SCG ESG On Green On Goal ขับเคลื่อน Net Zero 2050 และกลยุทธ์ธุรกิจสีเขียว SD Perspectives : ESG & Business Strategy Media in Thailand SCG ESG On Green On Goal ขับเคลื่อน Net Zero 2050 และกลยุทธ์ธุรกิจสีเขียว SD Perspectives : ESG & Business Strategy Media in Thailand

SCG ปลุกพลัง ESG ผ่าน “On Green, On Goal”

เมื่อเกมของโลกคือการแข่งขันลดคาร์บอน สู่เป้าหมาย Net Zero 2050

มีนาคม 20,2026… โลกก็เหมือนเกมกอล์ฟ ผู้ชนะคือคนที่ปล่อยคาร์บอนน้อยที่สุด เทคโนโลยีคือกุญแจสำคัญ เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่โลกคาร์บอนต่ำทุกวันนี้เราทำ Mitigation กัน แต่ไม่พอ เราต้อง Adaptation ด้วย เพราะโลกรอไม่ได้ ทุกวันนี้ ผลกระทบจาก Climate Crisis ส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตคน โดยเฉพาะทางด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งปัญหาน้ำ ฝุ่น โรค ฯลฯ เมื่อเกมนี้ยากขึ้น ทีมที่แข็งแกร่งที่สุดคือทีมที่ร่วมมือกัน ถึงจะชนะ

ธุรกิจเผชิญแรงกดดันจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ กติกาการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลง และความคาดหวังของนักลงทุนที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น

ในขณะที่อุณหภูมิโลกที่เพิ่มขึ้นเกิน 1.5°C ส่งผลให้ภัยพิบัติทางธรรมชาติเกิดถี่และรุนแรงขึ้น ทั้งน้ำท่วม ภาวะแห้งแล้ง พายุรุนแรง คลื่นความร้อน แผ่นดินไหว ไฟป่า ภัยแล้ง และพายุรุนแรง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทาน ต้นทุนธุรกิจ และความเชื่อมั่นของนักลงทุน

ด้วยเหตุนี้ หลายประเทศและภาคธุรกิจทั่วโลกจึงตั้งเป้าหมาย Net Zero 2050 เพื่อจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก และปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับอนาคตคาร์บอนต่ำ

ในบริบทดังกล่าว SCG เปิดตัวโฆษณาออนไลน์แคมเปญ “On Green, On Goal – ร่วม เร่ง เปลี่ยน ผ่าน ไปด้วยกัน” โดยใช้เรื่องราวของ นักกอล์ฟหญิงระดับโลก 4 คน เป็นตัวแทนการเดินเกมสู่อนาคต ผ่านการเปรียบเทียบระหว่าง การแข่งขันในสนามกอล์ฟ กับ การแข่งขันของโลกในการลดคาร์บอน

โลกก็เหมือนเกมกอล์ฟ
ผู้ชนะคือคนที่ปล่อยคาร์บอนน้อยที่สุด

ต้องวางกลยุทธ์ เลือกวิธีการใหม่ๆ เพื่อก้าวไปให้ไกลกว่า

ในเกมกอล์ฟ ผู้ชนะคือผู้เล่นที่ใช้จำนวนครั้งในการตีให้น้อยที่สุด

ในเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ กติกาของเกมกำลังเปลี่ยนไปในลักษณะเดียวกัน

ประเทศหรือองค์กรที่สามารถ ลดการปล่อยคาร์บอนได้มากที่สุด ขณะเดียวกันยังรักษาประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจไว้ได้ จะเป็นผู้ได้เปรียบในระบบเศรษฐกิจใหม่

แนวคิดนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจาก Growth-first economy ไปสู่ Low-carbon Society

ในบริบทดังกล่าว ESG จึงไม่ได้เป็นเพียงกรอบด้านความยั่งยืน แต่กำลังกลายเป็น เครื่องมือเชิงกลยุทธ์ในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ

เทคโนโลยีคือกุญแจสำคัญ
เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่โลกคาร์บอนต่ำ

ใช้เทคโนโลยียกระดับ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

หนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำคือ นวัตกรรมและเทคโนโลยี SCG ขับเคลื่อนธุรกิจสู่ Net Zero 2050 จำเป็นต้องอาศัยทั้ง Green Innovation AI เทคโนโลยีดิจิทัล Green Process และ Green Product เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการใช้พลังงาน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ

ขณะเดียวกัน แนวคิด “Green” ของ SCG ไม่ได้หมายถึงเพียงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้าง โอกาสทางธุรกิจใหม่ผ่านนวัตกรรม เทคโนโลยี และโมเดลธุรกิจคาร์บอนต่ำ

ในโลกเศรษฐกิจยุคใหม่ เทคโนโลยีจึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือในการเพิ่มผลิตภาพ แต่กำลังกลายเป็น โครงสร้างพื้นฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืน

เร่งการเปลี่ยนผ่าน
เพราะโลกไม่มีเวลารอ

 เพื่อโลกที่กรีน ต้องเร่งร่วมเปลี่ยน ไปด้วยกัน
เพื่อโลกที่กรีน ต้องเร่งร่วมเปลี่ยน ไปด้วยกัน

ในโลกที่ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป

ภาคธุรกิจจึงต้องดำเนินกลยุทธ์ควบคู่กันทั้ง Climate Mitigation หรือการลดสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ Climate Adaptation หรือการปรับตัวเพื่อลดผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแล้ว

สำหรับ SCG แนวทางดังกล่าวถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ ESG ผ่านการผสาน นวัตกรรมสีเขียว (Green Innovation) เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคธุรกิจ และชุมชน เพื่อบริหารความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ เสริมความยืดหยุ่นขององค์กร และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

การบริหารจัดการน้ำ: ตัวอย่างของ Mitigation และ Adaptation

หนึ่งในตัวอย่างสำคัญของการดำเนินงานด้าน Climate Mitigation และ Climate Adaptation คือ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

SCG ร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรเพื่อขับเคลื่อนการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่การฟื้นฟูทรัพยากรป่าต้นน้ำ ไปจนถึงการพัฒนาแนวทางบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนในพื้นที่ชุมชนโดยรอบ

ในด้าน Climate Mitigation บริษัทมุ่งบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผ่านโครงการ “รักษ์ภูผามหานที” ที่เน้นการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ การปลูกป่า และการสร้างฝายชะลอน้ำ เพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศ

ขณะเดียวกัน โครงการ “ประโยชน์สุข ชุมชนจัดการน้ำ” ยังช่วยยกระดับการบริหารจัดการน้ำในระดับชุมชน โดยร่วมมือกับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) และมูลนิธิอุทกพัฒน์ เพื่อนำเทคโนโลยีสารสนเทศและองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “หาน้ำได้ เก็บน้ำไว้ ใช้น้ำเป็น”

ในมิติของ Climate Adaptation SCG ยังสนับสนุนการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถรองรับความเสี่ยงจากน้ำหลาก เช่น แนวคิด Dual Use Infrastructure ซึ่งออกแบบพื้นที่สาธารณะหรือโครงสร้างเมืองให้สามารถใช้งานได้ในภาวะปกติ และปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่รองรับน้ำในช่วงเกิดอุทกภัย

พร้อมกันนี้ ยังมีการสนับสนุนการจัดตั้ง Water Resilience Center เพื่อเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย และข้อมูลด้านการบริหารจัดการน้ำ เพื่อช่วยให้เมืองและชุมชนสามารถรับมือกับความเสี่ยงด้านน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในระดับองค์กร SCG ยังวางระบบ Business Continuity Management (BCM) เพื่อเพิ่มความพร้อมในการรับมือกับภัยแล้งและน้ำท่วม ลดผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ และรักษาความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน

การจัดการคุณภาพอากาศ: ลด PM2.5 ทั้งต้นเหตุและผลกระทบ

อีกหนึ่งตัวอย่างของการดำเนินงานด้าน Climate Mitigation และ Adaptation คือ การบริหารจัดการคุณภาพอากาศ โดยเฉพาะปัญหา PM2.5 ซึ่งส่งผลต่อทั้งสุขภาพ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน

ในด้าน Mitigation SCG ดำเนินโครงการ “ต้นแบบชุมชนลดเผา” โดยทำงานร่วมกับเกษตรกร ชุมชน และภาครัฐ เพื่อส่งเสริมการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลในกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์

แนวทางดังกล่าวช่วยลดการเผาในที่โล่งซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของฝุ่น PM2.5 ขณะเดียวกันยังสร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกร และสนับสนุนการใช้พลังงานทางเลือกในภาคอุตสาหกรรม

ในด้าน Climate Adaptation บริษัทได้ดำเนินโครงการ “ประโยชน์สุข – ห้องเรียนปลอดฝุ่น” โดยติดตั้งระบบกรองอากาศและระบบเติมอากาศบริสุทธิ์ผ่านนวัตกรรม SCG Active Airflow ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในพื้นที่เสี่ยง

ปัจจุบันโครงการดำเนินงานในจังหวัด เชียงราย เชียงใหม่ และลำปาง เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพอากาศภายในอาคาร ลดความเสี่ยงด้านสุขภาพ และสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน

Climate Adaptation: กลยุทธ์สำคัญขององค์กรในโลกที่ไม่แน่นอน

นอกจากการลดการปล่อยคาร์บอนแล้ว การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังเป็นปัจจัยสำคัญของ ความยืดหยุ่นขององค์กร (Organizational Resilience)

องค์กรที่สามารถประเมินความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ วางแผนรับมือ และปรับกลยุทธ์ได้อย่างรวดเร็ว จะมีความได้เปรียบเชิงโครงสร้างในระยะยาว

ในโลกที่ความผันผวนกำลังกลายเป็นเรื่องปกติ การเริ่มต้นก่อน ปรับตัวเร็ว และบริหารความเสี่ยงเชิงรุก อาจเป็นตัวกำหนดว่าใครจะสามารถอยู่รอดและเติบโตได้ในเศรษฐกิจยุคใหม่

SCG Inclusive Green Growth
การเติบโตที่ไม่ทิ้งโลกไว้ข้างหลัง

เป้าหมายอยู่ไกล ต้องเริ่มด้วยความมุ่งมั่นเดียวกัน

SCG ขับเคลื่อนกลยุทธ์ ESG ผ่านแนวคิด Inclusive Green Growth มุ่งสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคม แนวคิดนี้ประกอบด้วย 3 เสาหลักสำคัญ

แนวคิดนี้สะท้อนการปรับบทบาทของธุรกิจจากผู้ใช้ทรัพยากร ไปสู่ ผู้ร่วมสร้างคุณค่าระยะยาวให้กับเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

เมื่อเกมยากขึ้น
ทีมที่แข็งแกร่งที่สุดคือทีมที่ร่วมมือกัน

ถ้าเวิร์คเป็นทีม เรื่องยากก็เป็นไปได้

วิกฤตสภาพภูมิอากาศเป็นความท้าทายระดับโลกที่ไม่มีองค์กรใดสามารถแก้ไขได้เพียงลำพัง การขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำจึงต้องอาศัย ความร่วมมือจากหลายภาคส่วนทั้ง ภาคธุรกิจภาครัฐ ภาคประชาสังคม ชุมชน

SCG จึงให้ความสำคัญกับ Collaboration ในทุกระดับ ตั้งแต่เครือข่ายพันธมิตรธุรกิจ ลูกค้า และชุมชน ไปจนถึงความร่วมมือในเวทีระดับโลก เช่น World Economic Forum (WEF) และ World Business Council for Sustainable Development (WBCSD)

การสร้างเครือข่ายความร่วมมือเช่นนี้ไม่เพียงช่วยขยายผลของการดำเนินงานด้าน ESG แต่ยังช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านของระบบเศรษฐกิจโดยรวม

ร่วม เร่ง เปลี่ยนผ่านไปด้วยกัน

แคมเปญ On Green, On Goal ไม่ได้อยู่แค่การสื่อสารเป้าหมายขององค์กร แต่คือการชวนทุกภาคส่วนให้เข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนผ่านของโลก

เพราะการไปสู่ Net Zero 2050 ไม่ใช่การแข่งขันขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่เป็นภารกิจร่วมของทุกคน ที่จะ ร่วม เร่ง เปลี่ยนผ่านไปด้วยกัน พื่อโลกที่ดีกว่าสำหรับวันนี้ และสำหรับคนรุ่นต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *