ภาพเชิงสัญลักษณ์ ClientEarth แสดงตาชั่งยุติธรรม ป่าไม้ ชุมชน พลังงานสะอาด และอุปกรณ์สื่อ สะท้อนกฎหมายสิ่งแวดล้อมและการตรวจสอบเงินทุนสีเขียว SD Perspectives : ESG & Business Strategy Media in Thailand ภาพเชิงสัญลักษณ์ ClientEarth แสดงตาชั่งยุติธรรม ป่าไม้ ชุมชน พลังงานสะอาด และอุปกรณ์สื่อ สะท้อนกฎหมายสิ่งแวดล้อมและการตรวจสอบเงินทุนสีเขียว SD Perspectives : ESG & Business Strategy Media in Thailand

ClientEarth ชี้โจทย์ ESG อาเซียน

ต้องตามเงินถึงผลลัพธ์ เชื่อมแผนเปลี่ยนผ่านกับสิทธิชุมชน

ตุลาคม 18,2026…วงพูดคุย ClientEarth กับสื่อมวลชนไทย เปิดโจทย์ความยั่งยืนที่ต้องตรวจสอบให้ไกลกว่าการระดมทุนและคำประกาศ Net Zero ตั้งแต่เงินลงทุนถึงโครงการจริงหรือไม่ คาร์บอนเครดิตช่วยลดการปล่อยของธุรกิจเพียงใด ไปจนถึงสิทธิชุมชนในพื้นที่ป่าและต้นทุนไฟฟ้า–น้ำของดาต้าเซ็นเตอร์ พร้อมเตรียมแนวปฏิบัติด้านกฎหมายหนุนแผนเปลี่ยนผ่านธุรกิจอาเซียนในปี 2570

การเงินเพื่อความยั่งยืนจะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้เพียงใด หากยังตรวจสอบไม่ได้ว่าเงินไปที่ไหน ใครได้รับประโยชน์ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมลดลงจริงหรือไม่

คำถามนี้เชื่อมหลายประเด็นในวงพูดคุยระหว่างทีมงาน ClientEarth กับสื่อมวลชนไทย ที่กรุงเทพฯ ซึ่ง SD Perspectives เข้าร่วมแลกเปลี่ยนด้วย ตั้งแต่การเปลี่ยนผ่านพลังงาน การเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศ ตลาดคาร์บอน การจัดการป่าไม้ ไปจนถึงการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สาระจากการหารือสะท้อนว่า ความท้าทายของภูมิภาคไม่ได้จบที่การมีกฎหมายหรือเครื่องมือทางการเงิน แต่รวมถึงคุณภาพของกติกา การบังคับใช้ การเปิดเผยข้อมูล และโอกาสที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมตรวจสอบการเปลี่ยนผ่านนั้น

ทีมClientEarth

เงินทุนสีเขียว
ต้องตามต่อให้ถึงการใช้เงินและผลลัพธ์

ในการหารือเรื่อง Climate Finance ทีมงาน ClientEarth อธิบายว่า ภูมิภาคมีเครื่องมือระดมทุนหลายรูปแบบ ทั้งพันธบัตรรัฐบาล ตราสารหนี้ภาคเอกชน สินเชื่อ และตราสารการเงินอิสลามเพื่อสิ่งแวดล้อม แต่การมีเครื่องมือเหล่านี้ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าเงินถูกใช้ตามวัตถุประสงค์ หรือสร้างผลด้านการลดก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวได้ตามที่คาดหวัง

ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การติดตามการใช้เงิน โดยเฉพาะตราสารที่กำหนดให้เงินระดมทุนต้องนำไปใช้กับโครงการที่เข้าเกณฑ์ความยั่งยืน ผู้ลงทุนและสาธารณชนจำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลว่าเงินถูกจัดสรรไปยังโครงการใด และมีผลการดำเนินงานอย่างไร

ตัวแทนทีมงานย้ำถึงบทบาทของการเปิดเผยข้อมูลว่า “จากข้อมูลที่เปิดเผย เราจึงจะเห็นได้ว่าเงินที่ระดมทุนมาถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์จริงหรือไม่”

สำหรับภาคธุรกิจ อีกเครื่องมือที่ ClientEarth ให้ความสำคัญคือแผนเปลี่ยนผ่านที่น่าเชื่อถือ ซึ่งช่วยเชื่อมเป้าหมายระยะยาวเข้ากับการดำเนินงานและการลงทุน โดยทีมงานระบุว่าเตรียมเผยแพร่แนวปฏิบัติที่ดีด้านกฎหมายสำหรับการจัดทำแผนเปลี่ยนผ่านในอาเซียนในปี 2570 เพื่อสนับสนุนทั้งบริษัทและหน่วยงานกำกับดูแล รวมถึงบริษัทที่ต้องการเข้าถึงเงินทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่าน

