ผู้เข้าร่วมโครงการ Green Mission by Chula x GULF ปี 3 บนเวทีประกวดนวัตกรรมสิ่งแวดล้อม SD Perspectives : Sustainability & Brand Strategy Media in Thailand ผู้เข้าร่วมโครงการ Green Mission by Chula x GULF ปี 3 บนเวทีประกวดนวัตกรรมสิ่งแวดล้อม SD Perspectives : Sustainability & Brand Strategy Media in Thailand

CU x GULF ต่อยอด Green Mission ปี 3 จากเวทีประกวดสู่ชุมชน


หนุนนวัตกรรมเยาวชนลดคาร์บอน–รับมือโลกรวน

ตุลาคม 23,2026… เชื่อมความรู้ เทคโนโลยี และโจทย์ชุมชน คัดเยาวชนจากผู้สมัคร 927 ทีม พร้อมทุนต่อยอด 3 ทีมรางวัล โดย “ฟางWork” จากสาธิตม.ศิลปากร คว้าชนะเลิศด้วยแพลตฟอร์มเชื่อมตลาดฟางข้าว ลดแรงจูงใจในการเผาและเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ให้เกษตรกร

“Green Mission by Chula x GULF ภารกิจรักษ์ยั่งยืน ปีที่ 3” ซึ่งบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Resilient LAB: คิดเพื่อบ้านเรา” โดยวางโจทย์ทั้งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Mitigation ควบคู่กับการปรับตัวและเพิ่มความสามารถในการรับมือของชุมชน หรือ Adaptation & Resilience

จาก 927 ทีม
สู่การเรียนรู้ปัญหาและพัฒนาต้นแบบ

โครงการปีนี้มีเยาวชนสมัครเข้าร่วม 927 ทีม ก่อนคัดเลือก 20 ทีมเข้าสู่กระบวนการบ่มเพาะ และเฟ้นหา 8 ทีมสุดท้ายเพื่อนำเสนอผลงานในรอบ Final Pitching การพัฒนาผลงานจึงครอบคลุมตั้งแต่การทำความเข้าใจโจทย์ การออกแบบแนวทางแก้ไข ไปจนถึงการสร้างต้นแบบและรับข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุง

เยาวชนทั้ง 20 ทีมได้ศึกษาดูงานที่โรงไฟฟ้าอุทัยของกลุ่มบริษัท GULF และสถานีบริการภาคพื้นดินของบริษัท กัลฟ์ สเปซ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) จังหวัดปทุมธานี ก่อนเข้าร่วม Bootcamp 3 วัน 2 คืน ณ ศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จังหวัดสระบุรี ซึ่งจัดในรูปแบบ Carbon Neutral Event

ภายใน Bootcamp ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้เรื่อง Climate Change และกระบวนการ Design Thinking เพื่อเชื่อมปัญหาในชุมชนกับการพัฒนานวัตกรรม พร้อมกิจกรรมเกม “ใคร Made Change?” และ “Solar Slap” ที่ช่วยให้เข้าใจเรื่องสภาพภูมิอากาศ ธุรกิจพลังงาน และพลังงานสะอาดได้ง่ายขึ้น รวมถึงคลินิกที่ปรึกษาจากคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญสำหรับพัฒนาผลงานก่อนนำเสนอรอบสุดท้าย

รศ. ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ผู้เข้าร่วมสะท้อนศักยภาพและความตั้งใจของคนรุ่นใหม่ที่จะมีส่วนร่วมแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยหัวใจของโครงการอยู่ที่โอกาสเรียนรู้และลงมือทำ

นวัตกรรมชุมชน
เชื่อมการลดคาร์บอนกับการปรับตัว

การตัดสินรอบ Final Pitching พิจารณาทั้งความถูกต้องทางวิชาการ ความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้จริง ความโดดเด่นของแนวทางพัฒนา และการนำเสนอ โดยมีคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญร่วมเป็นกรรมการ รวมถึง ดร.อำนวยพร ประกอบนพเก้า กรรมการผู้จัดการ บริษัท กัลฟ์1 จำกัด และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

ผลงานที่ได้รับรางวัลสะท้อนโจทย์สิ่งแวดล้อมหลายระดับ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เป็นของโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ กับ “ECHO – Ecosystem Conservation through Hearing and Observation” ระบบเฝ้าระวังการบุกรุกป่าผ่านเครือข่ายกล่อง IoT ขนาดเล็ก ใช้ AI ช่วยจำแนกเสียงและกิจกรรมผิดปกติ ก่อนส่งข้อมูลต่อระหว่างอุปกรณ์ไปยังศูนย์ควบคุม เพื่อช่วยเจ้าหน้าที่ระบุตำแหน่งและเข้าตรวจสอบได้รวดเร็วขึ้น โดยออกแบบให้แต่ละจุดไม่จำเป็นต้องมีสัญญาณโทรศัพท์มือถือ

