GULF และคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดโครงการ Green Mission by Chula x GULF ปี 3 ภายใต้แนวคิด “Resilient LAB: คิดเพื่อบ้านเรา” ชวนเยาวชนไทยพัฒนานวัตกรรมด้าน Climate Change และความยั่งยืน เพื่อสร้างชุมชนที่มีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ GULF และคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดโครงการ Green Mission by Chula x GULF ปี 3 ภายใต้แนวคิด “Resilient LAB: คิดเพื่อบ้านเรา” ชวนเยาวชนไทยพัฒนานวัตกรรมด้าน Climate Change และความยั่งยืน เพื่อสร้างชุมชนที่มีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

GULF จับมือ วิศวฯ จุฬาฯ เปิดตัว Green Mission ปี 3

ชวนมัธยมปลายประกวดนวัตกรรมสิ่งแวดล้อม ‘Resilient LAB: คิดเพื่อบ้านเรา’ รับมือวิกฤตโลกเดือด

ไม่เคยเป็นมาก่อน ตั้งแต่คลื่นความร้อนและฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือ, ภัยแล้งสุดขั้วในภาคอีสาน, วิกฤตน้ำทะเลหนุนในภาคกลาง, ไปจนถึงปรากฏการณ์ฝนตกหนักสุดขั้ว (Rain Bomb) ในภาคใต้ที่ทำให้หาดใหญ่ต้องเผชิญน้ำท่วมใหญ่ครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 140 ปี ซ้ำเติมด้วยความกังวลระดับโลกอย่างปรากฏการณ์ Super El Niño ที่ทำให้อุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้นผิดปกติ

ท่ามกลางวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่คาดเดาได้ยากนี้ ความยืดหยุ่นและการปรับตัว (Resilience) จึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือ “ทางรอดเดียว” ของชุมชน

โครงการในปีนี้จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของ มูลนิธิอรุณ สารเพชร คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และมูลนิธิกัลฟ์ โดยมุ่งเป้าเปลี่ยนบทบาทของเยาวชนและคนในชุมชนจาก “ผู้ประสบภัย” ให้กลายเป็น “ผู้รู้เท่าทันความเสี่ยงและพร้อมปรับตัวอย่างยั่งยืน” เพื่อสอดรับกับแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (NAP)

คำว่า “Resilience” ในปีนี้ ถูกนิยามให้เข้าใจง่ายคือการสร้าง “ภูมิคุ้มกัน” ให้ชุมชนสามารถอยู่รอดและเติบโตได้อย่างยั่งยืนท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง โดยคำว่า “คิดเพื่อบ้านเรา” มีนัยสำคัญที่ลึกซึ้ง 3 ด้าน

ไฮไลต์สำคัญในปีที่ 3 โครงการจะเน้นการลงมือทำจริงและการทดลอง (Experiment) ที่เข้มข้นขึ้นกว่าปีก่อน ๆ ไอเดียของน้อง ๆ จะไม่ใช่อยู่แค่ในกระดาษ แต่ทีมที่ได้รับคัดเลือกจะได้รับการสนับสนุนให้นำแนวคิดและนวัตกรรมต้นแบบไปต่อยอดให้เกิดผลลัพธ์ในพื้นที่บ้านเกิดหรือชุมชนของตนเองจริง ๆ ผ่านพลังขับเคลื่อนของ 3 ภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ ครูอาจารย์ (แม่พิมพ์), เยาวชน (คนรุ่นใหม่) และ พื้นที่บ้านเกิด

โครงการนี้เปิดรับสมัครเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี (ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า) จากทั่วประเทศ มารวมตัวกันเป็นทีม ทีมละ 4 คน พร้อมครูอาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อเดินทางร่วมกันในโรดแมปยาว 10 เดือน (ตั้งแต่วันนี้ถึงธันวาคม 2569) โดยมีกิจกรรมหลักที่น่าสนใจดังนี้

นอกจากนี้ โครงการยังได้นักแสดงหนุ่มสายรักษ์โลกอย่าง “เฟย-ภัทร เอกแสงกุล” มาร่วมสร้างแรงบันดาลใจและชวนน้อง ๆ ทั่วประเทศปลดปล่อยพลังความคิดสร้างสรรค์ในครั้งนี้ด้วย

ในเวทีเสวนาเปิดตัวโครงการ ผู้เชี่ยวชาญได้ร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ที่น่าสนใจเกี่ยวกับการพัฒนานวัตกรรมด้าน Climate Action โดยเน้นย้ำถึง การคิดเชิงระบบ (System Thinking) เพื่อไม่ให้การแก้ปัญหาหนึ่ง กลายเป็นการสร้างปัญหาใหม่ (เช่น การเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า แต่ต้องคำนึงถึงแหล่งที่มาของไฟฟ้าด้วยว่าเป็นพลังงานสะอาดหรือไม่)

นวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่ตอบโจทย์และใช้งานได้จริงในชุมชน ควรมีหลักการสำคัญ 4 ข้อ คือ

ปัจจุบัน ประเทศไทยตั้งเป้าหมายสู่ Net Zero ภายในปี 2050 การปรับตัวในระดับอุตสาหกรรมมุ่งไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและการใช้ระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) ในขณะที่ระดับท้องถิ่นและชุมชนสามารถเริ่มได้ง่ายที่สุดผ่านการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ต้นทุนต่ำที่สุดในการดูดซับก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการใช้งานแอปพลิเคชันอย่าง “Net Zero Me” ของ TGO เพื่อคำนวณ Carbon Footprint ในชีวิตประจำวัน หรือศึกษาโครงการต้นแบบลดก๊าซเรือนกระจกกว่า 4,000 แห่งทั่วประเทศในโครงการ LESS

โครงการ Green Mission by Chula x GULF ปีที่ 3 ไม่เพียงแต่เป็นพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงความสามารถ แต่คือเวทีสร้างเครือข่ายความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานรัฐ และภาคเอกชน เพื่อสร้างความตื่นรู้ กระตุ้นพลังบวก และส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ลุกขึ้นมาเปลี่ยน “บ้านเกิด” ให้ปลอดภัย ยืดหยุ่น และพร้อมรับมือกับอนาคตโลกเดือดได้อย่างยั่งยืน

โอกาสปล่อยของมาถึงแล้ว! น้อง ๆ ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 มาร่วมเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นนวัตกรรมกู้โลกไปด้วยกัน