นอกจากนี้ ยังเตรียมงานศึกษากรอบกฎหมายและกฎระเบียบสำหรับการเจรจาปรับสัญญาซื้อขายไฟฟ้า หรือ PPA เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนจากพลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาด สะท้อนว่าการเปลี่ยนผ่านต้องอาศัยการปรับเงื่อนไขทางธุรกิจและกฎหมายควบคู่กับการจัดหาเงินทุน

คาร์บอนเครดิตน่าเชื่อถือ
ต้องตรวจต่อว่าบริษัทลดการปล่อยจริงหรือไม่

ตลาดคาร์บอนเป็นอีกประเด็นที่วงพูดคุยแยกคำถามออกเป็นสองระดับ ได้แก่ คุณภาพของเครดิต และพฤติกรรมของบริษัทที่นำเครดิตไปใช้

ตัวแทน ClientEarth อธิบายว่า “ความน่าเชื่อถือของเครดิตเป็นเรื่องหนึ่ง ส่วนการใช้เครดิตนั้นนำไปสู่การลดการปล่อยจริงหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง”

แม้เครดิตจะผ่านมาตรฐานที่น่าเชื่อถือ บริษัทผู้ซื้อยังอาจมีความเสี่ยงด้านการฟอกเขียว หากใช้การชดเชยเป็นหลักในการประกาศความเป็นกลางทางคาร์บอนหรือ Net Zero โดยไม่มีการเปลี่ยนผ่านกิจกรรมธุรกิจและลดการปล่อยของตนเองอย่างเพียงพอ

ในระดับโครงการ การรับรองมาตรฐานจึงต้องพิจารณาควบคู่กับการกำกับดูแลและความรับผิดรับชอบ ทั้งการเปิดเผยผลกระทบ การมีส่วนร่วมของชุมชน และรายละเอียดการแบ่งปันผลประโยชน์

ทีมงานยกประเด็นจากอินโดนีเซียว่า การมีกติกาซึ่งระบุว่าใครมีสิทธิได้รับประโยชน์ อาจยังไม่ตอบคำถามว่าจะแบ่งปันอย่างไร ใช้หลักเกณฑ์ใด และชุมชนสามารถตรวจสอบหรือเรียกร้องสิทธิได้ผ่านช่องทางไหน

ข้อสังเกตนี้ทำให้การประเมินโครงการคาร์บอนต้องพิจารณามากกว่าปริมาณเครดิตที่ออกได้ โดยต้องตรวจทั้งกระบวนการดำเนินโครงการ ผลกระทบที่เกิดขึ้น และความเชื่อมโยงกับแผนลดการปล่อยของผู้ใช้เครดิตด้วย

สื่อมวลชนที่ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง

CBAM กระตุ้นการเปลี่ยนผ่านได้แค่ไหน
เมื่อแรงจูงใจตลาดคาร์บอนยังผูกกับรายได้

สำหรับอินโดนีเซีย ผู้ร่วมสนทนาอ้างถึงงานศึกษาของ CSIS เกี่ยวกับผลกระทบจาก CBAM พร้อมระบุว่ายังต้องพิจารณาความแม่นยำของการประเมิน ขณะเดียวกันให้ข้อสังเกตว่า ความคาดหวังต่อรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตเป็นแรงจูงใจสำคัญอีกด้านหนึ่งของการพัฒนาตลาดคาร์บอน ซึ่งต้องแยกให้ออกจากแรงกดดันให้ภาคอุตสาหกรรมลดการปล่อยเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน

การหารือขยายไปถึงกติกาสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน โดยตั้งคำถามว่า ข้อกำหนดจากประเทศผู้ซื้อคำนึงถึงข้อจำกัดของประเทศผู้ผลิตเพียงใด โดยเฉพาะความพร้อมด้านข้อมูลและความสามารถของผู้ประกอบการรายย่อย แม้ข้อกำหนดเหล่านี้อาจเพิ่มภาระในการปฏิบัติตาม แต่ก็สามารถผลักดันให้เกิดการปรับปรุงระบบเก็บข้อมูล การตรวจสอบย้อนกลับ และการบังคับใช้กฎหมายในประเทศต้นทาง

สำหรับธุรกิจอาเซียน ประเด็นจึงอยู่ที่การเตรียมข้อมูลและปรับกระบวนการผลิตให้รองรับข้อกำหนดของตลาด ควบคู่กับการเข้าถึงเงินทุนเพื่อเปลี่ยนผ่าน เพราะความยั่งยืนกำลังมีน้ำหนักต่อโอกาสทางการค้าและความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น

ป่าไม้และสิทธิชุมชน
ต้องแยกการอนุญาตใช้พื้นที่ออกจากการรับรองสิทธิ

ในประเด็นการจัดการป่าไม้ ClientEarth ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนให้ชุมชนเข้าถึงกลไกจัดการป่าและมีบทบาทในการคุ้มครองทรัพยากร โดยเฉพาะในอินโดนีเซีย

สาระสำคัญของการหารือคือ ความแตกต่างระหว่างการอนุญาตให้ชุมชนใช้ประโยชน์จากพื้นที่ป่า กับการรับรองสิทธิในป่าตามจารีตของชนพื้นเมือง ซึ่งมีฐานสิทธิและเงื่อนไขต่างกัน

ตัวแทนทีมงานอธิบายว่า “สำหรับป่าตามจารีตของชนพื้นเมือง สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นคือการรับรองสิทธิ เพราะชุมชนอยู่มาก่อนการก่อตั้งรัฐ”

มุมมองดังกล่าวเชื่อมกับคำถามว่า เมื่อพื้นที่ป่ามีบทบาทมากขึ้นในตลาดคาร์บอน กติกาที่พัฒนาขึ้นจะช่วยให้ชุมชนมีความมั่นคงในสิทธิและได้รับประโยชน์ หรือเพิ่มอุปสรรคต่อการเข้าถึงทรัพยากรที่ชุมชนดูแลอยู่เดิม

วงพูดคุยยังสะท้อนช่องว่างระหว่างกฎหมายกับการปฏิบัติ โดยเฉพาะการเข้าถึงข้อมูลพื้นที่ป่า ข้อมูลสัมปทาน และกระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หากชุมชนไม่มีข้อมูลหรือไม่สามารถเข้าร่วมได้อย่างมีความหมาย การมีกระบวนการตามกฎหมายก็อาจยังไม่เพียงพอต่อการคุ้มครองสิทธิ

ประเด็นนี้สะท้อนข้อจำกัดสำคัญของการเรียกร้องความรับผิด เมื่อแหล่งกำเนิดผลกระทบกับผู้ได้รับผลกระทบอยู่คนละประเทศ และข้อมูลที่จำเป็นต่อการตรวจสอบยังเข้าถึงได้ยาก

ดาต้าเซ็นเตอร์ต้องประเมินผลตอบแทน
ควบคู่ต้นทุนไฟฟ้าและน้ำ

การขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นอีกประเด็นที่ได้รับความสนใจในวงหารือ โดยมีการตั้งคำถามถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ประเทศเจ้าบ้านจะได้รับ เมื่อเทียบกับสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุน ความต้องการใช้ไฟฟ้า น้ำ และผลกระทบต่อทรัพยากรท้องถิ่น

ประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ ประเทศต่าง ๆ ควรอธิบายให้ชัดว่าการดึงดูดโครงการเหล่านี้สร้างประโยชน์อย่างไร ทั้งด้านการจ้างงาน รายได้ และการพัฒนาเศรษฐกิจ พร้อมประเมินภาระต่อระบบพลังงานและทรัพยากรในระยะยาว

ทีมงาน ClientEarth ระบุว่า กำลังพิจารณาความเป็นไปได้ของการจัดทำแนวปฏิบัติที่ดีด้านกฎหมายสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ในอาเซียน โดยเป็นงานที่อยู่ระหว่างพิจารณา ยังไม่ได้ยืนยันกำหนดเผยแพร่

เมื่อเชื่อมประเด็นดาต้าเซ็นเตอร์เข้ากับการเงินสีเขียว ตลาดคาร์บอน และการจัดการป่าไม้ คำถามร่วมคือ ใครได้รับประโยชน์ ใครรับภาระ และมีข้อมูลเพียงพอให้ตรวจสอบหรือไม่

สำหรับธุรกิจที่กำลังวางกลยุทธ์ ESG การระดมทุนและการประกาศเป้าหมายจึงต้องเดินไปพร้อมกับหลักฐานการดำเนินงาน ทั้งการใช้เงิน การลดผลกระทบ และการคุ้มครองผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสามารถอธิบายผลที่เกิดขึ้นได้จริง