กรกฎาคม 15,2026…Thailand Taxonomy กำลังเปลี่ยนจากกรอบนโยบายสู่ประโยชน์ที่ผู้บริโภคสัมผัสได้จริง เมื่อกสิกรไทยและแสนสิริเปิดตัวสินเชื่อที่อยู่อาศัยสีเขียวอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.50% สำหรับกว่า 100 โครงการทั่วประเทศ พร้อมเชื่อม Green Bond และ Green Project Loan สู่ Green Finance Ecosystem ที่ครอบคลุมตั้งแต่ตลาดทุน ธนาคาร ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จนถึงผู้ซื้อบ้าน
หลายปีที่ผ่านมา Green Finance เป็นเรื่องของนักลงทุน ธนาคาร และองค์กรขนาดใหญ่ แต่วันนี้ “ความยั่งยืน” กำลังเดินออกจากห้องประชุมผู้บริหาร มาสู่การตัดสินใจของคนซื้อบ้าน
ขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย และ อุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เผยความร่วมมือ ไม่ใช่เพียงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ หากแต่สะท้อนการพัฒนา Green Finance Ecosystem ที่เชื่อมโยงตั้งแต่ตลาดทุน การพัฒนาโครงการ ไปจนถึงผู้บริโภค ผ่าน Green Bond, Green Project Loan และ Green Retail Loan ภายใต้กรอบ Thailand Taxonomy เฟส 2 ซึ่งเริ่มถูกนำมาใช้จริงในภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย
1.50%
ESG ลงมาถึงผู้บริโภค
ไฮไลต์สำคัญต่อเนื่องจากความร่วมมือครั้งนี้ นับเป็นเรื่องใหม่ของทั้ง 2 วงการ คือ Green Retail Loan ที่ส่งต่อประโยชน์ของการพัฒนาโครงการสีเขียวจากผู้ประกอบการมาถึงผู้ซื้อบ้านโดยตรง ผ่านอัตราดอกเบี้ยพิเศษปีแรก 1.50% พร้อมฟรีค่าจดจำนองสูงสุด 200,000 บาท สำหรับโครงการที่อยู่อาศัยสีเขียวของแสนสิริกว่า 100 โครงการทั่วประเทศ
ความหมายของสินเชื่อบ้านสีเขียวจึงไม่ได้อยู่เพียงการกระตุ้นยอดขาย แต่เป็นการทำให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากการเลือกที่อยู่อาศัยที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงาน และมีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านการตัดสินใจซื้อบ้านของตนเอง

นับเป็นอีกก้าวของ ESG ที่ไม่ได้สร้างคุณค่าเฉพาะในระดับองค์กร แต่เริ่มสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจให้กับครัวเรือน โดยเฉพาะผู้บริโภคกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ที่ให้ความสำคัญกับทั้งคุณภาพชีวิต ต้นทุนการอยู่อาศัย และความยั่งยืนในระยะยาว
Green Bond
ตลาดทุนหนุนโครงการคาร์บอนต่ำ
ความเป็นรายแรกต่อเนื่องมาคือ แสนสิริเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกของไทยที่ออก Green Bond สำหรับโครงการที่อยู่อาศัยคาร์บอนต่ำ โดยมีกสิกรไทยเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ เพื่อนำเงินทุนไปพัฒนาโครงการแห่งแรกบนทำเลสารสิน
การเชื่อมโยงตลาดทุนกับการพัฒนาโครงการคาร์บอนต่ำครั้งนี้ สะท้อนว่าการเงินสีเขียวไม่ได้เป็นเพียงแหล่งเงินทุน แต่กำลังกลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการลงทุนที่สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero และยกระดับมาตรฐานของภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย
ทั้งหมดมาจากพื้นฐาน Green Project Loan วงเงิน 4,000 ล้านบาท ที่กสิกรไทยสนับสนุนแก่แสนสิริ เพื่อพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมต้นแบบ 3 โครงการ ซึ่งผ่านเกณฑ์ Thailand Taxonomy และได้รับการรับรองจาก Bureau Veritas โดยใช้ตัวชี้วัด Carbon Emission Intensity เป็นเกณฑ์ประเมิน
โครงการดังกล่าวสามารถประหยัดพลังงานได้ประมาณ 25-35% ทำให้ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม แต่แปลงเป็นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ผู้พักอาศัยสัมผัสได้ผ่านค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่ลดลง พร้อมสะท้อนว่า Thailand Taxonomy กำลังทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการจัดสรรเงินทุน ไม่ใช่เพียงกรอบนโยบายอีกต่อไป
มาถึงบรรทัดนี้ เราได้ห็น Green Finance เริ่มเชื่อมโยงทั้งระบบ ตั้งแต่ตลาดทุน สถาบันการเงิน ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซัพพลายเชน ไปจนถึงผู้ซื้อบ้าน เมื่อผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยบ้านสีเขียว ขณะที่ผู้ประกอบการเข้าถึงเงินทุนต้นทุนต่ำผ่าน Green Loan และ Green Bond ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน นั่นหมายความว่า ESG กำลังถูกฝังเข้าไปในโครงสร้างของระบบการเงิน การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และการตัดสินใจของผู้บริโภค
นี่คือการเปลี่ยนผ่านจาก Green Product ไปสู่ Green Finance Ecosystem ซึ่งอาจเป็นทิศทางใหม่ของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในยุคที่ความยั่งยืนกลายเป็นทั้งความสามารถในการแข่งขันและคุณค่าที่ประชาชนสัมผัสได้จริง
ข่าวก่อนหน้า
–แสนสิริ นำทัพบิ๊กคอร์ปไทย จัดฟอรัม Green Up 2026 รับ Thailand Taxonomy
–แสนสิริใช้ Green Loan ภายใต้ Thailand Taxonomy เฟส 2
–กสิกรไทย x แสนสิริ Kick Off ‘กรีนโปรเจ็กต์’
SD Perspectives | Thailand’s Sustainability & Business Strategy Media
สำนักข่าวและสื่อวิเคราะห์ด้าน Sustainability และ Business Strategy ของประเทศไทย นำเสนอข่าวสาร บทวิเคราะห์ และประเด็นสำคัญด้าน ESG, Nature & Biodiversity, Sustainable Finance, Business Strategy และ DEI เพื่อช่วยผู้บริหาร นักลงทุน และองค์กรไทย เข้าใจความเสี่ยง โอกาส และทิศทางการแข่งขันใหม่ของโลกธุรกิจในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม




