สิงหาคม 11,2026…จากเสียงร้องของนกและสัมผัสเปลือกไม้ในสวนลุมพินี สู่บทเรียน 4 ทศวรรษของดอยตุง เมื่อการ ‘ปรับจูน’ ประสาทสัมผัสกลางเมืองใหญ่กลายเป็นก้าวแรกในการเรียนรู้ระบบนิเวศ และเปิดประตูสู่ Doi Tung Living University ที่ชวนคนและองค์กรยุคใหม่มาลงมือทำเพื่อความยั่งยืนจริง
เปิดประสาทสัมผัส
สัมผัสธรรมชาติกลางเมืองที่สวนลุมพินี
ท่ามกลางความวุ่นวายของเมืองใหญ่ สวนลุมพินีเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้เราได้กลับมาสำรวจและเชื่อมโยงกับธรรมชาติรอบตัว ผ่านการรับรู้ด้วยประสาทสัมผัสอย่างแท้จริง
หลังหลับตานั่งนิ่ง ๆ… เราได้ยินเสียงนกตัวเล็ก ๆ ร้องแทรกอยู่ตามพุ่มไม้ ตามด้วยเสียงอีกาที่ดังมาจากยอดไม้ไกลออกไป ส่วนเสียงรถยนต์รอบสวนลุมพินีซึ่งเคยดูเหมือนจะครอบคลุมทุกสิ่ง กลับค่อย ๆ ถอยไปอยู่ฉากหลัง เพียงเพราะวันนี้เราหยุดและตั้งใจฟัง
เมื่อลืมตาขึ้น… ธรรมชาติที่เคยมองผ่านก็เริ่มเผยรายละเอียดให้เห็น เปลือกไม้ไม่ได้มีเพียงสีน้ำตาล แต่เต็มไปด้วยร่องลึก เส้นคดโค้ง และพื้นผิวที่แตกต่างกัน ใบไม้แต่ละใบมีรูปทรงและเส้นใบเฉพาะตัว ขณะที่ขนนกสีดำซึ่งตกอยู่บนพื้น กลายเป็นร่องรอยเล็ก ๆ ของสิ่งมีชีวิตที่เคยเคลื่อนไหวอยู่ตรงนั้น เช่นเดียวกับสิ่งนี้ ที่นักท่องเที่ยวรอถ่ายภาพ
รายละเอียดเหล่านี้ถูกถ่ายทอดลงในสมุดบันทึก ผ่านรอยพิมพ์จากเปลือกไม้ ใบไม้ และพื้นผิวที่พบระหว่างทาง บางรอยคมชัด บางรอยเลือนราง แต่ทั้งหมดคือหลักฐานของการมองเห็นและสัมผัสธรรมชาติอย่างตั้งใจ ไม่ใช่เพียงการเดินผ่านพื้นที่สีเขียวกลางเมือง

จากกระบวนการ “ปรับจูน” ประสาทสัมผัส
สู่ “มหาวิทยาลัยที่มีชีวิต”
วราภรณ์ ธนะสุริยะเกียรติ ผู้จัดการโครงการพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ในเมือง มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในฐานะผู้นำกิจกรรม “Nature Connect” ข้างต้น ขยายความต่อเนื่องว่า สิ่งที่ได้สัมผัสคือเรื่องธรรมดาที่มนุษย์อาจหลงลืมไป นั่นคือการฟังเสียงรอบตัว สูดลมหายใจให้ลึก มองสิ่งเล็ก ๆ ให้ชัด และใช้มือสัมผัสพื้นผิวจริงของธรรมชาติ ก่อนบันทึกสิ่งที่พบเห็นลงในสมุด
“กระบวนการนี้ไม่ใช่เพียงกิจกรรมสร้างสรรค์ แต่คือการ “ปรับจูน” ประสาทสัมผัส เพื่อกลับมาเข้าใจว่า แม้อยู่ท่ามกลางเสียงรถ ฝุ่น และความเร่งรีบของกรุงเทพฯ ธรรมชาติก็ยังส่งสัญญาณถึงเราอยู่เสมอ ซึ่งแนวคิดการสร้างผัสสะและการเรียนรู้จากธรรมชาติจริงนี้ สอดคล้องกับพันธกิจของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ที่ได้ต่อยอดบทเรียนการพัฒนาจากพื้นที่จริงของโครงการพัฒนาดอยตุงฯ จังหวัดเชียงราย ซึ่งสั่งสมมากว่า 4 ทศวรรษ สู่การเปิดตัว “มหาวิทยาลัยที่มีชีวิตหรือ Doi Tung Living University” เพื่อให้ผู้คนได้สัมผัสและเรียนรู้ระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และแนวคิดความยั่งยืนผ่านประสบการณ์ตรง”
ถอดบทเรียนดอยตุง
“ปลูกป่า ปลูกคน” และระบบนิเวศที่เชื่อมโยง
วิสิษฐ์อร รัชตะนาวิน ผู้อำนวยการฝ่ายศูนย์พัฒนาและเผยแพร่องค์ความรู้ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ย้อนกลับไปเมื่อ 30 กว่าปีก่อน ดอยตุงเคยเผชิญวิกฤตความยากจน การปลูกฝิ่น ขาดสิทธิขั้นพื้นฐาน และภูเขาหัวโล้นที่เสื่อมโทรม แต่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าการแก้ไขปัญหาต้องทำอย่างรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านแนวคิด “ปลูกป่า ปลูกคน” โดยส่งเสริมการเกษตรยั่งยืนอย่างการปลูกกาแฟใต้ร่มเงาป่า การจัดการขยะสู่ Zero Waste และการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับป่าที่ช่วยบรรเทาภัยพิบัติทางธรรมชาติ
“ดอยตุงคือห้องเรียนขนาดใหญ่ ที่มีชีวิตซึ่งทุกตารางนิ้วมีองค์ความรู้แฝงอยู่ เน้นย้ำถึงกระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ที่ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจบทบาทของสิ่งมีชีวิตและธรรมชาติ ซึ่งสะท้อนว่ามนุษย์ไม่สามารถแยกขาดจากระบบนิเวศได้เลย” วราภรณ์กล่าว
ส่งต่อหลักสูตรความยั่งยืน
สร้างผู้นำรุ่นใหม่เพื่ออนาคต
ความท้าทายในปัจจุบันคือการนำแนวคิด ESG, Sustainable Leadership, Circular Economy และ Nature Positive ไปปรับใช้ในการทำงานจริงอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่หยุดอยู่แค่ในรายงาน มหาวิทยาลัยที่มีชีวิตจึงออกแบบหลักสูตรที่หลากหลาย เช่น Sustainable Waste Management, Social Enterprise ภายใต้แบรนด์ดอยตุง (Profit with Purpose) ตลอดจน Sustainability Workshop สำหรับองค์กร และห้องเรียนธรรมชาติสำหรับเด็กและเยาวชนในเมือง เพื่อปลูกฝังความตระหนักรู้และความเข้าใจในความหลากหลายทางชีวภาพตั้งแต่ยังเยาว์วัย ทั้งหมดนี้เพื่อมุ่งหวังให้เกิดการตั้งคำถามสำคัญร่วมกันว่า เราจะขับเคลื่อนชีวิตและองค์กรอย่างไรให้เติบโตได้อย่างมีความหมาย ไปพร้อม ๆ กับการดูแลคนและรักษาธรรมชาติส่งต่อให้คนรุ่นถัดไป
กิจกรรม “Nature Connect” เริ่มต้นจากเรื่องธรรมดาที่มนุษย์อาจหลงลืมไป นั่นคือการฟังเสียงรอบตัว สูดลมหายใจให้ลึก มองสิ่งเล็ก ๆ ให้ชัด และใช้มือสัมผัสพื้นผิวจริงของธรรมชาติ ก่อนบันทึกสิ่งที่พบเห็นลงในสมุด
กระบวนการนี้ไม่ใช่เพียงกิจกรรมสร้างสรรค์ แต่คือการ “ปรับจูน” ประสาทสัมผัส เพื่อกลับมาเข้าใจว่า แม้อยู่ท่ามกลางเสียงรถ ฝุ่น และความเร่งรีบของกรุงเทพฯ ธรรมชาติก็ยังส่งสัญญาณถึงเราอยู่เสมอ—คำถามคือ เรายังหยุดฟังมันหรือไม่
SD Perspectives | Thailand’s Sustainability & Business Strategy Media
สำนักข่าวและสื่อวิเคราะห์ด้าน Sustainability และ Business Strategy ของประเทศไทย นำเสนอข่าวสาร บทวิเคราะห์ และประเด็นสำคัญด้าน ESG, Nature & Biodiversity, Sustainable Finance, Business Strategy และ DEI เพื่อช่วยผู้บริหาร นักลงทุน และองค์กรไทย เข้าใจความเสี่ยง โอกาส และทิศทางการแข่งขันใหม่ของโลกธุรกิจในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม




