มกราคม 19 ,2026…ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รับมอบเก้าอี้รักษ์โลก จากชาตรี เอี่ยมโสภณา ประธานเจ้าหน้าที่สายงานพาณิชย์ เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC ผู้นำธุรกิจพอลิเมอร์และโซลูชันครบวงจรเพื่อความยั่งยืน ในโครงการความร่วมมือสร้างเมืองต้นแบบ “ไม่เทรวม” ระหว่าง กทม. และ SCGC
กรุงเทพมหานครเดินหน้าทดลองแนวทาง “เมืองไม่เทรวม” อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านความร่วมมือกับ SCGC ในการเปลี่ยนพลาสติกใช้แล้วจากกิจกรรมสาธารณะของเมือง ให้กลายเป็น “เก้าอี้รักษ์โลก” ที่สามารถใช้งานจริงในพื้นที่สาธารณะ สะท้อนการจัดการทรัพยากรตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน มากกว่าการรีไซเคิลเชิงสัญลักษณ์
ความร่วมมือดังกล่าวนำไปสู่การส่งมอบเก้าอี้รักษ์โลกจำนวน 150 ตัว ให้แก่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งผลิตจากพลาสติกใช้แล้วที่ประชาชนร่วมกันคัดแยกจากกิจกรรมต่าง ๆ ของเมือง สามารถลดปริมาณขยะพลาสติกได้ราว 9,000 กิโลกรัม และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 17,000 กิโลกรัมคาร์บอนเทียบเท่า หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ประมาณ 770 ต้น โดยเก้าอี้ 1 ตัว ใช้กล่องข้าวพลาสติกเป็นส่วนประกอบราว 200 กล่อง
ชัชชาติ ระบุว่า กรุงเทพฯ มีปริมาณขยะมากกว่า 10,000 ตันต่อวัน และต้องใช้งบประมาณในการจัดการขยะราว 7,000 ล้านบาทต่อปี ขณะที่รายได้จากค่าธรรมเนียมจัดเก็บขยะมีเพียงประมาณ 1,600 ล้านบาทต่อปี สะท้อนข้อจำกัดของการพึ่งพาระบบกำจัดปลายทางเพียงอย่างเดียว การลดและคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางจึงเป็นหัวใจสำคัญของการจัดการขยะอย่างยั่งยืน แม้จะเป็นโจทย์ท้าทายสำหรับเมืองขนาดใหญ่อย่างกรุงเทพฯ
โครงการ “ไม่เทรวม” จึงถูกออกแบบให้เป็นต้นแบบของเมืองที่ไม่ทิ้งขยะปะปน แสดงให้เห็นว่า หากภาครัฐ ภาคธุรกิจ และประชาชนร่วมมือกันอย่างจริงจัง บรรจุภัณฑ์ใช้แล้วสามารถกลับมาเป็นทรัพยากรที่สร้างประโยชน์ให้เมืองได้จริง ไม่ใช่ภาระที่ต้องนำไปฝังกลบหรือเผาทำลาย
ชาตรี กล่าวถึง SCGC นำพลาสติกใช้แล้วจากพื้นที่กิจกรรมของกรุงเทพมหานคร เช่น กล่องอาหารและแก้วน้ำ กลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลขั้นสูง พัฒนาเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง หรือ High Quality PCR PP Resin ภายใต้แบรนด์ SCGC GREEN POLYMER™ เพื่อผลิตเป็นเก้าอี้ที่มีความแข็งแรง ทนทาน และเหมาะกับการใช้งานสาธารณะจริง พร้อมกันนี้ยังสนับสนุนถุงขยะรักษ์โลกจากพลาสติกรีไซเคิลจำนวน 17,500 ใบ สำหรับใช้ในโครงการ “บ้านนี้ไม่เทรวม : แยกขยะลดค่าธรรมเนียม” เพื่อเชื่อมโยงนโยบายเมืองเข้ากับแรงจูงใจด้านพฤติกรรมของประชาชน
เก้าอี้รักษ์โลกจากพลาสติกใช้แล้วเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในพระราชพิธีและกิจกรรมสาธารณะของกรุงเทพมหานครต่อไป ควบคู่กับการผลักดันการคัดแยกขยะ 3 ประเภท ได้แก่ ขยะอินทรีย์ ขยะทั่วไป และขยะรีไซเคิล ให้กลายเป็นแนวปฏิบัติมาตรฐานของเมือง
ความร่วมมือครั้งนี้ นับเป็นการสะท้อนการยกระดับ “การแยกขยะ” จากเรื่องส่วนบุคคล ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานของเมืองน่าอยู่และยั่งยืน ที่ต้องอาศัยทั้งนโยบาย เทคโนโลยี และวัฒนธรรมของพลเมืองเดินไปพร้อมกันอย่างเป็นระบบ








