พฤษภาคม 23,2026…เพราะ “โลกร้อน” กลายเป็น “เรื่องใกล้ตัว” GULF ร่วมกับวิศวฯ จุฬาฯ ชวนเยาวชนทั่วประเทศสวมบทนักคิดในโครงการ “Green Mission ปี 3” ภายใต้แนวคิด “Resilient LAB: คิดเพื่อบ้านเรา” เวทีประกวดนวัตกรรมสิ่งแวดล้อมที่เน้นการลงมือทำจริง สร้างภูมิคุ้มกันให้ชุมชนพร้อมรับมือ Climate Action และเป้าหมาย Net Zero
ไม่เคยเป็นมาก่อน ตั้งแต่คลื่นความร้อนและฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือ, ภัยแล้งสุดขั้วในภาคอีสาน, วิกฤตน้ำทะเลหนุนในภาคกลาง, ไปจนถึงปรากฏการณ์ฝนตกหนักสุดขั้ว (Rain Bomb) ในภาคใต้ที่ทำให้หาดใหญ่ต้องเผชิญน้ำท่วมใหญ่ครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 140 ปี ซ้ำเติมด้วยความกังวลระดับโลกอย่างปรากฏการณ์ Super El Niño ที่ทำให้อุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้นผิดปกติ
ท่ามกลางวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่คาดเดาได้ยากนี้ ความยืดหยุ่นและการปรับตัว (Resilience) จึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือ “ทางรอดเดียว” ของชุมชน
บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF) นำโดย ธนญ ตันติสุนทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านองค์กรสัมพันธ์ ร่วมกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (วิศวฯ จุฬาฯ) โดย รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ประกาศเดินหน้าขับเคลื่อนความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเปิดตัวโครงการ “Green Mission by Chula x GULF ปีที่ 3 เวทีประกวดนวัตกรรมภายใต้แนวคิด Resilient LAB: คิดเพื่อบ้านเรา”

โครงการในปีนี้จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของ มูลนิธิอรุณ สารเพชร คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และมูลนิธิกัลฟ์ โดยมุ่งเป้าเปลี่ยนบทบาทของเยาวชนและคนในชุมชนจาก “ผู้ประสบภัย” ให้กลายเป็น “ผู้รู้เท่าทันความเสี่ยงและพร้อมปรับตัวอย่างยั่งยืน” เพื่อสอดรับกับแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (NAP)
คำว่า “Resilience” ในปีนี้ ถูกนิยามให้เข้าใจง่ายคือการสร้าง “ภูมิคุ้มกัน” ให้ชุมชนสามารถอยู่รอดและเติบโตได้อย่างยั่งยืนท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง โดยคำว่า “คิดเพื่อบ้านเรา” มีนัยสำคัญที่ลึกซึ้ง 3 ด้าน
คิด: การระดมสมองและขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง
เพื่อ: การสร้างประโยชน์ สร้างแรงกระเพื่อม (Impact) และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น
บ้านเรา: ชุมชน ท้องถิ่น และประเทศชาติที่ทุกคนอาศัยอยู่ร่วมกัน
ไฮไลต์สำคัญในปีที่ 3 โครงการจะเน้นการลงมือทำจริงและการทดลอง (Experiment) ที่เข้มข้นขึ้นกว่าปีก่อน ๆ ไอเดียของน้อง ๆ จะไม่ใช่อยู่แค่ในกระดาษ แต่ทีมที่ได้รับคัดเลือกจะได้รับการสนับสนุนให้นำแนวคิดและนวัตกรรมต้นแบบไปต่อยอดให้เกิดผลลัพธ์ในพื้นที่บ้านเกิดหรือชุมชนของตนเองจริง ๆ ผ่านพลังขับเคลื่อนของ 3 ภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ ครูอาจารย์ (แม่พิมพ์), เยาวชน (คนรุ่นใหม่) และ พื้นที่บ้านเกิด
โครงการนี้เปิดรับสมัครเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี (ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า) จากทั่วประเทศ มารวมตัวกันเป็นทีม ทีมละ 4 คน พร้อมครูอาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อเดินทางร่วมกันในโรดแมปยาว 10 เดือน (ตั้งแต่วันนี้ถึงธันวาคม 2569) โดยมีกิจกรรมหลักที่น่าสนใจดังนี้

นอกจากนี้ โครงการยังได้นักแสดงหนุ่มสายรักษ์โลกอย่าง “เฟย-ภัทร เอกแสงกุล” มาร่วมสร้างแรงบันดาลใจและชวนน้อง ๆ ทั่วประเทศปลดปล่อยพลังความคิดสร้างสรรค์ในครั้งนี้ด้วย
ในเวทีเสวนาเปิดตัวโครงการ ผู้เชี่ยวชาญได้ร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ที่น่าสนใจเกี่ยวกับการพัฒนานวัตกรรมด้าน Climate Action โดยเน้นย้ำถึง การคิดเชิงระบบ (System Thinking) เพื่อไม่ให้การแก้ปัญหาหนึ่ง กลายเป็นการสร้างปัญหาใหม่ (เช่น การเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า แต่ต้องคำนึงถึงแหล่งที่มาของไฟฟ้าด้วยว่าเป็นพลังงานสะอาดหรือไม่)
นวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่ตอบโจทย์และใช้งานได้จริงในชุมชน ควรมีหลักการสำคัญ 4 ข้อ คือ
User-centric: เอาผู้ใช้หรือคนในชุมชนเป็นศูนย์กลาง ตอบโจทย์วิถีชีวิตจริง
แก้ปัญหาได้จริง: มุ่งตอบสนอง Pain Point ที่เกิดขึ้นในพื้นที่
Self-sustaining: มีโมเดลที่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ในระยะยาว ไม่พึ่งพาเงินบริจาคตลอดไป
พิสูจน์ผลกระทบได้: วัดผลได้ชัดเจน เช่น ลดคาร์บอนได้กี่กิโลกรัม หรือลดความเสี่ยงภัยพิบัติได้มากน้อยแค่ไหน
ปัจจุบัน ประเทศไทยตั้งเป้าหมายสู่ Net Zero ภายในปี 2050 การปรับตัวในระดับอุตสาหกรรมมุ่งไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและการใช้ระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) ในขณะที่ระดับท้องถิ่นและชุมชนสามารถเริ่มได้ง่ายที่สุดผ่านการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ต้นทุนต่ำที่สุดในการดูดซับก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการใช้งานแอปพลิเคชันอย่าง “Net Zero Me” ของ TGO เพื่อคำนวณ Carbon Footprint ในชีวิตประจำวัน หรือศึกษาโครงการต้นแบบลดก๊าซเรือนกระจกกว่า 4,000 แห่งทั่วประเทศในโครงการ LESS

โครงการ Green Mission by Chula x GULF ปีที่ 3 ไม่เพียงแต่เป็นพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงความสามารถ แต่คือเวทีสร้างเครือข่ายความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานรัฐ และภาคเอกชน เพื่อสร้างความตื่นรู้ กระตุ้นพลังบวก และส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ลุกขึ้นมาเปลี่ยน “บ้านเกิด” ให้ปลอดภัย ยืดหยุ่น และพร้อมรับมือกับอนาคตโลกเดือดได้อย่างยั่งยืน
โอกาสปล่อยของมาถึงแล้ว! น้อง ๆ ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 มาร่วมเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นนวัตกรรมกู้โลกไปด้วยกัน




