เมษายน 2,2026…กสิกรไทยเปิดตัว Creative Climate Research Center (CCRC) พร้อมหลักสูตร Net Zero ครอบคลุมตั้งแต่ CEO ถึงพนักงาน ชี้ชัดว่า “Climate + Geopolitics” คือสองตัวแปรกำหนดเศรษฐกิจโลก ธนาคารขนาดใหญ่ที่เข้าใจและลงทุนใน Green Skills จะเปลี่ยนความเสี่ยงเป็น “ความได้เปรียบทางธุรกิจ” ในยุคคาร์บอนต่ำ
จากรายงาน Global Risks Report 2024 ของ World Economic Forum ชี้ว่า “ภูมิรัฐศาสตร์” และ “วิกฤตภูมิอากาศ” คือสองปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกในทศวรรษหน้า ทั้งความขัดแย้งระหว่างประเทศ มาตรการกีดกันทางการค้า และนโยบายพลังงาน ล้วนกระทบต้นทุนและความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจโดยตรง
Climate จึงไม่ใช่แค่ความเสี่ยง แต่เป็นตัวแปรที่กำหนดต้นทุน ห่วงโซ่อุปทาน และความได้เปรียบระยะยาว ธุรกิจที่ปรับตัวเร็วสามารถเปลี่ยนความท้าทายเป็นโอกาส และสร้างความเชื่อมั่นจากนักลงทุนสาย ESG
อย่างไรก็ตาม “Green Skills” ยังคงเป็นคอขวดสำคัญของการไปสู่ Net Zero ตาม OECD องค์กรจึงต้องเร่งพัฒนาทักษะด้านความยั่งยืนในทุกระดับ ตั้งแต่ผู้บริหารถึงพนักงาน เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

รุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เผยธนาคารได้วางภารกิจเชิงยุทธศาสตร์ด้วยการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ 3 ระดับ เพื่อปิดช่องว่างทักษะและช่วยให้ธุรกิจของลูกค้าเกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริง โดยจัดตั้งศูนย์วิจัยสภาพภูมิอากาศสร้างสรรค์ (Creative Climate Research Center – CCRC) เพื่อให้องค์ความรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยร่วมมือกับพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายองค์กรในการออกแบบระบบนิเวศการเรียนรู้ครอบคลุม 3 ระดับ ตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารระดับกลาง ไปจนถึงผู้ปฏิบัติการ และพนักงานทั่วไป ให้มีทักษะพร้อมเปลี่ยนผ่านองค์กรไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำด้วยกัน ได้แก่
1) Net Zero CEO – หลักสูตรสำหรับผู้บริหารระดับสูง C-suite ซึ่งจัดโดยสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืนและคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเปิดวิสัยทัศน์เกมเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เข้าใจผลกระทบจากกติกาการค้าและภูมิรัฐศาสตร์โลก ผ่านการเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เศรษฐศาสตร์ และกลยุทธ์ธุรกิจ ถ่ายทอดโดยวิทยากรชั้นนำระดับประเทศ รวมถึงเชื่อมโยงเครือข่ายผู้นำตัวจริงที่มีวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอนาคตเศรษฐกิจไทย
2) Net Zero Leader – หลักสูตรสำหรับผู้บริหารระดับกลาง / หัวหน้างาน ได้แก่
2.1 หลักสูตร Financial Readiness ลงทุนด้านความยั่งยืนอย่างคุ้มค่า ให้พร้อมรับมือวิกฤตพลังงาน เน้นการเลือกเทคโนโลยีลดคาร์บอนที่เหมาะสม วิเคราะห์กระแสเงินสดและประเมินความพร้อมองค์กรก่อนการตัดสินใจ เพื่อให้ทุกเม็ดเงินที่ลงทุนคุ้มค่า และสร้างผลตอบแทนได้จริง โดยหลักสูตรนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการทดสอบนวัตกรรมภายใต้กรอบ Enhanced Regulatory Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย มุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้เพื่อสังคมโดยไม่แสวงหากำไร เพื่อเตรียมความพร้อมให้ธุรกิจไทยก้าวสู่ Net Zero อย่างมั่นคง
2.2 หลักสูตร Decarbonization Transformation Leadership เพื่อพัฒนาทักษะผู้นำที่สามารถทรานส์ฟอร์มองค์กรสู่ความยั่งยืนได้จริง โดยพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญอย่างฮิววิท คอนซัลติ้ง (Hewitt Consulting) บริษัทให้บริการความรู้และคำปรึกษาเพื่อการทรานส์ฟอร์มธุรกิจและองค์กรชั้นนำของไทย มุ่งเน้นการสร้างวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืน (Purpose) พัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้สอดคล้อง (People) และนำไปสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่โดดเด่นและจับต้องได้ (Performance)
3) Net Zero Professional – หลักสูตรที่เหมาะสำหรับพนักงานระดับปฏิบัติการ โดยสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืนเป็นผู้จัดหลักสูตรออนไลน์ระยะสั้น (2 ชั่วโมง) ที่จะช่วยให้เข้าใจบทบาทของความยั่งยืนในโลกธุรกิจยุคใหม่ และเห็นภาพว่าเรื่องสิ่งแวดล้อมเชื่อมโยงกับการดำเนินธุรกิจ ต้นทุน และความสามารถในการแข่งขันขององค์กรได้อย่างไร เพื่อให้ผู้เรียนพร้อมต่อยอดสู่ความรู้เชิงลึกได้ต่อไป
รุ่งเรือง กล่าวในท้ายที่สุดว่า ธนาคารกสิกรไทยมีความมุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่มากกว่าการเป็นแค่แหล่งเงินทุน แต่ต้องเป็นพันธมิตรที่พร้อมจะผลักดันลูกค้าธุรกิจให้สามารถแข่งขันอย่างแข็งแกร่งในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน รวมถึงการ Upskill–Reskill เพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานสีเขียวในอนาคต






