ACTIVITIES

ลุ้นรางวัล 2 ล้านบาท แคมเปญ “โค้ก” ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky” ปี 3 ขยายสู่ภูเก็ต 

4 กรกฎาคม 2566…ยังคงเป็นแคมเปญ ส่งเสริมและกระตุ้นให้ผู้บริโภคชาวไทยเปลี่ยนพฤติกรรมการแยกขยะ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล สร้างระบบกลไกจัดการขยะแบบครบวงจร ผ่านการขยายเครือข่ายพันธมิตรรีเทลและรีไซเคิลรวม 7 องค์กรชั้นนำ

ผู้บริหารที่ร่วมงานในปีที่ 3 แถวหลัง จากซ้ายไปขวา
ดร. อภิรักษ์ เดชวรสิทธิ: ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานกลยุทธ์และสนับสนุนโลตัส
เฉลิมพงษ์ กล้าขยัน: นักพัฒนานวัตกรรมอาวุโส ฝ่ายนวัตกรรมเพื่อสังคม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ
(องค์กรมหาชน)
ณัฐภัค อติชาตการ: ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แทรชลัคกี้ จำกัด (Trash Lucky)
ดำรงรักษ อภิบาลสวัสดิ์: รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการอาวุโส บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน)
นันทิวัต ธรรมหทัย: ผู้อำนวยการองค์กรสัมพันธ์ การสื่อสารและความยั่งยืน บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด
ธนพร โฆสิตาภัย: ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธุรกิจพาณิชย์ บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด
ธัชณวัฒน์ พิริยธนพัทธ์: หัวหน้างานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
วีระชาติ คำกลัด: Senior Vice President Commercial DF-Food บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)

ความพิเศษที่จะเพิ่มเติมมาในปีนี้คือ จะมีการเพิ่มถังรีไซเคิลอัจฉริยะ (Smart bin) ที่ผู้บริโภคสามารถหย่อนวัสดุรีไซเคิลได้สะดวกมากยิ่งขึ้นพร้อมรู้น้ำหนักและแต้มสะสมของตนได้ทันที ทั้งนี้ผู้บริโภคสามารถคัดแยกและส่งวัสดุรีไซเคิลได้ที่จุดรับรีไซเคิลทั่วกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 31 ธันวาคม 2566 พร้อมตอบรับเสียงสะท้อนจากผู้บริโภคที่อยากให้ขยายจุดรับวัสดุรีไซเคิลไปยังพื้นที่ต่าง ๆ นอกกรุงเทพฯ โดยจะนำร่องเริ่มต้นขยายพื้นที่เพิ่มการตั้งจุดรับ 5 จุดในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งดำเนินการและกำกับดูแลโดย บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) และจะพร้อมเริ่มได้ วันที่ 1 สิงหาคม ถึง 31 ธันวาคม 2566

ปีนี้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้ลุ้นรางวัลมูลค่ารวมกว่า 2 ล้านบาท พร้อมของรางวัลรวมกว่า 3,000 รางวัล โดยแจกรางวัลประจำเดือนรวมกว่า 500 รางวัลตลอด 6 เดือน โดยมีรางวัลใหญ่เป็นรถยนต์ไฟฟ้า Neta V มูลค่า 549,000 บาท เข้าร่วมกิจกรรมโดยลงทะเบียนผ่านทาง Line official account: @trashlucky ซึ่งจะได้รับรหัสสมาชิก (Trash Lucky ID) ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถแยกวัสดุรีไซเคิล พลาสติก อะลูมิเนียม แก้ว และกระดาษ ของแบรนด์ใดก็ได้ บรรจุใส่ถุงหรือกล่องโดยติดชื่อ หรือ รหัสสมาชิก (Trash Lucky ID) และสามารถส่งขยะรีไซเคิลได้ 3 วิธี วิธีแรกคือ นำไปส่งที่จุดรับวัสดุรีไซเคิลมากกว่า 64 จุดทั่วกรุงเทพฯ และ 5 จุดที่ภูเก็ต ณ สถานที่ที่ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรหลักที่เข้ามาช่วยต่อยอดการส่งเสริมการรีไซเคิลอย่างยั่งยืนในสังคมไทย และเพิ่มความสะดวกให้กับผู้บริโภคที่เข้าร่วมแคมเปญ

-โลตัส ห้างค้าปลีกผู้นำด้านความยั่งยืน ที่มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศและเข้าถึงชุมชน สนับสนุนโครงการต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยเป็นตัวกลางช่วยให้ลูกค้านำบรรจุภัณฑ์กลับเข้ากระบวนการ รีไซเคิลได้โดยสะดวก เพื่อสร้างระบบปิดของบรรจุภัณฑ์ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยตั้งจุดรับวัสดุรีไซเคิลที่โลตัส 17 สาขา ได้แก่ สาขาลาดพร้าว, พระราม 2, วังหิน, บางกะปิ, มีนบุรี, ลาดกระบัง, สายไหม 56, แจ้งวัฒนะ, เลียบคลองสอง, หนองจอก, พระราม 1, พัฒนาการ, ปิ่นเกล้า, จรัญสนิทวงศ์, โลตัส จังหวัดภูเก็ต ในสาขาภูเก็ต, ฉลอง และสาขาเชิงทะเล สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนของโลตัสที่ มุ่งลดปริมาณขยะและของเสียที่นำไปฝังกลบให้เป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2030 โดยหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือ การช่วยให้ลูกค้าและประชาชนสามารถคัดแยกขยะอย่างถูกวิธีและนำกลับเข้าระบบเพื่อการรีไซเคิล ผ่านสาขาของโลตัส โดยร่วมมือกับพันธมิตรและคู่ค้าที่มีเป้าหมายด้านความยั่งยืนสอดคล้องกัน ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานสู่ความสำเร็จ

-บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด ภายใต้กลยุทธ์ Powering Progress มุ่งหวังส่งมอบพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศไทยไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ ภายในพ.ศ.2593 โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความรับผิดชอบทางสังคม พร้อมจัดตั้งจุดรับวัสดุรีไซเคิลที่สถานีบริการน้ำมันเชลล์เพิ่มขึ้นเป็น 28 สาขา

-เดอะมอลล์ กรุ๊ป ในฐานะ GREEN RETAIL แห่งแรกของประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นห้างสรรพสินค้ารักษ์โลกและเป็นองค์กรภาคเอกชนที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมมาโดยตลอด  พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แห่งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวทาง ESG ร่วมมือจัดตั้งจุดรับวัสดุรีไซเคิล เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน 4 สาขา ได้แก่ เดอะมอลล์ รามคำแหง, เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ, เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน และ ดิ เอ็มควอเทียร์

-บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุกิจค้าปลีกในรูปแบบของ “ไฮเปอร์มาร์เก็ต” มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจโดยตระหนักถึงการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรโลก เพื่อก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนระหว่างธุรกิจกับระบบนิเวศน์และสิ่งแวดล้อม ร่วมมือจัดตั้งจุดรับวัสดุรีไซเคิลที่บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ 12 สาขา คือ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ คู้บอน อิสรภาพ สะพานควาย บางนา ศรีนครินทร์ ติวานนท์ รังสิต2 บีเจซี อ่อนนุช ลาดพร้าว 2 บางปะกอก และบางบอน

-จุดรับวัสดุรีไซเคิลโดย Trash Lucky 2 จุด ณ สามเหลี่ยมดินแดงและซอยสาธุประดิษฐ์ 49
จุดรับวัสดุรีไซเคิล ณ the COMMONS ศูนย์การค้าร่วมสมัยภายใต้ Kinnest Group ร่วมมือจัดตั้งจุดรับวัสดุรีไซเคิลใน 2 สาขา ได้แก่ ทองหล่อ และศาลาแดง
จุดรับวัสดุรีไซเคิล Smart Bin ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

วิธีที่สองคือ ส่งวัสดุรีไซเคิลผ่านบริการขนส่งพัสดุมาที่ Trash Lucky Warehouse 496 ซอยสาธุประดิษฐ์ 49 และออฟฟิศ แขวงดินแดง หรือวิธีที่สามคือเรียกใช้บริการเก็บวัสดุรีไซเคิลของ แทรชลัคกี้ ในกรุงเทพและปริมณฑล ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับสิทธิลุ้นรางวัลตามปริมาณและประเภทของวัสดุที่ได้ส่งมารีไซเคิล

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมของแคมเปญและการบริจาคร่วมกับแคมเปญให้มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีได้ที่ https://trashlucky.com/recycleme

You Might Also Like