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ โรงเรียนชลประทานวิทยา จังหวัดนนทบุรี กับ “Root to Roof” แนวคิดแผ่นฉนวนกันความร้อนจากผักตบชวาสำหรับโรงเรือนไก่ไข่ขนาดเล็ก ต่อยอดจากปัญหาชุมชนปลายบาง อำเภอบางกรวย ที่เกษตรกรต้องรับมือกับความร้อนและต้นทุนควบคุมอุณหภูมิ โดยมีแผนทดสอบทั้งอุณหภูมิ การใช้พลังงาน สุขภาพไก่ และผลผลิตไข่ เพื่อประเมินความเหมาะสมในการใช้งานจริง

ส่วนผลงานรอบสุดท้ายยังครอบคลุมเว็บแอปพลิเคชัน “Crop Cast” เฝ้าระวังความเสี่ยงโรคพืช แพลตฟอร์ม “ข้างบ้าน” รับมือการกัดเซาะชายฝั่ง นวัตกรรมถังหมักก๊าซชีวภาพ “Biobite” แพลตฟอร์มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ “ระยองรักษ์โลก” และ “หาดใหญ่ รู้ทันน้ำท่วม” ซึ่งรวบรวมข้อมูลความเสี่ยง พื้นที่ปลอดภัย และเส้นทางอพยพ โดยคำนึงถึงความต้องการของกลุ่มเปราะบางด้วย

“ฟางWork” ชนะเลิศ
เชื่อมตลาดให้ฟางข้าวมีทางไปต่อ

รางวัลชนะเลิศเป็นของทีมโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศิลปากร (มัธยมศึกษา) กับ “ฟางWork” แพลตฟอร์มเชื่อมเกษตรกรที่ต้องการขายฟางข้าวกับผู้ซื้อเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ เช่น อาหารสัตว์ วัสดุเพาะเห็ด และปุ๋ยหมัก โดยเริ่มจากการมองว่า การขาดตลาดและช่องทางจำหน่ายเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาการเผาฟางหลังเก็บเกี่ยว ทีมจึงออกแบบให้แพลตฟอร์มช่วยประเมินปริมาณฟางจากข้อมูลพื้นที่และดาวเทียม แสดงราคา ค่าอัดฟาง และค่าขนส่ง เพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อขาย พร้อมแนวทางคำนวณการลดการปล่อยคาร์บอนจากการไม่เผา ผลงานได้รับโล่รางวัลและทุนการศึกษา 40,000 บาท

ทีมวางแผนเริ่มทดลองกับเครือข่ายเกษตรกรในจังหวัดนครปฐม ก่อนขยายไปยังพื้นที่อื่น และศึกษาความเป็นไปได้ในการต่อยอดข้อมูลสู่คาร์บอนเครดิต อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอแนะจากกรรมการชี้ถึงโจทย์ที่ต้องทดสอบเพิ่มเติม ทั้งความต้องการใช้ฟางให้สมดุลกับปริมาณที่มี ความคุ้มค่าของค่าขนส่ง ต้นทุนบริหารแพลตฟอร์ม และการติดตามว่าฟางถูกนำไปใช้ประโยชน์ตลอดวงจรจริงหรือไม่ รวมถึงค่าใช้จ่ายและผู้ได้รับประโยชน์หากพัฒนาคาร์บอนเครดิตในอนาคต ประเด็นเหล่านี้จึงเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเปลี่ยนต้นแบบให้เป็นช่องทางสร้างรายได้และลดการเผาได้อย่างต่อเนื่อง

ทุนต่อยอดเชื่อมเวทีประกวด
กับการทดลองใช้จริง

สิตมน รัตนาวะดี ผู้อำนวยการด้านการบริหารฝ่ายกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หลายแนวคิดเริ่มจากปัญหาที่เยาวชนพบในบ้านหรือชุมชนของตนเอง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างความเปลี่ยนแปลง

โครงการยังมอบรางวัลที่ปรึกษาดีเด่นแก่ครูนาฎอนงค์ เพชรสีดำ โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย และ ครูวชิราภรณ์ อัครอธิมาตร โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศิลปากร (มัธยมศึกษา) สะท้อนบทบาทของครูในการประคับประคองแนวคิดให้พัฒนาเป็นผลงาน ขณะที่การทดลองหลังเวทีจะเป็นขั้นตอนสำคัญในการประเมินว่า นวัตกรรมเหล่านี้ตอบโจทย์ผู้ใช้ มีต้นทุนที่เหมาะสม และสร้างประโยชน์ต่อชุมชนได้มากน้อยเพียงใด