NEXT GEN

สตาร์ทอัพ สาย ESG สัญชาติไทย โชว์ศักยภาพบนเวทีโลก Singtel Group Future

3 พฤศจิกายน 2566…AIS The StartUp ตอกย้ำเป้าหมาย Partnership for Inclusive Growth เปิดเส้นทางแห่งโอกาสจากนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม และส่งต่อประโยชน์สู่สังคมอย่างยั่งยืน

ดร.ศรีหทัย พราหมณี ผู้จัดการด้านเอไอเอส สตาร์ทอัพ กล่าวว่า เพื่อให้การทำงานของ AIS The StartUp เป็นไปตามเป้าหมาย Partnership for Inclusive Growth จึงได้พา 2 สตาร์ทอัพ อย่าง Muvmi แพลตฟอร์ม Eco-Mobility ที่ให้บริการรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าปลอดมลพิษ และ GEPP Sa-Ard แพลตฟอร์มสำหรับวิเคราะห์ข้อมูลขยะที่เป็นไปตามมาตรฐาน GRI (Global Reporting Initiative) เพื่อช่วยบริหารจัดการข้อมูลขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เข้าร่วมโครงการ Singtel Group Future Maker เวทีระดับโลกที่จะเชื่อมต่อโอกาสให้ Startup ก้าวสู่การเติบโตในธุรกิจ จากการใช้ศักยภาพของ AIS และกลุ่ม Singtel ทั้งในเรื่อง Digital Infrastructure ที่มีความพร้อมและแข็งแรงมากที่สุด เครื่องมือด้านดิจิทัลโซลูชัน องค์ความรู้ในการดำเนินธุรกิจ หรือแม้แต่การขยายตลาดจากการเข้าถึงฐานลูกค้ากว่า 770 ล้านคน รวมถึงพันธมิตรทางธุรกิจและกลุ่มนักลงทุน

มยุรี อรุณวรานนท์ CEO และผู้ร่วมก่อตั้งองค์กร GEPP กล่าวว่ารู้สึกตื่นเต้นที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเข้าร่วม โครงการ Singtel Group Future Makers เพราะไม่เพียงแต่การได้รับโอกาสทางธุรกิจ แต่ยังเป็นการส่งต่อความเชื่อของพวกเราที่ว่า องค์กรภาคธุรกิจคือจุดเริ่มต้นที่มีส่วนสำคัญ ในการทำให้ผู้บริโภค และ ประชาชน เข้าใจถึงเรื่องของการบริหารจัดการขยะ
ทำให้ GEPP Sa-Ard ถูกพัฒนาขึ้นเป็น Waste Management Platform ที่ประกอบไปด้วย Data Analytics System ที่เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างผู้ขายขยะ กับผู้รับซื้อขยะเพื่อนำไปเข้าสู่กระบวนการจัดการและรีไซเคิลได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐาน ไปจนถึงการจัดเก็บและการติดตามปลายทางของขยะ และสามารถสร้างรายงานตาม Global Reporting Initiative (GRI) ที่ทุกคนสามารถเข้ามาดูได้ถึงการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ

“นอกเหนือจากการพา 2 สตาร์ทอัพ ไทย เข้าร่วมงานระดับโลกอย่าง Singtel Group Future Makers แล้ว เรายังเปิดประสบการณ์ผ่านกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟในการเข้าดูงานด้านนวัตกรรมและร่วมพูดคุยกับพาร์ทเนอร์จาก Singtel ที่จะเป็นการสร้างเครือข่ายการทำงานเพื่อร่วมกันเติมเต็ม Ecosystem ของวงการ Startup ไทยให้ก้าวไปอีกขั้น และมากไปกว่านั้นเรายังต่อยอดโอกาสให้ Startup ได้เข้าร่วมงาน Singapore Week of Innovation and Technology หรือ SWITCH ที่จัดโดยรัฐบาลสิงคโปร์ ซึ่งมีสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA และ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ depa เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมงานดังกล่าว โดย NIA ได้คัดเลือกให้ Muvmi และ GEPP Sa-Ard ร่วมออกบูธใน Thai Pavilions ถือเป็นอีกหนึ่งประตูบานสำคัญที่ช่วยสร้างโอกาสในการพบกับกลุ่มนักลงทุนจากทั่วโลก”

สำหรับแนวคิดการจัดงานในปีนี้ยังคงเน้นย้ำเรื่อง ESG Business ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ หรือ SDGs ซึ่งในปีนี้ GEPP Sa-Ard สามารถนำเสนอผลงานที่ชี้ให้เห็นถึงการนำนวัตกรรมดิจิทัลมาสร้างการเติบโตผ่านการวาง Business Model ที่แข็งแรง ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาด้านการจัดการขยะ และยังใช้แนวคิดที่สร้าง Positive Impact ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ศุภพงษ์ กิติวัฒนศักดิ์ ผู้ร่วมก่อตั้งและที่ปรึกษาฝ่ายพัฒนาธุรกิจ MuvMi ขอบคุณโครงการ AIS The StartUp ที่มองเห็นถึงความตั้งใจของพวกเราในการนำดิจิทัลเทคโนโลยีมาช่วยแก้ไขปัญหาการเดินทางของผู้คน MuvMi ดำเนินธุรกิจภายใต้ Ride Sharing ที่ไม่ได้มองเพียงแค่ความสามารถของระบบบริหารจัดการเส้นทางที่ตอบโจทย์ผู้คนในย่านต่างๆ แต่เรายังมองถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการใช้รถบนท้องถนน นับเป็นการทำงานร่วมกับ AIS มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การผลักดันบริการรถตุ๊กตุ๊กแบบ EV ให้บริการรับ ส่งผู้โดยสารตามแนวรถไฟฟ้าในย่านต่างๆ ทั่วกรุงเทพ ทำให้วันนี้ MuvMi มียอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน MuvMi กว่า 5.4 แสนครั้ง ให้บริการผู้โดยสารมาแล้วกว่า 7 ล้านคน
การเข้าร่วมโครงการ Singtel Group Future Makers ในครั้งนี้ ทำให้ได้รับประสบการณ์และมุมมองที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง โดยถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้เราสามารถส่งต่อความตั้งใจในการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน ไปสู่ตลาดที่ใหญ่ขึ้นเพื่อผู้คนและสิ่งแวดล้อมต่อไป

แอนดรู บอย รองประธานด้านความยั่งยืนกลุ่มบริษัทสิงเทล อธิบายถึง Singtel Group Future Makers เป็นหนึ่งในโครงการที่มุ่งพัฒนากลุ่ม Startup โดยนำขีดความสามารถของดิจิทัลเทคโนโลยีมาสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคม การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม การสร้างความเท่าเทียมด้านเศรษฐกิจสังคม หรือแม้แต่ประเด็นด้านสาธารณสุข

“ในปีนี้ผู้ชนะจากโครงการ Singtel Group Future Maker ได้แสดงให้เห็นถึงการใช้ศักยภาพของโครงข่าย 5G AI และ IoT ที่สามารถพัฒนาออกมาเป็นโซลูชันที่ช่วยแก้ปัญหาเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้สนับสนุนพวกเขาด้วยพลังเครือข่ายของกลุ่มสิงเทล ทั้งความเชี่ยวชาญ รวมถึงทรัพยากรต่างๆ ที่จะช่วยให้พวกเขาสามารถเติบโต และส่งมอบนวัตกรรมนี้ไปยังกลุ่มตลาดใหม่ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายของกลุ่มบริษัทสิงเทลที่ต้องการสร้างโอกาสและพลังให้คนทุกกลุ่ม เราจะเดินหน้าสนับสนุนการทำงานเพื่อให้กลุ่ม Startup ส่งต่อประโยชน์ไปยังผู้คนและสังคมได้อย่างยั่งยืนต่อไป”

สำหรับเวทีระดับโลก Singtel Group Future Maker ครั้งที่ 4 มี Startup จำนวน 9 ราย จาก 6 ประเทศ ในเครือ Singtel ได้แก่ AIS ประเทศไทย, Airtel อินเดีย, Globe ฟิลิปปินส์, Optus ออสเตรเลีย และ Singtel จากประเทศสิงคโปร์ ในปีนี้ยังคงมองหา Startup ที่มีศักยภาพในการเติบโตและตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจแบบ ESG และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs

ทั้งนี้ GEPP Sa-Ard โชว์ผลงานได้อย่างน่าประทับใจ ตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจที่สร้าง Value การเติบโตของธุรกิจอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คว้ารางวัลระดับ Gold พร้อมรางวัลพิเศษได้รับเงินทุนในการพัฒนาโปรเจคเพื่อทดลองตลาดร่วมกันกับ StartUp จากประเทศออสเตรเลียอย่าง Charopy เพื่อการสร้างโอกาสการเติบโตในอนาคต

ดร.ศรีหทัย กล่าวในท้ายที่สุด ไม่ได้มองความสำเร็จของนวัตกรรม ผ่านมิติของการให้เงินทุนสนับสนุนเท่านั้น แต่เรายังเป็นเพื่อนคู่คิดในการดำเนินธุรกิจ AIS และกลุ่ม Singtel จึงมีความตั้งใจอย่างมากในการใช้องคาพยพทั้งหมดที่มีมาสนับสนุนการเติบโต ช่วยบ่มเพาะ วางรากฐานด้านธุรกิจให้มี Foundation ที่แข็งแรง สร้างโอกาสใหม่ๆ พร้อมให้พื้นที่ได้แสดงขีดความสามารถ เพราะเหล่านี้คือ ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสร้างการเติบโตให้ยั่งยืนได้อย่างแท้จริง

 

 

 

You Might Also Like