ภาวะผู้นำสตรีและ Gender Equality เชื่อมโยง ESG กับกลยุทธ์ธุรกิจและเศรษฐกิจ – SD Perspectives : ESG & Business Strategy Media in Thailand ภาวะผู้นำสตรีและ Gender Equality เชื่อมโยง ESG กับกลยุทธ์ธุรกิจและเศรษฐกิจ – SD Perspectives : ESG & Business Strategy Media in Thailand

Gender Equality ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

ภาวะผู้นำสตรีกับ Inclusive Supply Chain สู่ระบบเศรษฐกิจที่เป็นธรรม

มีนาคม 19,2026…บนเวที “Ring the Bell for Gender Equality 2026” สะท้อนภาพใหม่ของเศรษฐกิจไทย เมื่อคำว่า Gender Equality ไม่ได้หยุดอยู่ที่ความเท่าเทียมเชิงหลักการ แต่กำลังถูกแปลงเป็น “กลไกการเติบโต” ผ่านตลาดทุน ห่วงโซ่อุปทาน และการเข้าถึงเงินทุนของผู้หญิง ภายใต้ธีม “Women. Leadership. Action. For Just and Prosperous Economies” ที่เน้นย้ำว่า ภาวะผู้นำสตรีต้องนำไปสู่ “การลงมือทำจริง” ในระดับระบบ

H.E. Dr. Angela Macdonald, Australian Ambassador to Thailand ,Christine Arab, Regional Director of UN Women Regional Office Asia & Pacific and UN Women Representative to Thailand ,Jane Yuan Xu, Country Manager for Thailand and Myanmar International Finance Corporation,Katja Freiwald, Regional Programme Manager and Technical Advisor, UN Women Regional Office for Asia and the Pacific และ ดร. ขวัญฤทัย ศิริพัฒนโกศล รองเลขาธิการ เครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งสหประชาชาติ ประเทศไทย นำเสนอมุมมอง

หนึ่งในสัญญาณสำคัญคือบทบาทของตลาดทุนในฐานะ “ตัวเร่งการเปลี่ยนแปลง” โดยปัจจุบันมีตลาดหลักทรัพย์กว่า 100 แห่งทั่วโลก เข้าร่วมโครงการ Ring the Bell เพื่อผลักดัน Gender Equality ในเชิงโครงสร้าง ขณะที่ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 6 ของเอเชียแปซิฟิก และอันดับ 66 ของโลก ด้านความเท่าเทียมทางเพศ ซึ่งสะท้อนความก้าวหน้า แต่ยังมีช่องว่างสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข

แม้ประเทศไทยจะมีอัตราการเข้าถึงการศึกษาของผู้หญิงในระดับสูง แต่ในตลาดแรงงานยังคงมีความเหลื่อมล้ำ โดยอัตราการมีงานทำของผู้หญิงอยู่ที่เพียง 59.3% เทียบกับผู้ชายที่มากกว่า 70% สะท้อนข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง เช่น ภาระงานในครัวเรือนและการเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจ

ภาวะผู้นำสตรีและ Gender Equality เชื่อมโยง ESG กับกลยุทธ์ธุรกิจและเศรษฐกิจ – SD Perspectives : ESG & Business Strategy Media in Thailand

ในระดับภูมิภาค ความท้าทายยิ่งชัดขึ้น เมื่อผู้ประกอบการหญิงในเอเชียแปซิฟิกเผชิญ “ช่องว่างทางการเงิน” สูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ในอีก 10–15 ปีข้างหน้า โลกจะมีแรงงานใหม่ถึง 1.2 พันล้านคน แต่มีตำแหน่งงานรองรับเพียง 400 ล้านตำแหน่ง ซึ่งหมายความว่า หากไม่มีการดึงศักยภาพของผู้หญิงเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ การเติบโตจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างเพียงพอ

ในอีกด้านหนึ่ง ข้อมูลเชิงบวกเริ่มปรากฏให้เห็น โดยตลาดทุนไทยมีสัดส่วน CEO หญิงสูงถึง 14% ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยในภูมิภาคถึง 2 เท่า และสะท้อนว่า “ภาวะผู้นำสตรี” ไม่ได้เป็นเพียงภาพแทน แต่กำลังเป็นแรงขับเคลื่อนจริงของเศรษฐกิจ

ภาวะผู้นำสตรีและ Gender Equality เชื่อมโยง ESG กับกลยุทธ์ธุรกิจและเศรษฐกิจ – SD Perspectives : ESG & Business Strategy Media in Thailand

ขณะเดียวกัน ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ตลาดทุน และองค์กรระหว่างประเทศกำลังเร่งเครื่องผ่านโครงการต่างๆ เช่น การสนับสนุนธุรกิจที่นำโดยผู้หญิงกว่า 200 ราย และการเชื่อมโยงกับบริษัทขนาดใหญ่ 267 ราย เพื่อเปิดโอกาสในการเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับประเทศและระดับโลก

สิ่งที่ชัดเจนคือ Gender Equality ไม่ใช่ “ต้นทุน” แต่เป็น “โอกาสทางเศรษฐกิจ” งานวิจัยชี้ว่าการเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้หญิงสามารถยกระดับผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ถึง 15–20% และในบางภูมิภาคสามารถเพิ่ม GDP ต่อหัวได้มากกว่า 20%

เวทีนี้จึงตอกย้ำว่า การขับเคลื่อน Gender Equality ในยุคใหม่ ต้องก้าวข้ามจาก Policy ไปสู่ “Execution” ผ่าน 3 กลไกหลัก ได้แก่ การสร้างภาวะผู้นำสตรีในระดับองค์กร การเพิ่มความโปร่งใสผ่านตัวชี้วัดที่วัดผลได้ และการออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงินแบบ Gender-smart เพื่อให้ผู้หญิงเข้าถึงระบบเศรษฐกิจได้จริง

ได้เห็นภาพของ ESG ที่กำลัง evolve จาก “Framework” สู่ “Economic Infrastructure” และชี้ให้เห็นว่า หากเศรษฐกิจไทยต้องการเติบโตอย่างยั่งยืน คำตอบอาจไม่ใช่แค่การเพิ่ม GDP แต่คือการออกแบบระบบที่ทำให้ “ผู้หญิงครึ่งหนึ่งของประเทศ” สามารถมีส่วนร่วมได้อย่างเต็มศักยภาพ

เพราะในท้ายที่สุด Women. Leadership. Action. ไม่ใช่เพียงธีมของเวที แต่คือ “สมการใหม่ของเศรษฐกิจที่เป็นธรรมและมั่งคั่ง”