สิงหาคม 26,2026…จากสวนยาง 500,000 ไร่ สู่โครงการป่าไม้และนาข้าวลดมีเทน CPP เตรียมศึกษาการนำบล็อกเชนเชื่อมผลลัพธ์ด้านคาร์บอนและความหลากหลายทางชีวภาพเข้ากับแหล่งเงินทุนสีเขียว แต่การออกโทเคนดิจิทัลยังขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของโครงการ โครงสร้างผลประโยชน์ และหลักเกณฑ์กำกับดูแล
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด (CPP) ภายใต้ธุรกิจพืชครบวงจร ข้าว ขนส่ง และบริการ (CPCRT) เครือเจริญโภคภัณฑ์ แต่งตั้งบริษัท โทเคน เอกซ์ จำกัด (TokenX) เป็นผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล หรือ ICO Portal เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของการนำแนวคิด Green Tokenization มาใช้กับโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและภาคเกษตรกรรม
สาระสำคัญของการศึกษาครั้งนี้อยู่ที่การนำคุณค่าจาก “ทุนธรรมชาติ” เช่น การลดและกักเก็บคาร์บอน การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ มาเชื่อมโยงกับระบบการเงินผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนากลไกระดมทุนสำหรับโครงการสิ่งแวดล้อม และเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบข้อมูลและผลลัพธ์ของโครงการ

สินทรัพย์และโครงการที่อยู่ในขอบเขตการศึกษา ประกอบด้วยพื้นที่สวนยางพารา โครงการป่าไม้ และนาข้าวที่ใช้วิธีบริหารจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง หรือ Alternate Wetting and Drying (AWD) ซึ่งช่วยลดการใช้น้ำและการปล่อยก๊าซมีเทนจากการทำนา
CPP ระบุว่า โครงการเหล่านี้จะได้รับการประเมินความเป็นไปได้ในการพัฒนาเป็นคาร์บอนเครดิตตามมาตรฐานโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจของประเทศไทย รวมถึงมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง ควบคู่กับการประเมินคุณค่าของระบบนิเวศในมิติอื่น ไม่ได้จำกัดเฉพาะปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดหรือกักเก็บได้
หนึ่งในโครงการที่มีศักยภาพนำมาศึกษาคือ โครงการคาร์บอนเครดิตในสวนยางเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 500,000 ไร่ ในจังหวัดเลย อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ และนครพนม มีเกษตรกรชาวสวนยางเกี่ยวข้องมากกว่า 60,000 ครัวเรือน
วรสิทธิ์ สิทธิวิชัย ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการธุรกิจคาร์บอนเครดิต CPP กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวต้องการศึกษาว่าเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเงินจะช่วยเปลี่ยนคุณค่าจากระบบนิเวศให้เกิดประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม เกษตรกร ชุมชน และเศรษฐกิจในระยะยาวได้อย่างไร

นอกเหนือจากคาร์บอนเครดิต CPP ยังพิจารณาคุณค่าที่เกิดจากการฟื้นฟูป่า การอนุรักษ์ถิ่นที่อยู่อาศัย และความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งอาจต่อยอดไปสู่การศึกษา Biodiversity Credits เพื่อสร้างกลไกสะท้อนมูลค่าของธรรมชาติในมิติที่กว้างกว่าคาร์บอน
จิตตินันท์ ชาติสีหราช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Token X จะศึกษาความเหมาะสมของโครงสร้างการออกและเสนอขายโทเคนดิจิทัล คุณสมบัติของสินทรัพย์หรือคุณค่าที่นำมาใช้อ้างอิง ตลอดจนกลไกการจัดสรรผลประโยชน์ โดยต้องดำเนินการภายใต้กฎเกณฑ์กำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง
วันรบ บุญธรรม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน Token X ระบุว่า การศึกษาจะครอบคลุมการประยุกต์ใช้บล็อกเชนร่วมกับแนวคิด Real-World Asset หรือ RWA Tokenization เพื่อเชื่อมสินทรัพย์และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในโลกจริงเข้ากับสินทรัพย์ดิจิทัล
อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือครั้งนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษา ไม่ได้หมายความว่าจะมีการออกหรือเสนอขาย Green Token ในทันที การพัฒนาไปสู่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินจำเป็นต้องพิจารณาทั้งคุณภาพและความน่าเชื่อถือของข้อมูลสิ่งแวดล้อม สิทธิในสินทรัพย์อ้างอิง วิธีแบ่งปันผลประโยชน์ให้เกษตรกรและชุมชน ตลอดจนการปฏิบัติตามกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัล
หากสามารถออกแบบกลไกได้อย่างรัดกุม Green Tokenization อาจช่วยขยายช่องทางระดมทุนให้โครงการอนุรักษ์ธรรมชาติและเกษตรกรรมคาร์บอนต่ำ แต่ความน่าเชื่อถือจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีบล็อกเชนเพียงอย่างเดียว หากอยู่ที่การพิสูจน์ว่าผลลัพธ์ด้านคาร์บอนและความหลากหลายทางชีวภาพเกิดขึ้นจริง ตรวจสอบได้ และสร้างประโยชน์กลับไปยังผู้ดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นธรรมด้วย
SD Perspectives | Thailand’s Sustainability & Business Strategy Media
สำนักข่าวและสื่อวิเคราะห์ด้าน Sustainability และ Business Strategy ของประเทศไทย นำเสนอข่าวสาร บทวิเคราะห์ และประเด็นสำคัญด้าน ESG, Nature & Biodiversity, Sustainable Finance, Business Strategy และ DEI เพื่อช่วยผู้บริหาร นักลงทุน และองค์กรไทย เข้าใจความเสี่ยง โอกาส และทิศทางการแข่งขันใหม่ของโลกธุรกิจในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม



