BIODIVERSITY & REGENERATIVE

6 ทิศทาง CSR ปี 2562

28 กุมภาพันธ์ 2562…สถาบันไทยพัฒน์ ประเมินทิศทางความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ CSR ภายใต้รายงานชื่อว่า “6 ทิศทาง CSR ปี 2562: The Power of Sustainability” เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับหน่วยงานและองค์กรธุรกิจในการใช้เป็นแนวทางการดำเนินความรับผิดชอบต่อสังคม

มาดูกันว่า 6 ทิศทางมีอะไรบ้าง และองค์กรใดได้ลงมือทำไปแล้วบ้าง หรือองค์กรใดกำลังประเมินว่าจะทำเรื่องอะไรดี ลองดูทิศทาง CSR ในปีนี้

1. The Rise of Waste-Free Campaign

แปลงขยะ (Waste) ปลายทาง ให้กลับมาเป็นวัสดุ (Materials) ต้นทาง

ปี 2562 ธุรกิจในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคหลายแห่ง จะลุกขึ้นมาจัดการกับขยะบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะพลาสติก ทั้งในแง่ของการส่งเสริมการลดใช้บรรจุภัณฑ์แบบครั้งเดียวทิ้ง การหาวิธีทดแทนบรรจุภัณฑ์เดิม และการใช้ซ้ำบรรจุภัณฑ์ ในขณะที่ธุรกิจในหมวดพาณิชย์ที่เป็นผู้ให้บริการจำหน่ายสินค้าปลีก โดยเฉพาะที่มีหน้าร้านเป็นสถานที่จัดจำหน่าย จะออกแคมเปญเพื่อกระตุ้นหรือจูงใจให้ผู้บริโภค ลดการรับหีบห่อหรือภาชนะที่เป็นพลาสติกอย่างต่อเนื่อง

2. Inclusive Supply Chain

เปลี่ยนบทบาทผู้ด้อยโอกาส จากการเป็น ‘ผู้รับมอบ’ ความช่วยเหลือ มาเป็น ‘ผู้ส่งมอบ’ ในสายอุปทาน

ภาคธุรกิจจะให้ความช่วยเหลือทางสังคมแก่กลุ่มผู้ด้อยโอกาสที่ถูกคัดเลือก ด้วยการพัฒนาทักษะความเป็นผู้ประกอบการ การสร้างอาชีพรายได้ แทนการมอบเงินหรือสิ่งของ ในลักษณะที่เป็น CSR-after-process มาสู่การจัดหาด้วยการเปิดโอกาสให้เป็นผู้ส่งมอบในสายอุปทาน ซึ่งจัดเป็น CSR-in-process ที่ตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืน

3. The Shift to the SDG Economy

เคลื่อนย้ายสู่ระบบเศรษฐกิจที่ตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

ในปี 2562 เป็นต้นไป ความเข้มข้นของการขับเคลื่อนเพื่อตอบสนองต่อ SDGs ในภาคธุรกิจ จะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการดำเนินงานที่เป็นไปอย่างรับผิดชอบ (Act Responsibly) ต่อผลกระทบในเชิงลบ แต่รวมถึงการแสวงหาโอกาส (Find Opportunities) ที่เป็นการสร้างคุณค่าหรือผลกระทบในเชิงบวก เกิดเป็นระบบเศรษฐกิจที่ตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Economy)

4. Investment in the Third Dimension

เปิดโลกทัศน์การลงทุน จาก Risk-Return Profile ไปสู่การเพิ่มมิติที่เป็น Real World Impact

ผู้ลงทุนประเภทสถาบันที่ให้ความสำคัญกับประเด็นด้าน ESG จะเพิ่มการพิจารณาผลกระทบเพื่อเปลี่ยนแปลงโลก (Real World Impact) เป็นมุมมองของการลงทุนในมิติที่สาม เพิ่มเติมจากการพิจารณาคุณลักษณะความสัมพันธ์ด้านความเสี่ยงและผลตอบแทน (Risk-Return Profile) ในแบบทั่วไป

5. Impact is the New AccountAbility Principle

ใช้หลักการ AccountAbility เพื่อจัดการ Sustainability อย่างบูรณาการ

เป็นที่คาดหมายว่า กิจการที่ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือในผลการดำเนินงานและการรายงานด้านความยั่งยืน ผ่านการให้ความเชื่อมั่นจากหน่วยงานภายนอก (External Assurance) จะนำชุดหลักการ AccountAbility ที่ได้เพิ่มเติมหลักผลกระทบ (Impact) ไว้เป็นหลักการที่สี่ มาใช้กำกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน และสื่อสารถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นในรอบปีการดำเนินงานนี้เป็นต้นไป

6. Sustainability S-Curve

ยกระดับจากกลยุทธ์ความยั่งยืน (Sustainability Strategy) ไปสู่กลยุทธ์ที่ยั่งยืน (Sustainable Strategy)

วิสาหกิจที่อาศัยกลยุทธ์ความยั่งยืน เป็นเครื่องมือดำเนินงานมาระยะหนึ่ง จะเริ่มผนวกเรื่องความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์องค์กร มีการวิเคราะห์โอกาสและความเสี่ยงด้านความยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ และคณะกรรมการบริษัทจะเป็นผู้กำกับดูแลกลยุทธ์ (องค์กร) ที่ยั่งยืน (Sustainable Strategy) โดยไม่จำเป็นต้องมีคณะผู้รับผิดชอบด้านความยั่งยืนแยกต่างหากอีกต่อไป

เนื้อหาเกี่ยวข้อง

You Might Also Like