ภาพแผง Solar Rooftop บนบ้านพักอาศัย สะท้อนการลงทุนพลังงานสะอาดและลดค่าไฟระยะยาว ภาพแผง Solar Rooftop บนบ้านพักอาศัย สะท้อนการลงทุนพลังงานสะอาดและลดค่าไฟระยะยาว

How to ใช้สิทธิ์ Solar Rooftop เมื่อเสียภาษีมาตรา 40(1)-40(8)

ลดหย่อนสูงสุด 200,000 บาท

เมษายน 1,2026…ขั้นตอน “ลดหย่อนภาษีโซลาร์รูฟท็อป” สำหรับผู้มีรายได้ตามมาตรา 40(1)-40(8) ตั้งแต่เงื่อนไข เอกสาร ไปจนถึงข้อควรรู้ก่อนติดตั้ง เพื่อเปลี่ยนค่าไฟเป็นการลงทุนระยะยาว พร้อมมุมมองจากภาครัฐ–เอกชนที่กำลังเร่ง “พลังงานสะอาด” ให้เข้าถึงครัวเรือนไทย

จารุวรรณ , เอกภัทร
ณัฐสิทธิ์ ,อัจฉรา

มาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้ง Solar Rooftop วงเงินสูงสุด 200,000 บาท กำลังกลายเป็น “จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง” ของพลังงานครัวเรือนไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้ที่เสียภาษีตามมาตรา 40(1)-40(8) ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำ หรือฟรีแลนซ์ สามารถเปลี่ยนค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าให้กลายเป็นการลงทุนระยะยาวได้จริง ภายใต้กรอบนโยบายที่เปิดให้ใช้สิทธิ์ได้ถึงปี 2571

จารุวรรณ อธิบายต่อเนื่อง “มาตรการนี้ไม่ได้ถูกออกแบบเพียงเพื่อบรรเทาภาระภาษี แต่ยังเป็นกลไกเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในระดับ “บ้าน” ซึ่งเป็นฐานสำคัญของระบบพลังงานประเทศ และคาดว่าจะมีครัวเรือนเข้าร่วมกว่า 90,000 ราย พร้อมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 20,000 ล้านบาท”

ในเชิงปฏิบัติ การติดตั้ง Solar Rooftop ไม่ใช่เพียงการซื้ออุปกรณ์ แต่คือการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างหลักของบ้าน ตั้งแต่หลังคาจนถึงระบบไฟฟ้า

“การเลือกบริษัทติดตั้ง ต้องพิจารณาทั้งมาตรฐานวิศวกรรม ความปลอดภัยของอุปกรณ์ การรับรองจากภาครัฐ รวมถึง “บริการหลังการขาย” ที่ต้องดูแลตลอดอายุการใช้งาน 20–30 ปี ไม่ว่าจะเป็นการล้างแผง ตรวจสอบระบบ หรือการรับประกันอินเวอร์เตอร์และการติดตั้ง ซึ่งหากเลือกผู้ให้บริการที่ไม่มีความต่อเนื่อง อาจกระทบทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัยในระยะยาว” เอกภัทรกล่าว

กำลังไฟที่ใช้ในบ้านขนาดเฉลี่ย 5 kW สามารถลดค่าไฟได้ราว 2,000 บาทต่อเดือน และคืนทุนในช่วง 5–6 ปี ทำให้ Solar Rooftop ถูกมองเป็นสินทรัพย์ที่เชื่อมโยงกับเทรนด์ EV และ Smart Energy มากขึ้น

บทบาทของ “เคทีซี” กำลังขยับจากผู้ให้บริการบัตรเครดิต ไปสู่การเป็น Financial Enabler ที่ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงพลังงานสะอาดได้ง่ายขึ้น ผ่านการผ่อนชำระ 0% การให้เครดิตเงินคืน และการใช้คะแนนสะสมเพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย โดยมีเครือข่ายพันธมิตรผู้ติดตั้งกว่า 21 ราย และตั้งเป้าขยายเพิ่มเติมในอนาคต รองรับฐานสมาชิกกว่า 3 ล้านราย

“เคทีซี ตั้งเป้าเติบโตตลาด Solar Rooftop ไม่ต่ำกว่า 15% และผลักดันยอดติดตั้งระดับ 500–600 ครัวเรือนต่อปี สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มมองพลังงานแสงอาทิตย์ในฐานะเครื่องมือบริหารต้นทุนระยะยาว และการลงทุนระยะยาวมากขึ้น ในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ คือมกราคม-กุมภาพันธ์ เป็นช่วงเวลาก่อนประกาศมาตรการลดหย่อนภาษี เมื่อนำข้อมูลก่อนและหลังการออกมาตรการมาเปรียบเทียบกัน พบว่า การใช้จ่ายเฉลี่ยผ่านบัตรเคทีซีในหมวด Solar Roof เพิ่มขึ้น 110% และจำนวนธุรกรรมเติบโตขึ้น 40% สะท้อนถึงความสนใจของผู้บริโภคต่อ Solar Roof ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ” ณัฐสิทธิ์ กล่าว

อัจฉราขยายความเพิ่มเติมในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่ให้บริการโซลูชั่นด้าน Energy Efficiency มายาวนาน ได้เห็นการเปลี่ยนผ่านของบ้านไทยจากการใช้เทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบาย ไปสู่การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

“โดยเฉพาะเมื่อนวัตกรรมในบ้านเริ่มเชื่อมต่อกับแหล่งพลังงานสะอาด เช่น เครื่องทำน้ำร้อนจากเครื่องปรับอากาศหรือเครื่องปรับอุณหภูมิสระว่ายน้ำของ PAC Regenerating Energy ซึ่งเมื่อทำงานร่วมกับพลังงานแสงอาทิตย์ จะช่วยให้ครัวเรือนบริหารจัดการต้นทุนพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและยั่งยืน และยกระดับ Smart Living ให้กลายเป็น Smarter Living อย่างแท้จริง”

นับเป็นสัญญาณสำคัญที่ ESG กำลังเคลื่อนจากระดับองค์กร ลงสู่ระดับครัวเรือน Solar Rooftop คือการลงทุนระยะยาวที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่า ลดค่าไฟเฉลี่ย 30–60% ต่อปี