NEXT GEN

แกร็บเติมเต็ม EV Ecosystem หนุนพี่แกร็บเข้าถึงรถ EV 8,000 คัน ในปี 2026

31 ตุลาคม 2566…แกร็บ ประเทศไทย ทำธุรกิจภายใต้แนวทาง ESG ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ 7 พันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ Rever Automotive, Moove, Swap & Go, EV Station PluZ, H SEM Motor, STROM และ Auto Drive EV เดินหน้าโครงการ “Grab EV” เพื่อผลักดันเป้าหมายในการเพิ่มจำนวนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV ในกลุ่มพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บให้ได้ 10% หรือประมาณ 8,000 คัน ให้ได้ภายในปี 2026 (แผน 5 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2022)

โดยแกร็บให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันจะมีพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บให้ความสนใจและต้องการเปลี่ยนมาใช้ EV สูงถึง 85% แต่ติดข้อจำกัดหลายข้อ ไม่ว่าจะเป็น ราคารถที่ค่อนข้างสูง สมรรถนะของรถที่ไม่ตอบโจทย์ การให้บริการ รวมถึงระบบโครงสร้างและสถานีชาร์จที่อาจยังมีไม่เพียงพอ รวมถึงการซ่อมบำรุงที่ยังมีผู้เชี่ยวชาญในไทยไม่มากนัก ซึ่งก่อนหน้านี้แกร็บเริ่มทดลองทำโครงการนำร่องเพื่อส่งเสริมการใช้ EV ในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2563 โดยให้พาร์ทเนอร์คนขับรถของแกร็บสามารถเช่ารถ EV Bike ขับเริ่มต้น 125 บาท

“ในฐานะผู้ให้บริการแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางและขนส่ง ดำเนินธุรกิจด้วยแนวทาง ESG แกร็บตระหนักถึงบทบาทในการป้องกันและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจในทุกประเทศ รวมถึงส่งเสริมให้คนในวงจรธุรกิจมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาและบรรเทาปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยได้ประกาศเป้าหมายและแนวทางที่ชัดเจนในด้านสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายด้านความยั่งยืนภายใต้แนวคิด Triple Bottom Line สำหรับในประเทศไทย แกร็บได้ส่งเสริมและผลักดันประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการ Grab EV’ ที่มุ่งส่งเสริมให้พาร์ทเนอร์คนขับ-ผู้จัดส่งอาหารหันมาใช้รถ EV เพื่อให้บริการ โดยตั้งเป้าให้มีจำนวนผู้ใช้รถ EV ให้ได้ 10% ของพาร์ทเนอร์ทั้งหมดภายในปี 2569”

วรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวถึงบทบาทของแกร็บในฐานะผู้ให้บริการแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางและขนส่ง

สำหรับ 2 โปรแกรมใหม่ที่แกร็บพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระให้กับพาร์ทเนอร์คนขับ คือ

โปรแกรม “ผ่อนขับรับรถ” (Drive-to-Own) ซึ่งแกร็บจับมือกับ Moove ผู้ให้บริการด้านสินเชื่อยานยนต์ และ Rever Automotive ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า BYD เปิดโอกาสให้พาร์ทเนอร์คนขับเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อใช้ให้บริการรับส่งผู้โดยสารได้โดยไม่ต้องใช้ประวัติทางการเงิน ไม่ต้องมีเงินดาวน์ พิจารณาอนุมัติสินเชื่อจากประวัติในการให้บริการกับแกร็บ ผ่อนจ่ายได้แบบรายวัน วันละ 700 บาทระยะเวลาผ่อนนานสูงสุด 72 เดือน ครอบคลุมการทำประกันรถยนต์ พร้อมสิทธิประโยชน์อื่น เช่น ฟรีค่าซ่อมบำรุงรถ ประกันสุขภาพและประกันชีวิตให้กับพาร์ทเนอร์คนขับ

โปรแกรม “เช่าครบจบบนแอป” (End-to-end EV Bike rental) โดยแกร็บจับมือกับ 3 ผู้ผลิตชั้นนำรถยนต์ และผู้นำแพลตฟอร์มสลับแบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ STROM, H SEM Motor และ Swap & Go เพื่อให้บริการเช่ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับพาร์ทเนอร์คนขับที่ให้บริการจัดส่งอาหารผ่าน GrabFood จัดส่งพัสดุผ่าน GrabExpress หรือรับส่งผู้โดยสารผ่าน GrabBike โดยมีอัตราค่าเช่าเริ่มต้นเพียง 125 บาทต่อวัน พร้อมบริการ การสลับแบตเตอรีได้ไม่จำกัดรอบตลอด 24 ชั่วโมง อุปกรณ์เสริมให้ เช่น ตะแกรงท้าย ที่วางโทรศัพท์มือถือ และสายชาร์จแบตเตอรีสำหรับชาร์จไฟที่บ้านหรือที่สถานี การจัดหารถสำรองให้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน รวมถึงสนับสนุนค่าบำรุงรักษารถ การทำประกันรถยนต์ชั้น 3+

“เวลาที่เราพูดถึงเรื่องของความยั่งยืนเราต้องการทำให้เกิด Triple Bottom Line โดยนำแนวคิด ESG เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการทำธุรกิจของเรา เราเชื่อว่าถ้าสิ่งที่เราทำดีกับทั้งผู้บริโภค คนขับ พาร์ทเนอร์ร้านอาหาร รวมถึงเมืองที่เราอาศัยอยู่ ย่อมดีกับธุรกิจของเราแน่นอน หลังจากเราลองผิดลองถูกกับการเริ่มใช้รถ EV ก็เห็นได้ชัดว่าสามารถแก้ปัญหาได้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งคนขับมีรายได้ที่ดีขึ้น รายจ่ายลดลงเนื่องจากรถไฟฟ้ามีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าใช้น้ำมันเกือบครึ่งหนึ่ง ผู้บริโภคได้มีส่วนร่วมในการรักษ์โลก ในขณะที่องค์กรแกร็บก็มีส่วนผลักดันในเรื่องของการใช้พลังงานสะอาดของประเทศ เราจึงพยายามสร้างโปรแกรมที่จูงใจให้พี่คนขับแกร็บสามารถเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น โดยการวางโครงการสร้างระบบ พัฒนาแอพลิเคชั่น และจับมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อขจัดปัญหาหรือข้อจำกัดในการเข้าสู่สังคม EV ” วรฉัตร กล่าวในท้ายที่สุด

 

You Might Also Like