มิถุนายน 28,2026..เวที Capital with Purpose 2026 : Unlocking ESG Value Through Green Finance สะท้อนมุมมองร่วมจากธนาคารแห่งประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ว่า การแข่งขันของธุรกิจในอนาคตไม่ได้วัดว่า “ใครเขียวที่สุด” แต่เป็น “ใครมีแผนการเปลี่ยนผ่าน (Transition Plan) ที่น่าเชื่อถือและพิสูจน์ได้” ขณะที่ Green Finance กำลังเปลี่ยนจากเครื่องมือทางการเงินไปสู่กลไกกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศ
SD Perspectives ยกตัวอย่างการเสวนาประกอบด้วย 3 หัวข้อหลัก ได้แก่
-Sustainability as Competitiveness : Reinventing Growth for Thailand โดย วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
-The Green Capital Reality Check โดย ดร.ชาริกา ชาญนันทพิพัฒน์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
-Identifying Your Organization’s Real Decision Gap โดย ดร.วิชัย ณรงค์วณิชย์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และ โกสินทร์ พึงโสภณ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสภาคการเงิน ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB)
ในยุคที่ความยั่งยืนถูกยกระดับจากมิติการทำความดีสู่การเป็น “กติกาใหม่” ของการแข่งขันระดับโลก ธุรกิจไทยกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหญ่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ล่าสุดในงานสัมมนาครั้งสำคัญ “Capital with Purpose 2026: Unlocking ESG Value Through Green Finance” ได้มีการจุดประกายวิสัยทัศน์และแนวทางปฏิบัติเชิงกลยุทธ์จากผู้นำภาคการเงินและผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ซึ่งฉายภาพชัดเจนว่า Sustainability ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นเงื่อนไขเดียวในการอยู่รอดและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในอนาคต เพราะกฎเกณฑ์การค้า การลงทุน และการเงินโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จน ESG ไม่ใช่เรื่องของฝ่าย Sustainability อีกต่อไป แต่กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการดำเนินธุรกิจ หรือ License to Operate ในยุคใหม่
กฎระเบียบโลกเปลี่ยนเกม
เมื่อ ‘คาร์บอน’ คือต้นทุนที่ต้องจ่าย
ปัจจุบันกฎระเบียบการค้าระดับสากล โดยเฉพาะมาตรการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน (CBAM) และกฎระเบียบสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) ของสหภาพยุโรป กำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานและการส่งออกของไทย การปล่อยก๊าซเรือนกระจกไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป
แต่ได้กลายเป็น “ต้นทุนทางธุรกิจจริง” ที่ทุกองค์กรต้องคำนวณและเตรียมตัวล่วงหน้า ไม่ใช่รอให้กฎหมายในประเทศบังคับก่อนจึงค่อยปรับตัว ซึ่งหากไร้การเตรียมพร้อม ธุรกิจอาจต้องสูญเสียความสามารถในการแข่งขันและโอกาสในการดำเนินธุรกิจ (License to Operate) ไปโดยปริยาย
เม็ดเงินเลือกข้าง
สัญญาณจาก Selective Capital
ในมิติของเงินทุน ภาคการเงินได้ส่งสัญญาณอย่างรุนแรงว่า Green Finance ไม่ใช่แค่เรื่องของ “เม็ดเงิน” แต่คือกลไกการจัดสรรทุนไปยังธุรกิจที่พร้อมเปลี่ยนผ่านและสร้างมูลค่าระยะยาวได้ แท้จริงแล้วเงินทุนในระบบยังมีอยู่อย่างเหลือเฟือ

ตัวอย่างเช่น วงเงินสนับสนุนเพื่อความยั่งยืนของธนาคารกสิกรไทยที่มีเตรียมไว้กว่าแสนล้านบาท หรือมูลค่ากองทุน ESG ในตลาดทุนไทยที่สูงถึง 1.6 แสนล้านบาท แต่นักลงทุนและสถาบันการเงินในปัจจุบันมีลักษณะเป็น Selective Capital หรือเลือกที่จะลงทุนเฉพาะในองค์กรที่สามารถบริหารความเสี่ยงด้าน ESG ได้ดีและมีแผนการเปลี่ยนผ่านที่ชัดเจนเท่านั้น
ปิด Decision Gap
ด้วยข้อมูลที่พิสูจน์ได้ (Evidence-based)
สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อน Green Finance คือ “ข้อมูล (Data)” ปัจจุบันหลายองค์กรติดกับดักที่คิดว่าตนเองไม่มีข้อมูล แต่ความจริงแล้วสิ่งที่เราขาดไม่ใช่ Data Gap แต่คือ Decision Gap หรือการไม่ได้นำข้อมูลด้านความยั่งยืนที่มีอยู่มาใช้ในการตัดสินใจและเชื่อมโยงกับกลยุทธ์ทางธุรกิจจริง ๆ
ดังนั้น จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดคือการทำ Carbon Accounting เพื่อหา Baseline ขององค์กรตนเอง เพราะหากไม่รู้ว่าปัจจุบันปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่าไหร่ (ใน Scope 1, 2, 3) ก็จะไม่สามารถวางแผนลดการปล่อยก๊าซหรือยื่นขออนุมัติสินเชื่อสีเขียวได้เลย
ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูลเหล่านี้ต้องถูกต้อง มีหลักฐานรองรับ และผ่านการตรวจสอบที่น่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้าน Greenwashing ซึ่งปัจจุบันเป็นความเสี่ยงระดับสากลที่สถาบันการเงินและผู้บริโภคตรวจสอบอย่างเข้มงวด

เปลี่ยนมาตรฐานสากลให้เป็น
“เครื่องมือบริหารธุรกิจ”
สำหรับมาตรฐานและการประเมินต่าง ๆ ที่กำลังเข้ามาในไทย ไม่ว่าจะเป็นเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลระดับสากล (ISSB), คะแนน FTSE Russell ESG Score หรือการประกาศใช้ Thailand Taxonomy ในภาคธนาคาร องค์กรต้องเปลี่ยนมุมมองว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ภาระด้าน Compliance แต่คือเครื่องมือบริหารธุรกิจ ที่จะเข้ามาช่วยจัดระเบียบโครงสร้างการบริหารจัดการ , แผนกลยุทธ์ และการบริหารความเสี่ยง ขององค์กรให้เฉียบคมยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะ Thailand Taxonomy ที่ทำหน้าที่เป็น “ภาษากลาง” ของภาคการเงินในการแบ่งกิจกรรมตามระบบสัญญาณไฟจราจร (เขียว-เหลือง-แดง) จะช่วยลดการฟอกเขียวและทำให้เกิดมาตรฐานการจัดสรรเงินทุนเดียวกันทั้งระบบ
ESG ต้องผูกติดกับ
Strategy และ Cash Flow
ท้ายที่สุดนี้ ความยั่งยืนที่ดีและสามารถจูงใจให้สถาบันการเงินปล่อยกู้ได้ จะต้องไม่ทำเพื่อภาพลักษณ์หรือการทำ PR เพียงอย่างเดียว แต่ ESG ต้องเชื่อมโยงกับกลยุทธ์ทางธุรกิจ และกระแสเงินสด โครงการสีเขียวที่ยั่งยืนต้องพิสูจน์ได้ว่าช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขัน และสามารถสร้างรายได้กลับมาเพื่อชำระหนี้คืนแก่ผู้ให้ทุนได้จริง

การเปลี่ยนผ่านระดับโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งนี้เป็นสิ่งที่องค์กรใดองค์กรหนึ่งไม่สามารถรับภาระเพียงลำพังได้ แต่ต้องอาศัย Ecosystem ความร่วมมือร่วมใจกันทั้งหมด ตั้งแต่ธนาคารพาณิชย์ ตลาดทุน หน่วยงานกำกับดูแล ตลอดจนพันธมิตรในห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายสูงสุด
นั่นคือ การสร้างระบบเศรษฐกิจที่แข่งขันได้ในระยะยาว สามารถลดความเสี่ยง สร้างคุณค่าร่วม (Shared Value) และเพิ่มความสามารถในการฟื้นตัว (Resilience) ให้กับทั้งธุรกิจและประเทศไทยอย่างยั่งยืน
ท้ายที่สุด สิ่งที่น่าสนใจจากเวทีนี้ไม่ใช่เพียงการพูดถึง Green Finance หรือ ESG แต่คือการที่ทุกภาคส่วนเริ่มใช้ “ภาษาเดียวกัน” ตั้งแต่ธนาคารกลาง ตลาดทุน ธนาคารพาณิชย์ ไปจนถึงสถาบันการเงินระหว่างประเทศ
นั่นคือ การแข่งขันของธุรกิจในทศวรรษหน้า จะไม่ได้วัดกันที่การประกาศเป้าหมาย Net Zero หรือการจัดทำรายงาน ESG เพียงอย่างเดียว แต่จะวัดจากความสามารถในการเปลี่ยนข้อมูล ให้เป็นการตัดสินใจเปลี่ยนแผนการเปลี่ยนผ่าน (Transition Plan) ให้เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจ และเปลี่ยนความยั่งยืนให้กลายเป็นความสามารถในการแข่งขัน
ในวันที่เงินทุนทั่วโลกกำลังเลือกลงทุนอย่างมีเงื่อนไข Green Finance จึงไม่ใช่เพียง “เครื่องมือทางการเงิน” อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “ระบบปฏิบัติการใหม่” ของเศรษฐกิจและธุรกิจไทย
SD Perspectives | Thailand’s Sustainability & Business Strategy Media
สำนักข่าวและสื่อวิเคราะห์ด้าน Sustainability และ Business Strategy ของประเทศไทย นำเสนอข่าวสาร บทวิเคราะห์ และประเด็นสำคัญด้าน ESG, Nature & Biodiversity, Sustainable Finance, Business Strategy และ DEI เพื่อช่วยผู้บริหาร นักลงทุน และองค์กรไทย เข้าใจความเสี่ยง โอกาส และทิศทางการแข่งขันใหม่ของโลกธุรกิจในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม





