ผู้บริหารธนาคารกสิกรไทยในงาน KBank Talk 2026 นำเสนอกลยุทธ์ ESG, Sustainable Finance และการบริหาร Climate Risk โดย SD Perspectives : ESG & Business Strategy Media in Thailand ผู้บริหารธนาคารกสิกรไทยในงาน KBank Talk 2026 นำเสนอกลยุทธ์ ESG, Sustainable Finance และการบริหาร Climate Risk โดย SD Perspectives : ESG & Business Strategy Media in Thailand

กสิกรไทย ขยายสินเชื่อ ESG

เป้า 4–5 แสนล้านบาทในปี 2573

พฤศจิกายน 6,2026…ปัจจุบันธนาคารมีสินเชื่อและการลงทุนเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Finance and Investment) สะสมกว่า 2.53 แสนล้านบาท ซึ่งกสิกรไทยมอง Climate Change เป็นทั้งความเสี่ยงและโอกาสทางธุรกิจ เดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการด้วยความรู้ เครื่องมือวัดคาร์บอน และเงินทุน ควบคู่การใช้ข้อมูลภูมิสารสนเทศและ Climate Scenario ประเมินความเสี่ยงน้ำท่วมต่อสินเชื่อและมูลค่าหลักประกัน ชี้พื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอาจเป็นพื้นที่เสี่ยง ธนาคารจึงต้องบริหารสมดุลระหว่างการปล่อยสินเชื่อกับการรับมือความเสี่ยงสภาพภูมิอากาศ

“คำถามจากผู้ถือหุ้น หลักประกันคุณล่ะ ประเมินอย่างไร คือผู้ถือหุ้นแปลสิ่งเหล่านี้ ไม่ใช่แค่ว่า KBank อยากเป็นแบงก์ที่ดูแลสิ่งแวดล้อม มีนโยบายด้าน Climate Change แต่ต้องการทราบว่าความเสี่ยงเหล่านั้นจะส่งผลต่อธุรกิจ และฐานะทางการเงินของธนาคารอย่างไร”

ดังนั้น การนำข้อมูลภูมิอากาศมาประเมินมูลค่าหลักประกันและทดสอบความอ่อนไหวต่อความเสี่ยงในสถานการณ์ต่าง ๆ เป็นส่วนหนึ่งของการแปลงประเด็น Climate Change ให้เชื่อมโยงกับการบริหารธุรกิจจริง

แนวทางดังกล่าวสะท้อนว่าความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศกำลังขยายจากการบริหารสิ่งแวดล้อมไปสู่การบริหารความเสี่ยงทางการเงิน โดยเฉพาะเมื่อสินทรัพย์และกิจกรรมทางเศรษฐกิจอาจได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นรุนแรงหรือบ่อยครั้งขึ้น

จาก Climate Scenario
สู่ Dashboard ประเมินความเสี่ยงน้ำท่วม

จงรัก อธิบายถึงกรณี ความเสี่ยง “น้ำท่วม” กสิกรไทยจะดูว่าอยู่ในพื้นที่ใด ทำเลใดบ้าง ในอนาคตที่ใดจะได้รับผลกระทบ

จงรักขยายความต่อเนื่อง พื้นที่ทางเศรษฐกิจที่เราเห็นที่ทำรายได้ ที่ประชากรอยู่หนาแน่นก็คือที่น้ำท่วม จริง ๆ แล้ว พื้นที่ที่ไม่ท่วมก็คืออาจจะอยู่ไกลหน่อย กิจกรรมทางเศรษฐกิจก็จะน้อย เพราะฉะนั้นเราก็ต้อง Balance 2 สิ่งนี้ว่า

ขัตติยากล่าวเสริม GISTDA จะดูว่า แผนที่ทั้งประเทศไทยความระดับความสูงเหนือน้ำทะเล อยู่ประมาณไหน มีความเสี่ยงในการน้ำท่วมมากน้อยเพียงใดนั่นคือแผนที่ที่ 1 แผนที่ที่ 2 ก็คือ แบงก์ชาติจะมีแผนที่ จะบอกให้ไปดูอีก นอกจากนี้ยังมีมีแผนที่อื่นเข้ามาพิจารณาดูร่วมกันทั้งหมด

ภายใต้กรอบ ESG การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นสิ่งแวดล้อมที่ภาคธุรกิจต้องให้ความสำคัญ แต่กำลังกลายเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความสามารถในการแข่งขัน ต้นทุนการดำเนินงาน และความเสี่ยงทางการเงิน โดยเฉพาะเมื่อกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมของต่างประเทศเข้มงวดขึ้น ขณะที่ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติอย่างน้ำท่วมอาจส่งผลต่อทั้งสถานประกอบการและสินทรัพย์ที่ใช้เป็นหลักประกันทางการเงิน

สะท้อนมุมมองว่า บทบาทของสถาบันการเงินในการขับเคลื่อนความยั่งยืนจำเป็นต้องดำเนินไปพร้อมกันสองด้าน ได้แก่ การสนับสนุนให้ลูกค้าปรับตัวเข้าสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และการบริหารความเสี่ยงจาก ESG

ธนาคารเป็น Enabler
สินเชื่อคือปลายทาง ความรู้คือจุดเริ่มต้น

จงรักระบุว่า บทบาทของธนาคารในฐานะผู้สนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน (Enabler) ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการให้สินเชื่อ เพราะก่อนที่ธุรกิจจะตัดสินใจลงทุน จำเป็นต้องเข้าใจปัญหาและมีเครื่องมือสำหรับประเมินสิ่งที่ต้องปรับปรุง

ธนาคารจึงให้ความสำคัญกับการสร้างความรู้และทักษะผ่านโครงการต่าง ๆ ทั้งด้าน AI การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs และความรู้เกี่ยวกับ Net Zero เพื่อช่วยให้ลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจเข้าถึงโอกาสในการปรับตัวได้มากขึ้น

สำหรับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผู้ประกอบการจำเป็นต้องทราบข้อมูลฐาน (Baseline) ของตนเองก่อน จึงจะสามารถกำหนดเป้าหมายและติดตามผลการลดการปล่อยได้

กติกา Greenwashing เปลี่ยนโจทย์ธุรกิจ
ต้องมีหลักฐานรองรับ

หนึ่งในแรงกดดันสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องเตรียมรับมือคือ กฎระเบียบของสหภาพยุโรป (EU) ที่มุ่งป้องกันการกล่าวอ้างด้านสิ่งแวดล้อมอันเป็นเท็จหรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด หรือ Greenwashing

ทั้งนี้ ในอดีตผู้ประกอบการอาจใช้สัญลักษณ์หรือข้อความที่สื่อว่าสินค้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยไม่มีหลักฐานชัดเจน แต่ทิศทางกติกาใหม่ให้ความสำคัญกับข้อมูลที่ตรวจสอบได้ รวมถึงบทบาทของหน่วยงานอิสระในการทวนสอบคำกล่าวอ้างด้านสิ่งแวดล้อมตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจึงไม่ได้เป็นเพียงภาระในการปฏิบัติตามกฎระเบียบ แต่ยังเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการพัฒนาระบบข้อมูลและยกระดับความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับตลาดต่างประเทศ

ความท้าทายสำคัญในระยะต่อไปจึงอยู่ที่ว่า สถาบันการเงินจะนำข้อมูล Climate Risk ไปใช้บริหารความเสี่ยง โดยไม่ทำให้ธุรกิจในพื้นที่เศรษฐกิจที่มีความเสี่ยงสูงสูญเสียโอกาสเข้าถึงเงินทุนได้อย่างไร ซึ่งเป็นโจทย์ที่เชื่อมโยงทั้ง Sustainable Finance, Climate Adaptation และความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย