ้อนของกลุ่ม Data Scientist (Data Scientist หรือผู้เชี่ยวชาญ AI 10 คน รับจากภายนอก มีพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์และวิทยาการข้อมูล ทำงานด้านเทคนิคเกี่ยวกับข้อมูล โมเดล ซอฟต์แวร์ และแอปพลิเคชัน ซึ่งเป็นเรื่องยาก ) ทำให้ SCGP แก้ปัญหาด้วยการปั้น AI Facilitator จำนวน 250 คนขึ้นมาทำหน้าที่เป็น “สะพานเชื่อมช่องว่าง”
“บุคลากรกลุ่มนี้คือนักเรียนทุนระดับปริญญาโทด้านสถิติ หรือ Operations Research ร่วมกับกลุ่มวิศวกร ทำหน้าที่นำโจทย์ยากๆ จาก Data Scientist เช่น Business Model หรือ Linear Regression แปลงเป็นภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อสเปรดองค์ความรู้และส่งต่อการใช้งาน AI ไปสู่ชีวิตประจำวันของพนักงานหน้าร้าน การทำงานของ AI Facilitator จึงช่วยเปลี่ยนการปรับใช้ AI จากเดิมที่เป็นแบบสั่งการจากบนลงล่าง ให้เกิดกระบวนการเสนอไอเดียจากล่างขึ้นบน สามารถ Scale ได้จริงทั่วทั้งองค์กร ซึ่งจำนวน 250 คนรับมือกับธุรกิจที่ขยายได้แล้วในตอนนี้”
อย่างไรก็ตาม SCGP ตั้งเป้าหมายขยายจำนวน AI Facilitator เพิ่มขึ้นเป็น 350 คน ในปีถัดไป เพื่อสร้างความพร้อมในการรองรับแผนการขยายธุรกิจและการเติบโตทางเทคโนโลยีไปยังตลาดต่างประเทศในระยะยาวต่อไป
นอกจากเรื่องที่กล่าวถึงข้าง SCGPเพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงทางเลือกเป็น 37๔ พร้อมมุ่งสู่เป้าหมายการใช้เชื้อเพลิงทางเลือก 40% ในปี 2569 ควบคู่การยกระดับมาตรฐานการดำเนินงาน โดยล่าสุด บริษัทสยามคราฟท์อุตสาหกรรม จำกัด ใน SCGP ได้รับการรับรองระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001:2026 และระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2026 ฉบับใหม่จากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) หรือ MASCI ที่มุ่งเน้นการบริหารคุณภาพ การดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม และการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อส่งมอบคุณภาพ สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน
SD Perspectives | Thailand’s Sustainability & Business Strategy Media
สำนักข่าวและสื่อวิเคราะห์ด้าน Sustainability และ Business Strategy ของประเทศไทย นำเสนอข่าวสาร บทวิเคราะห์ และประเด็นสำคัญด้าน ESG, Nature & Biodiversity, Sustainable Finance, Business Strategy และ DEI เพื่อช่วยผู้บริหาร นักลงทุน และองค์กรไทย เข้าใจความเสี่ยง โอกาส และทิศทางการแข่งขันใหม่ของโลกธุรกิจในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม



