CIRCULAR ECONOMY

ยุโรปอนุมัติกฎใหม่สำหรับแบตเตอรี่แบบ Circular ทนทานกว่า ยั่งยืนกว่ารีไซเคิลและตรวจสอบย้อนกลับได้

16 กรกฎาคม 2566…แต่ต้องรออีกประมาณ 2 ปีครึ่ง ทั้งนี้ กระบวนการภายใต้กฎระเบียบใหม่ของสหภาพยุโรปเกี่ยวกับการออกแบบ การผลิต และการจัดการทั้งแบตเตอรี่และเซลล์ได้ข้อสรุปแล้ว ในบรรดาคุณสมบัติใหม่ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้หลังจากได้รับอนุมัติอย่างเป็นทางการที่สำคัญ คือ Digital Passport สำหรับแบตเตอรี่รถยนต์ และการรายงาน Carbon Footprint ภาคบังคับ

กฎระเบียบที่สำคัญทางยุทธศาสตร์
ต่อยุโรป

ในวันพุธที่14 มิถุนายน รัฐสภายุโรปได้อนุมัติขั้นสุดท้ายแก่การแก้ไขกฎแบตเตอรี่ที่เสนอครั้งแรกโดยคณะกรรมาธิการในเดือนธันวาคม 2020 ผลโหวตโดยเสียงข้างมาก (เห็นด้วย 587 เสียง ไม่เห็นด้วย 9 เสียง และงดออกเสียง 20 เสียง) ให้สัตยาบันข้อตกลงที่บรรลุกับสภายุโรปเกี่ยวกับข้อความทางกฎหมายที่พิจารณาการพัฒนาทางเทคโนโลยีล่าสุดในแต่ละ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความท้าทายในอนาคต

การเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานและระบบนิเวศ ซึ่งสนับสนุนข้อตกลงสีเขียว (Green Deal) และแน่นอนว่าการดำเนินการด้านสภาพอากาศ อันที่จริงแล้วจะไม่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนอย่างแท้จริงหากไม่ใช้แนวคิด Circular ในการผลิตแบตเตอรี่

แนวทางแบบ Circular ไม่สามารถจัดการเรื่องการหมดอายุใช้งานผลิตภัณฑ์ครบวงจร แต่ทำให้เห็นวงจรทั้งหมดชัดขึ้น โดยเริ่มจากขั้นตอนการออกแบบ การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและการประหยัดทรัพยากรตามเป้าหมายของกฎระเบียบใหม่ก็มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ในระดับภูมิรัฐศาสตร์เช่นกัน เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์การขาดแคลนวัตถุดิบที่สำคัญซึ่งรออยู่ข้างหน้าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

เพิ่มการสะสมแบตเตอรี่
การรีไซเคิล

ดังนั้น แบตเตอรี่และเซลล์ของยุโรปทนทานมากขึ้น เปลี่ยนและรีไซเคิลได้ง่ายกว่า ตรวจสอบย้อนกลับได้ และผลิตด้วยวัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ใน%ที่สูงขึ้น เป้าหมายที่มีนัยสำคัญถูกแปลงเป็นชุดของพารามิเตอร์และเป้าหมายเฉพาะที่จำเป็น

ประการแรก เพื่อเพิ่มการรวบรวมแบตเตอรี่ใช้แล้ว และการรีไซเคิล ซึ่งยังเป็นเรื่องค่อนข้างน่าเบื่อในภาคส่วนนี้ กฎระเบียบใหม่กำหนดเป้าหมายที่ทะเยอทะยานและเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสะสมแบตเตอรี่แบบพกพาจะต้องสูงถึง 45 %ภายในปี 2023, 63% ภายในปี 2027 และ 73 % ภายในปี 2030 ขณะที่สำหรับแบตเตอรี่ LMT (ยานพาหนะสำหรับงานเบา)การเก็บรวบรวมจะต้องถึง 51 % ภายในปี 2028 และ 61 % ภายในปี 2031

ระดับขั้นต่ำของวัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญในบริบทของกลยุทธ์ยุโรปเกี่ยวกับวัตถุดิบที่สำคัญ จะต้องเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน การกู้คืนลิเธียมจะต้องสูงถึง 50 %ภายในปี 2027 และ 80 % ภายในปี 2031

ขณะที่โคบอลต์ ทองแดง ตะกั่ว และนิกเกิล อยู่ที่ 90 % ในปี 2027 และ 95 % ภายในปี 2031

ที่มาภาพ คลิกที่รูป

การรวบรวมที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นจะใช้ประโยชน์ไม่ได้เลย ถ้าการใช้วัสดุรีไซเคิลไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น กฎระเบียบจึงกำหนดระดับขั้นต่ำของวัสดุรีไซเคิลที่จะใช้ในแบตเตอรี่ที่ผลิตขึ้นใหม่ %ขั้นต่ำที่ทำได้คือ: ช่วง 8 ปีหลังจากกฎระเบียบมีผลบังคับใช้ โคบอลต์ 16% ตะกั่ว 85% ลิเธียม 6% และนิกเกิล 6%

ส่วน 13 ปีต่อมา เปลี่ยนเป็น โคบอลต์ 26% ตะกั่ว 85% ลิเธียม 12% และนิเกิล 15%

ความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทาน
การตรวจสอบย้อนกลับได้

ระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับแบตเตอรี่ใหม่ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนที่นำมาใช้โดยสหภาพยุโรปยังได้จัดสรรพื้นที่เพียงพอสำหรับมาตรการเพื่อความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทาน การตรวจสอบย้อนกลับของวัสดุ และข้อมูลที่ผู้บริโภคสัมผัสได้

ดังนั้น การประกาศและการติดฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ จึงกลายเป็นข้อบังคับสำหรับทั้งแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ใช้งานเบา (LMT) รวมถึงแบตเตอรี่อุตสาหกรรมแบบชาร์จไฟได้ที่มีความจุมากกว่า 2kWh ทั้งสามประเภทนี้จะต้องมี Digital Passport เพื่ออำนวยความสะดวกในการกู้คืน การใช้ซ้ำ และการรีไซเคิล

แบตเตอรี่แบบพกพาในเครื่องใช้ในครัวเรือน เพื่อปรับปรุงความสามารถในการซ่อมแซมของผลิตภัณฑ์  จะต้องออกแบบเพื่อให้ผู้บริโภคถอดและเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ง่ายขึ้น

ประการสุดท้าย เพื่อหลีกเลี่ยงการฟอกเขียวและขยายหลักการของความยั่งยืนไปยังห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด ผู้ประกอบการทางเศรษฐกิจทั้งหมดในแต่ละเซ็คเตอร์ (ยกเว้น SME) จะต้องมีนโยบายการตรวจสอบสถานะต่อห่วงโซ่อุปทานของตน

กฎหมาย
สำหรับวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ทั้งหมด

ข้อความร่างของกฎระเบียบจะต้องได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากสภายุโรปจากนั้นจึงเผยแพร่ในวารสารทางการและมีผลบังคับใช้ในที่สุด

Achille Variati ผู้ดูแลเรื่อง S&D, IT กล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่มีกฎหมายเกี่ยวกับ Circular Economy ที่ครอบคลุมวงจรชีวิตทั้งหมดของผลิตภัณฑ์

“เป้าหมายของเราคือการสร้างอุตสาหกรรมรีไซเคิลในยุโรปที่แข็งแกร่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับลิเธียมและภาคอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันสูง แง่มุมที่จะมีความสำคัญในทศวรรษต่อ ๆ ไปสำหรับการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานและความเป็นอิสระทางยุทธศาสตร์ของทวีปของเรา มาตรการเหล่านี้อาจกลายเป็นมาตรฐานสำหรับตลาดแบตเตอรี่ทั่วโลกทั้งหมด”

ที่มา

 

You Might Also Like