กรกฎาคม 20,2026…ความสำเร็จของนักแสดงจากซีรีส์วายและยูริไม่ได้หยุดอยู่ที่กระแส “คู่จิ้น” แต่กำลังเปลี่ยนเป็นมูลค่าทางธุรกิจที่ Luxury Brands ระดับโลกจับตามอง เมื่อฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นสามารถสร้างทั้งอิทธิพลบนโซเชียล การมีส่วนร่วม และแรงขับเคลื่อนทางการตลาดได้อย่างเป็นรูปธรรม โดย Financial Times มองว่า ไทยกำลังเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของปรากฏการณ์นี้
ภาพของแฟนคลับจำนวนมากที่รวมตัวอยู่ด้านนอกงานแฟชั่นโชว์ของแบรนด์หรู อาจไม่ใช่เรื่องแปลกในช่วง Fashion Week แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ บุคคลที่พวกเขารอพบไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะดาราฮอลลีวูดหรือศิลปินตะวันตกอีกต่อไป
Financial Times รายงานว่า นักแสดงจากซีรีส์ Boys’ Love หรือ BL และ Girls’ Love หรือ GL ของเอเชีย โดยเฉพาะ “นักแสดงไทย” กำลังกลายเป็นกลุ่มบุคคลที่ Luxury Brands ระดับโลกต้องการร่วมงานด้วย เพราะนอกจากจะมีชื่อเสียงแล้ว ยังมีฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่น มีส่วนร่วมสูง และพร้อมสนับสนุนศิลปินในระดับที่สามารถเปลี่ยน “ความนิยม” ให้เป็น “มูลค่าทางการตลาด” ได้อย่างชัดเจน

หนึ่งในกรณีที่สะท้อนพลังดังกล่าวคือ “ฝ้าย–พีรญา มะลิซ้อน” นักแสดงนำจากซีรีส์ GL เรื่อง Blank ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากจากแฟนคลับระหว่างเข้าร่วมงานแฟชั่นของ Max Mara ที่มิลาน
ข้อมูลจาก Launchmetrics ระบุว่า คอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียของฝ้ายสามารถสร้าง Media Impact Value หรือ MIV ได้ถึง 22.2 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าคอนเทนต์ของ Vogue US ซึ่งสร้างมูลค่าราว 10.2 ล้านดอลลาร์ และมากกว่ามูลค่าผลกระทบทางสื่อของคอนเทนต์จากคนดังอิตาลีรวมกันอย่างน้อย 13 เท่า
ตัวเลขนี้ทำให้พลังของนักแสดง GL ไทยไม่ได้เป็นเพียงปรากฏการณ์ในวงการบันเทิง แต่กำลังกลายเป็นกรณีศึกษาด้าน Brand Influence ที่สามารถวัดผลตอบแทนจากการตลาดได้จริง
นักแสดงไทยเชื่อม Luxury Brands
กับแฟนด้อมเอเชีย
นักแสดง GL/BL ไทยหลายคนกำลังก้าวเข้าสู่บทบาท Brand Ambassador ของแบรนด์แฟชั่นระดับโลก
เบ็คกี้–รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง นักแสดงไทย-อังกฤษจากซีรีส์ Gap เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Chanel และได้รับการเซ็นสัญญาจาก CAA บริษัทตัวแทนศิลปินระดับโลก ขณะที่ฟรีน–สโรชา จันทร์กิมฮะ นักแสดงคู่กันจากเรื่องเดียวกัน เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Valentino ตั้งแต่ปี 2025
ด้านวิน–เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร และไบร์ท–วชิรวิชญ์ ชีวอารี จากซีรีส์ BL เรื่อง 2gether เป็นตัวแทนของ Prada และ Burberry ตามลำดับ ส่วนหลิงหลิง–ศิริลักษณ์ คอง และออม–กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์ หรือ “หลิงออม” จากซีรีส์ GL เรื่อง Only You ต่างเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Dior

ขณะที่มาย–ภาคภูมิ ร่มไทรทอง และอาโป–ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ เป็นตัวแทนของ Dior Men สะท้อนให้เห็นว่า Luxury Brands ไม่ได้เลือกนักแสดงเหล่านี้จากกระแสเฉพาะหน้า แต่กำลังมองเห็นศักยภาพในการเชื่อมต่อกับผู้บริโภครุ่นใหม่ทั่วเอเชียและตลาดโลก

Andrew Ooi ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Echelon Talent มองว่า ผู้บริหารแบรนด์เริ่มตระหนักถึงทั้งความสำคัญทางวัฒนธรรม และความต้องการทางการตลาด ที่มีต่อนักแสดงซึ่งรับบท LGBTQ+ มากขึ้น
สำหรับธุรกิจ Luxury ที่ขายทั้งความปรารถนา รสนิยม และประสบการณ์ทางอารมณ์ นักแสดง GL/BL มีคุณสมบัติสำคัญ เพราะสามารถถ่ายทอดทั้งความงาม ความสง่างาม และความสัมพันธ์กับผู้ชมได้อย่างลึกซึ้ง ขณะเดียวกัน ฐานแฟนคลับยังมีระดับ Engagement และ Conversion Rate สูง จึงทำให้นักแสดงกลุ่มนี้กลายเป็นพันธมิตรทางการตลาดที่แบรนด์ไม่อาจมองข้าม
LGBT Capital ประเมินว่า ชุมชน LGBTQ+ ทั่วโลกมีกำลังซื้อรวมประมาณ 4.7 ล้านล้านดอลลาร์ แต่เสน่ห์ของซีรีส์ GL/BL ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะผู้ชม LGBTQ+ เท่านั้น
Tiffany Godoy ที่ปรึกษาในกรุงโตเกียวและ Editor-at-Large ของ W Magazine China อธิบายว่า แฟนซีรีส์จำนวนมากเป็นผู้หญิงรักต่างเพศที่สนใจความสัมพันธ์ซึ่งเปิดพื้นที่ให้กับความอ่อนโยน ความใกล้ชิดทางอารมณ์ และตัวละครชายที่สามารถแสดงความเปราะบางได้มากกว่าภาพความเป็นชายแบบดั้งเดิม
จาก Korean Wave
สู่พลังวัฒนธรรมใหม่จากไทย
ปรากฏการณ์นี้ยังสะท้อนการเปลี่ยนทิศทางของอำนาจทางวัฒนธรรมโลก ซึ่งเดิมมีสหรัฐอเมริกาเป็นศูนย์กลาง แต่ปัจจุบัน Pop Culture จากภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกกำลังมีอิทธิพลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่กระแส Korean Wave หรือ Hallyu ไปจนถึงวัฒนธรรมและสุนทรียภาพจากจีนที่แพร่กระจายผ่าน TikTok
ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตคอนเทนต์ GL/BL รายสำคัญ ขณะที่ฐานผู้ชมกระจายอยู่ทั่วฟิลิปปินส์ เวียดนาม ไต้หวัน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น หลายประเทศเริ่มพัฒนาคอนเทนต์ LGBTQ+ ของตนเอง แต่ซีรีส์ไทยยังมีบทบาทโดดเด่นในการสร้างนักแสดง ที่สามารถก้าวจากตลาดระดับภูมิภาคไปสู่เวทีแฟชั่นระดับโลก
อย่างไรก็ตาม ความนิยมของซีรีส์ GL/BL เติบโตขึ้นท่ามกลางความก้าวหน้าด้านสิทธิ LGBTQ+ ในเอเชียที่ยังไม่เท่าเทียมกัน ประเทศไทยเพิ่งบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมในปี 2025 ขณะที่อีกหลายประเทศยังมีข้อจำกัดทางกฎหมาย การตีตราทางสังคม หรือการควบคุมการนำเสนอความสัมพันธ์ระหว่างคนเพศเดียวกันผ่านสื่อ

ความย้อนแย้งดังกล่าวทำให้ GL/BL มีความหมายมากกว่าคอนเทนต์บันเทิง เพราะกำลังเปิดพื้นที่ทางวัฒนธรรมให้ผู้ชมคุ้นเคยกับความหลากหลายผ่านเรื่องราวความรัก ความปรารถนา และความสัมพันธ์ของมนุษย์ โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการนำเสนอในฐานะประเด็น “การเมือง” เสมอไป
โปรดักชั่นคุณภาพสูง
ยกระดับ GL/BL พ้นตลาดเฉพาะกลุ่ม
อีกปัจจัยที่ทำให้ Luxury Brands ให้ความสนใจ คือคุณภาพของซีรีส์ GL/BL ที่พัฒนาไปไกลกว่าคอนเทนต์สำหรับฐานแฟนเฉพาะกลุ่ม ทั้งด้านบท การออกแบบงานสร้าง เสื้อผ้า ภาพถ่าย และการเล่าเรื่องที่มีความซับซ้อนมากขึ้น

Financial Times ยกตัวอย่าง ClaireBell ซีรีส์ GL จากบริษัทโปรดักชันของใหม่–ดาวิกา โฮร์เน่ ลงทุนสร้างฉากและนำเสนอภาพด้วยสุนทรียภาพแบบภาพยนตร์ รวมถึง Shine ซีรีส์โรแมนติกที่นำแสดงโดยมายและอาโป ซึ่งวางเรื่องราวท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของไทยในปี 1969

พัฒนาการเหล่านี้ทำให้ ซีรีส์ GL/BL ไม่ได้ขายเพียงเคมีระหว่างนักแสดง แต่สามารถสร้างโลกของเรื่องราว แฟชั่น และสุนทรียภาพที่สอดคล้องกับภาษาของ Luxury Brands ได้โดยตรง
เมื่อแฟนด้อมกลายเป็น
สินทรัพย์ทางธุรกิจ
สิ่งที่ Luxury Brands กำลังมองเห็นจึงไม่ใช่เพียงจำนวนผู้ติดตาม แต่คือ “คุณภาพของความสัมพันธ์” ระหว่าง “นักแสดงกับแฟนคลับ”
ผู้ชมยุคใหม่ไม่ได้สนใจแค่ชื่อเสียงแบบดั้งเดิม แต่ต้องการความจริงใจ ความเปราะบาง และความรู้สึกเชื่อมโยงกับศิลปิน นักแสดง GL/BL สามารถสร้างสายสัมพันธ์ลักษณะนี้ผ่านตัวละคร เนื้อเรื่อง กิจกรรมคู่ และการสื่อสารบนโซเชียลมีเดีย จนเกิดเป็นชุมชนแฟนคลับที่พร้อมสนับสนุนทั้งผลงาน และแบรนด์ที่ศิลปินร่วมงานด้วย

อาจจะกล่าวได้ว่า ปรากฏการณ์นี้สะท้อนถึง Soft Power ไทยกำลังก้าวไปไกลกว่า “การส่งออกซีรีส์” เพราะสามารถเชื่อมโยงอุตสาหกรรมคอนเทนต์ แฟชั่น การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจแฟนด้อมเข้าด้วยกัน
ซีรีส์ GL/BL จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของ “คู่จิ้น” แต่คือ Cultural Economy รูปแบบใหม่ ซึ่งความหลากหลายทางเพศ ความสามารถในการเล่าเรื่อง และพลังความผูกพันของแฟนคลับ กำลังถูกเปลี่ยนให้เป็นมูลค่าที่แบรนด์ระดับโลกสามารถมองเห็นและวัดผลได้
หากไทยสามารถพัฒนาทั้งคุณภาพการผลิต ระบบบริหารศิลปิน ทรัพย์สินทางปัญญา และพื้นที่แห่งความเท่าเทียมให้เติบโตไปพร้อมกัน ปรากฏการณ์นี้อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการที่นักแสดง GL/BL ไทย จะก้าวจาก Soft Power แห่งเอเชีย สู่พลังทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจระดับโลกอย่างเต็มตัว
เรียบเรียงที่มา FINANCIAL TIMES
โดย Kati Chitrakorn นักเขียนอิสระของ FINANCIAL TIMES
SD Perspectives | Thailand’s Sustainability & Business Strategy Media
สำนักข่าวและสื่อวิเคราะห์ด้าน Sustainability และ Business Strategy ของประเทศไทย นำเสนอข่าวสาร บทวิเคราะห์ และประเด็นสำคัญด้าน ESG, Nature & Biodiversity, Sustainable Finance, Business Strategy และ DEI เพื่อช่วยผู้บริหาร นักลงทุน และองค์กรไทย เข้าใจความเสี่ยง โอกาส และทิศทางการแข่งขันใหม่ของโลกธุรกิจในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม





