ตุลาคม 12,2026… SD Perspectives | #AM2026Thailand เวที Civil Society Townhall กับ Ajay Banga ประธานกลุ่มธนาคารโลก เปิดคำถามว่า การระดมทุนเอกชนและยุทธศาสตร์สร้างงานจะเปลี่ยนชีวิตผู้คนได้อย่างไร เมื่อธุรกิจรายย่อยยังเข้าไม่ถึงสินเชื่อ ขณะที่ภาคประชาสังคมทักท้วงการสนับสนุน LNG ผลของหนี้ต่อการศึกษาเด็กผู้หญิง และบทบาทธรรมชาติในเศรษฐกิจ
เงินทุนเพื่อการพัฒนาจะมีความหมายเพียงใด หากธุรกิจรายย่อยยังเข้าไม่ถึงโอกาส และการสร้างงานไม่สามารถคุ้มครองฐานทรัพยากรกับคนเปราะบางได้ คำถามเหล่านี้ปรากฏในเวที Civil Society Townhall with World Bank Group President Ajay Banga ผ่านการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้บริหารกลุ่มธนาคารโลกกับภาคประชาสังคม
Ajay ย้ำว่า มาตรฐานวัดความสำเร็จของเงินจากภาครัฐและเอกชนควรเป็นมาตรฐานเดียวกัน คือเปลี่ยนอะไร เข้าถึงใคร และสร้างโอกาสเพิ่มขึ้นหรือไม่ ขณะที่คำถามจากผู้เข้าร่วมทำให้การหารือขยายจากยอดเงินลงทุนไปสู่การเข้าถึงสินเชื่อ ธรรมาภิบาลเทคโนโลยี ความมั่นคงพลังงาน และสิทธิในการมีส่วนร่วม
เงินเอกชนต้องไปถึงธุรกิจรายย่อย
พร้อมบทบาทเงินรัฐในพื้นที่ที่ตลาดเข้าไม่ถึง
Ajay ระบุว่า กลุ่มธนาคารโลกเตรียมเปิดตัวยุทธศาสตร์สำหรับธุรกิจรายย่อย ขนาดเล็ก และขนาดกลาง หรือ MSMEs ภายในสัปดาห์นั้น เพราะแม้ในประเทศยากจนและพื้นที่เปราะบาง ธุรกิจเหล่านี้ยังดำเนินอยู่ แต่เผชิญข้อจำกัดทั้งการเข้าถึงเงินทุนและตลาด เขาชี้ว่าเงินเอกชนสามารถเข้ามาเสริมกำลังเงินภาครัฐ ขณะที่เงินทุนเงื่อนไขผ่อนปรนยังจำเป็นสำหรับประเทศที่ดึงดูดทุนเอกชนได้ยาก

ในการตอบคำถามเรื่องการระดมทุนเอกชน Ajay อธิบายเครื่องมือสำคัญ ได้แก่ กฎระเบียบที่คาดการณ์ได้ การประกันความเสี่ยงทางการเมือง เงินทุนสกุลท้องถิ่น และการจัดสรรความเสี่ยงเพื่อจูงใจการลงทุน รวมถึงความพยายามรวมโครงการเป็นชุดสำหรับนักลงทุนสถาบัน ซึ่งส่วนหลังยังอยู่ระหว่างพัฒนา
ผู้บริหารบนเวทียอมรับว่า การให้วงเงินแก่ธนาคารใหญ่แล้วคาดหวังว่าจะปล่อยต่อให้ MSMEs อาจไม่ทำให้เงินถึงผู้ประกอบการเสมอไป แนวทางที่หารือจึงรวมถึงการใช้ข้อมูลและฟินเทคประเมินธุรกิจที่มีรายได้ แต่มีทรัพย์สินค้ำประกันจำกัด ตลอดจนการใช้การค้ำประกันช่วยให้ธนาคารท้องถิ่นมีความสามารถสนับสนุนธุรกิจรายย่อยมากขึ้น ประเด็นจึงอยู่ที่เส้นทางของเงินจนถึงผู้ประกอบการด้วย
Small AI ต้องเพิ่มโอกาส
พร้อมลงทุนในคนและคุ้มครองบริการพื้นฐาน
ผู้เข้าร่วมจากไนจีเรียถามว่า ธนาคารโลกจะทำอะไรต่างจากเดิม เพื่อให้คนรุ่นใหม่ในแอฟริกาเป็นผู้สร้างเทคโนโลยี AI และได้รับประโยชน์จากการลงทุน World Bankเสนอให้ประเทศตลาดเกิดใหม่มองโอกาสจาก Small AI หรือการประยุกต์ AI กับโจทย์เฉพาะด้าน เช่น สุขภาพ เกษตร การศึกษา และการพัฒนาทักษะ โดยชี้ว่าการพัฒนา AI ระดับแนวหน้าต้องใช้กำลังประมวลผล ไฟฟ้า ข้อมูล บุคลากร และเงินทุนจำนวนมาก
เขาย้ำว่าการนำ AI มาใช้ต้องเดินคู่กับจริยธรรม กฎเกณฑ์ และธรรมาภิบาลเพื่อคุ้มครองประชาชน ขณะที่ผู้บริหารกลุ่มธนาคารโลกกล่าวถึงการปรับเทคโนโลยีให้เหมาะกับภาษา วัฒนธรรม และบริบทประเทศ ก่อนส่งเสริมการใช้งานจริง การสร้างงานยังต้องอาศัยฐานด้านสุขภาพ การศึกษา น้ำสะอาด พลังงาน และการเชื่อมต่อด้วย
อีกคำถามจากผู้แทน Malala Fund ในปากีสถาน สะท้อนว่า เมื่อประเทศเผชิญภาระหนี้ การศึกษาเด็กผู้หญิงอาจเป็นส่วนที่ได้รับผลกระทบ คำตอบคือ ด้วยแนวทางดูแลเงินไหลเข้าสุทธิ การใช้เครื่องมือแลกเปลี่ยนหนี้เพื่อการพัฒนาและการค้ำประกันเพื่อลดต้นทุนหนี้ โดยให้เงินที่ประหยัดได้กลับไปใช้เพื่อการพัฒนา รวมถึงการลดการรั่วไหลของรายได้ภาครัฐผ่านการจัดเก็บที่มีประสิทธิภาพขึ้น

