CBAM 2028 ขยายสู่สินค้าปลายน้ำ เช่น ตะปู สปริง มอเตอร์ สายไฟ รถบรรทุก ชิ้นส่วนรถยนต์ และเฟอร์นิเจอร์โลหะ SD Perspectives : ESG & Business Strategy Media in Thailand CBAM 2028 ขยายสู่สินค้าปลายน้ำ เช่น ตะปู สปริง มอเตอร์ สายไฟ รถบรรทุก ชิ้นส่วนรถยนต์ และเฟอร์นิเจอร์โลหะ SD Perspectives : ESG & Business Strategy Media in Thailand

CBAM จ่อขยายถึง ตะปู มอเตอร์ รถบรรทุก และหุ่นยนต์อุตสาหกรรม

“สินค้าปลายน้ำ” ที่ผู้ส่งออกไทยต้องจับตา กฎคาร์บอน EU ปี 2028

กรกฎาคม 31,2026….ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยสหภาพยุโรปยกระดับมาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) ร่างกฎหมายใหม่จ่อขยายผลจากวัตถุดิบต้นน้ำ สู่เครื่องจักร ยานยนต์ อุปกรณ์ไฟฟ้า และของใช้ใกล้ตัว เพื่อปิดช่องหลบเลี่ยงการแปรรูป คาดเริ่มบังคับใช้ 1 มกราคม 2028 ส่งสัญญาณภาคส่งออกไทยเร่งประเมิน Carbon Footprint ทั้งห่วงโซ่อุปทาน

มาตรการ CBAM กำลังก้าวข้ามจากการเป็นเรื่องของ “ผู้ผลิตวัตถุดิบต้นน้ำ” เข้าสู่ “ผู้ผลิตสินค้าสำเร็จรูปและอุปกรณ์ใกล้ตัว” ในชีวิตประจำวันและภาคอุตสาหกรรมอย่างเต็มตัว

ร่างกฎหมายขยายขอบเขต CBAM ฉบับล่าสุดของสหภาพยุโรป ได้ระบุ กลุ่มสินค้าปลายน้ำสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นสินค้าที่ใช้วัตถุดิบเหล็กและอะลูมิเนียมเป็นองค์ประกอบหลัก ได้แก่

(หมายเหตุ: รายการข้างต้นเป็นรายการตามร่างกฎหมายปัจจุบัน ซึ่งยังอาจมีการปรับเปลี่ยนหลังเสร็จสิ้นกระบวนการพิจารณาและการเจรจาสามฝ่ายของ EU)

จากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ
ทำไม EU ต้องขยายขอบเขต CBAM?

เดิมที CBAM มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 โดยครอบคลุมสินค้าปล่อยคาร์บอนสูง 6 กลุ่มแรก (เหล็กและเหล็กกล้า, อะลูมิเนียม, ปุ๋ย, ปูนซีเมนต์, ไฟฟ้า และไฮโดรเจน) แต่ร่างกฎหมายใหม่ที่ขยายสู่สินค้าปลายน้ำนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อ ป้องกันการหลบเลี่ยงมาตรการ (Anti-Circumvention) ผ่านการนำวัตถุดิบไปแปรรูปหรือเปลี่ยนรูปเป็นสินค้าขั้นกลาง/ปลายน้ำก่อนส่งออก โดยตั้งเป้าเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2028 หากผ่านกระบวนการนิติบัญญัติครบถ้วน

สถานะกฎหมายล่าสุด (อัปเดตกรอบเวลา)

มุมมองสำหรับผู้ประกอบการไทย

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย อธิบายในท้ายที่สุด เรื่องนี้ยังไม่ใช่ภาระที่มีผลทันทีในวันนี้ แต่เป็นสัญญาณเตือนความพร้อมล่วงหน้าที่ชัดเจน