CEO เอสซีจี มองเกมยาวจีน–อาเซียน ชวนนักศึกษาไทย–จีน CEIP 2026 


อ่าน “โอกาส” หลังฉากการแข่งขัน

นี่คือหนึ่งในประเด็นสำคัญจากบทสนทนาระหว่าง ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม President & CEO เอสซีจี กับนักศึกษาไทยและจีนจากโครงการ SCG China Excellent Internship Program 2026 (CEIP 2026) ในช่วงส่งท้ายการฝึกงานเดือนกันยายน 2569

บทสนทนาเริ่มต้นจากคำถามง่ายๆ ว่า “น้องแต่ละคนไปเรียนรู้อะไรมาบ้าง” ก่อนขยายจากประสบการณ์ฝึกงานไปสู่ภาพใหญ่ของเศรษฐกิจจีน–อาเซียน การแข่งขัน เทคโนโลยี และความสำคัญของการสร้างคนที่เข้าใจทั้งสองโลกเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต

ตลอดระยะเวลา 2 เดือน นักศึกษาทั้ง 8 คนไม่ได้เข้ามาเพียงเพื่อศึกษาดูงาน แต่ได้ทำงานจริงร่วมกับทีมในหลากหลายพื้นที่ของเอสซีจี ตั้งแต่ Corporate Innovation Office, SCGP Fiber Packaging Operations, Commercial ไปจนถึง Digital Transformation โจทย์ที่แต่ละคนได้รับมีตั้งแต่ AI, Clean Energy, Logistics, Solar และ Electrical Systems ไปจนถึงการวิเคราะห์ธุรกิจและงาน Commercial โดยมีพี่เลี้ยงจากหน่วยงานร่วมให้คำแนะนำตลอดโครงการ

สิ่งที่นักศึกษาได้รับจึงไม่ใช่เพียงความรู้เชิงเทคนิค แต่คือประสบการณ์การทำงานกับคนจริง การวิเคราะห์ปัญหา การนำเสนอความคิด และการเข้าใจบริบทธุรกิจที่แตกต่างจากในห้องเรียน

สำหรับเอสซีจี การเตรียมคนรุ่นใหม่ให้พร้อมสำหรับโลกธุรกิจที่เปลี่ยนเร็ว ไม่สามารถเกิดขึ้นจาก Classroom หรือ Training เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเปิดโอกาสให้ได้เห็นว่า ธุรกิจตัดสินใจอย่างไร ทำงานภายใต้ข้อจำกัดอย่างไร และปรับตัวอย่างไรเมื่อบริบทเปลี่ยนไป ที่สำคัญการเรียนรู้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงด้านเดียว ขณะที่นักศึกษาเรียนรู้จากเอสซีจี เอสซีจีก็ได้เรียนรู้จากมุมมอง วิธีคิดและความคาดหวังของคนรุ่นใหม่เช่นกัน

จากเรื่องการฝึกงาน CEO เอสซีจีชวนให้นักศึกษาขยับมองจีนในภาพที่ใหญ่ขึ้น ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างจีนกับอาเซียนกำลังเชื่อมโยงกันมากขึ้น ทั้งด้านการค้า การลงทุน Supply Chain เทคโนโลยีและการขยายตัวของธุรกิจ สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงกระแสระยะสั้น 1–2 ปี แต่เป็น Structural Shift ที่ทั้งธุรกิจและคนรุ่นใหม่ต้องเตรียมพร้อมอยู่กับมันในระยะยาว

หนึ่งในปรากฏการณ์ที่เห็นได้ชัดคือ เมื่อกำลังการผลิตของจีนเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกันก็เผชิญแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์และข้อจำกัดด้านการส่งออกในบางตลาด สินค้าจีนจำนวนมากจึงเข้ามาแข่งขันในภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น

สำหรับธุรกิจในอาเซียน นี่คือแรงกดดันที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ในอีกด้านหนึ่ง การเข้าถึงสินค้า เทคโนโลยี เครื่องจักร หรือวัตถุดิบในต้นทุนที่ต่ำลง ก็สามารถเปิดโอกาสใหม่ให้กับธุรกิจได้เช่นกัน

มุมมองสำคัญที่ CEO เอสซีจีชวนคนรุ่นใหม่คิด คือ การแข่งขันจากจีนไม่ควรถูกมองผ่านคำถามว่าเป็น “ภัยคุกคาม” หรือ “โอกาส” เพียงด้านใดด้านหนึ่ง เพราะในความเป็นจริง ทั้งสองสิ่งสามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้

สินค้าราคาถูกจากจีนอาจสร้างแรงกดดันต่อผู้ผลิตในอาเซียน แต่ขณะเดียวกันก็อาจทำให้ธุรกิจเข้าถึง Input, Technology หรือ Tools ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่

ดังนั้น คำถามเชิงกลยุทธ์อาจไม่ใช่เพียง “เราจะรับหรือปฏิเสธจีน?” แต่คือ “เราจะวางตัวเองไว้ตรงไหนใน Economic Value Chain ที่จีนและอาเซียนเชื่อมโยงกันมากขึ้น?”

สำหรับเอสซีจี การทำงานกับจีนไม่ใช่เรื่องใหม่ บริษัทมีประสบการณ์สร้าง Partnership และ Joint Venture กับพันธมิตรจีนมาเป็นเวลานาน และยังมองเห็นพื้นที่ของโอกาสในการเชื่อมโยงธุรกิจระหว่างจีนกับอาเซียนได้อีกมากในอนาคต เพราะการเข้าถึงตลาดไม่ได้เกิดจากสินค้าและเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัย คนที่เข้าใจตลาด เข้าใจความสัมพันธ์ และสามารถสร้าง Partnership ในระยะยาว


นี่จึงเป็นเหตุผลที่การเรียนรู้ภาษาจีนไม่ควรถูกมองเป็นเพียง Language Skill ในบริบทที่จีนมีบทบาทต่อเศรษฐกิจอาเซียนมากขึ้น ภาษาเป็นประตูสู่การเข้าใจ Culture, Mindset, Technology, Business Practices และ Network

หากมองไปข้างหน้า 10 ปี คนที่สามารถเชื่อมความเข้าใจระหว่างจีนกับอาเซียนจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในโลกธุรกิจ การเป็น China-ready Talent ไม่ได้หมายถึงเพียง “พูดภาษาจีนได้”

แต่คือความสามารถในการ เข้าใจบริบทจีน ทำงานข้ามวัฒนธรรม มองเห็นความเชื่อมโยงทางธุรกิจ และเปลี่ยนความเข้าใจนั้นให้เป็นโอกาส นี่คือเหตุผลที่เอสซีจีให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ภาษาจีน การศึกษาต่อและสร้างประสบการณ์ในประเทศจีน รวมถึงการเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่จากจีนเข้ามาทำงานจริงร่วมกับธุรกิจในอาเซียน

CEIP 2026 จึงเป็นมากกว่าโครงการ Internship สำหรับนักศึกษาจีน โครงการเปิดโอกาสให้ได้เข้าใจวิธีการทำงาน ธุรกิจ และวัฒนธรรมองค์กรในบริบทอาเซียน ขณะเดียวกัน พนักงานและทีมธุรกิจของเอสซีจีก็ได้เรียนรู้การทำงานกับคนรุ่นใหม่จากจีน เห็นวิธีคิดและมุมมองที่แตกต่าง และสร้างความเข้าใจระหว่างกันผ่านการทำงานจริง

ความสัมพันธ์กับ Future Talent จึงไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นในวันที่องค์กร “ต้องการรับคน” แต่สามารถเริ่มตั้งแต่การเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จักธุรกิจ ทดลองทำงานจริง และค้นพบว่าตัวเองสามารถสร้างคุณค่าอะไรได้บ้างสอดคล้องกับแนวคิด Organization of Possibilities ที่ต้องการเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ค้นพบความเป็นไปได้ของตัวเองผ่านประสบการณ์จริง

บทสนทนาในวันส่งท้าย CEIP 2026 จึงไม่ได้ให้คำตอบสำเร็จรูปแก่นักศึกษาว่าควรเลือกอาชีพอะไร หรือควรเดินไปในทิศทางใด แต่ชวนให้เห็นภาพที่ใหญ่กว่า เมื่อ China, Technology และ ASEAN กำลังเชื่อมโยงเข้าหากันมากขึ้น ความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในอนาคตอาจไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงว่าใครมีเทคโนโลยีดีกว่า หรือมีต้นทุนต่ำกว่า

แต่อยู่ที่ว่า ใครมี “คน” ที่เข้าใจหลายโลก สามารถเชื่อมความแตกต่างและเปลี่ยนความเข้าใจนั้นให้กลายเป็น Business Opportunity ได้

สำหรับเอสซีจี การสร้าง China-ready Talent จึงไม่ใช่เพียงการเตรียมคนสำหรับความต้องการของธุรกิจในวันนี้ แต่คือ การลงทุนในคนวันนี้ เพื่อเตรียมองค์กรให้พร้อมสำหรับเกมจีน–อาเซียนในอีก 10 ปีข้างหน้า

เนื้อหาเกี่ยวข้อง 1 , 2 , 3