ส่วนคำถามเรื่องสุขภาพจิต ผู้บริหารยืนยันว่าเป็นองค์ประกอบของงานสุขภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ผู้คนเผชิญบาดแผลจากความขัดแย้ง
เงินภูมิอากาศขยายตัว
แต่คำถามเรื่อง LNG ยังเป็นบททดสอบ
Ajay ตอบข้อกังวลเกี่ยวกับการให้ความสำคัญกับภูมิอากาศ โดยระบุว่าในปีที่ผ่านมา กลุ่มธนาคารโลกมีเงินด้านภูมิอากาศรวม 96,000 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็นเงินของกลุ่มธนาคารโลก 48,000 ล้านดอลลาร์ และทุนเอกชนที่ระดมได้อีก 48,000 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลที่เขารายงานบนเวที ไม่ใช่วงเงินใหม่ที่ประกาศใน Townhall
อย่างไรก็ตาม ผู้แทน Indus Consortium จากปากีสถาน ตั้งคำถามว่า เหตุใดธนาคารโลกยังสนับสนุนธุรกิจ LNG โดยตรงหรือผ่านการค้ำประกันของ MIGA เมื่อความผันผวนและภาระหนี้ในระบบพลังงานกระทบเศรษฐกิจกับผู้บริโภค และมีทางเลือกอย่างพลังงานแสงอาทิตย์
Ajay ตอบโดยเน้นการจัดระบบพลังงานตามความต้องการของแต่ละประเทศ ความมั่นคงในการจ่ายไฟ และการเข้าถึงไฟฟ้า เขากล่าวถึงพลังน้ำ ความร้อนใต้พิภพ นิวเคลียร์ และก๊าซ พร้อมพลังงานแสงอาทิตย์กับลม และระบุว่ากลุ่มธนาคารโลกยังทำงานกับก๊าซในส่วนกลางน้ำและปลายน้ำ แต่ไม่ทำการสำรวจ
คำตอบนี้ไม่ได้ประกาศยุติการสนับสนุน LNG จึงเหลือโจทย์ให้ติดตามว่า การจัดหาไฟฟ้าที่มั่นคงจะจัดการความเสี่ยงจากการนำเข้า ต้นทุน และเป้าหมายภูมิอากาศร่วมกันอย่างไร
ธรรมชาติและเสียงชุมชน
ต้องมีที่อยู่ในยุทธศาสตร์สร้างงาน
ผู้แทน BirdLife International ถามว่า กลุ่มธนาคารโลกจะทำอะไรต่างจากเดิม เพื่อให้การคุ้มครองธรรมชาติเป็นรากฐานของการสร้างงาน ผู้บริหารตอบว่า ทุนธรรมชาติมีทั้งคุณค่าในตัวเองและบทบาทต่อการพัฒนา พร้อมกล่าวถึงงานด้านป่าไม้ ความหลากหลายทางชีวภาพ ความสามารถรับมือภูมิอากาศ และมาตรฐานการเงินสีเขียว–สีน้ำเงินที่ช่วยเชื่อมทุนกับกิจกรรมด้านธรรมชาติ

ส่วนคำถามจาก Progressive Voice เกี่ยวกับเมียนมา ได้ทักท้วงการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมและผู้ให้บริการในพื้นที่ ผู้บริหารอธิบายว่าการดำเนินงานใช้ช่องทางกองทุนทรัสต์และเงินให้เปล่าผ่านผู้ดำเนินโครงการบุคคลที่สาม รวมถึงหน่วยงานสหประชาชาติ และกล่าวถึงการขยายความร่วมมือกับภาคประชาสังคม พร้อมรับปากติดตามจดหมายที่ผู้ถามระบุว่าเคยส่งถึงธนาคารโลก
เวทีนี้เปิดประเด็นติดตามที่เชื่อม ESG กับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจอย่างชัดเจน ตั้งแต่เงินถึงธุรกิจรายย่อยหรือไม่ เทคโนโลยีเพิ่มโอกาสให้ใคร ไปจนถึงการสร้างงานที่รักษาธรรมชาติและเปิดพื้นที่ให้ชุมชนร่วมกำหนดการพัฒนา คำตอบบนเวทีสะท้อนแนวทางและคำมั่นของผู้บริหาร ส่วนผลในพื้นที่ยังต้องตรวจจากการดำเนินงานและข้อมูลที่เปิดเผยต่อไป
เรียบเรียงที่มา
SD Perspectives | Thailand’s Sustainability & Business Strategy Media
สำนักข่าวและสื่อวิเคราะห์ด้าน Sustainability และ Business Strategy ของประเทศไทย นำเสนอข่าวสาร บทวิเคราะห์ และประเด็นสำคัญด้าน ESG, Nature & Biodiversity, Sustainable Finance, Business Strategy และ DEI เพื่อช่วยผู้บริหาร นักลงทุน และองค์กรไทย เข้าใจความเสี่ยง โอกาส และทิศทางการแข่งขันใหม่ของโลกธุรกิจในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม



