มิถุนายน 23,2026…Bangkok Pride 2026 ชวนสังคมไทยเปิดมุมมอง “ครอบครัวยุคใหม่” ที่ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงรูปแบบ “พ่อ-แม่-ลูก” หรือ “ความสัมพันธ์ทางสายเลือด” แต่เปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้ออกแบบนิยามครอบครัวที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต ความรัก และความหลากหลายของแต่ละบุคคล
เพราะคำว่า “ครอบครัว” ในยุคปัจจุบัน กำลังเปลี่ยนแปลงไปจากกรอบเดิมอย่างสิ้นเชิง สังคมไทยไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงภาพอุดมคติกระแสหลักที่มีเพียง พ่อ เพศชายแต่กำเนิด แม่ เพศหญิงแต่กำเนิด และลูก อีกต่อไป

ภายใต้ฟอรัมหัวข้อ “ข้ามขอบครอบครัว: นิยามครอบครัวใหม่ ที่ไปไกลกว่าสายเลือด” ในงาน Bangkok Pride 2026 ได้ชวนให้ทุกคนมาร่วมเปิดมุมมองและทลายกำแพงความเชื่อเดิมๆ ตั้งแต่เรื่องบทบาทผู้ปกครองข้ามเพศ ความสัมพันธ์แบบโพลีอะมอรี (Polyamory) ไปจนถึงการดีไซน์ชีวิตของคนโสดยุคใหม่ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า “ขอบ” ของ”ครอบครัวที่แท้จริงนั้น ควรเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนมีสิทธิ์เลือกและกำหนดขึ้นเองจากความเป็นจริงของชีวิต”
บุณฑริกา ลิ่วเฉลิมวงศ์ นักจิตวิทยาการปรึกษาและนักเพศบำบัด ได้เปิดมุมมองเชิงจิตวิทยาเกี่ยวกับคำว่า “ขอบ” ของครอบครัว โดยชี้ให้เห็นว่าแท้จริงแล้วขอบเขตเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องให้สังคมหรือกฎหมายเป็นผู้กำหนดแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่ควรเกิดจากความพร้อมใจและการเลือกของบุคคลนั้นๆ
“คำว่าขอบของครอบครัว ใครเป็นคนกำหนด สังคม กฎหมาย หรือสัญชาตญาณ ถ้ามันมาจากสัญชาตญาณ ตัวเราเองต่างหากที่มีสิทธิ์ขีดเส้นนี้ขึ้นมา สำหรับเรา นิยามของครอบครัวจึงเป็นทางเลือกที่ผ่านการกลั่นกรองจากสมองและจิตใจ ว่าใครคือคนที่เรารัก พร้อมจะดูแล และให้ความสำคัญให้อยู่ในขอบเขตที่เราตั้งไว้ว่า นี่คือครอบครัวของฉัน”
ขณะที่ พงศธร อาชวพงศกร จาก Mister Bear Bangkok / Visualize Lab ได้เน้นย้ำถึงเรื่อง “เงื่อนไขของชีวิต” ที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย การก้าวผ่านค่านิยมแบบผัวเดียวเมียเดียวในอดีต มาสู่การยอมรับรูปแบบความสัมพันธ์ที่ยืดหยุ่น เช่น โพลีอะมอรี หรือความสัมพันธ์ที่มีมากกว่าสองคนอย่างเข้าใจ ตลอดจนการเคารพในการตัดสินใจของคนในความสัมพันธ์โดยไม่ต้องยึดสายตาของคนนอกเป็นที่ตั้ง
“เงื่อนไขสังคมย่อมเปลี่ยนไปตามยุคสมัย เมื่อเรามีสิทธิ์เลือกเอง ความสบายใจก็อยู่ที่ตัวเรา คนที่คอยพูดว่ามันไม่เหมาะสมมักเป็นคนนอกทั้งนั้น เพราะสุดท้ายแล้ว ไม่มีใครมาอยู่กับเราจนแก่ คนที่มองเราแปลกๆ ไม่ได้มาใช้ชีวิตร่วมกับเรา และไม่ได้มาร่วมรับผิดชอบภาระหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ของพวกเราเลย”
ทางด้าน อาทิตยา อาษา จากเครือข่ายทอม ผู้ชายข้ามเพศ นอนไบนารี่ เพื่อความเท่าเทียม (TransEqual) ได้สะท้อนภาพข้อเท็จจริงในสังคมผ่านประสบการณ์การเติบโตในชุมชนแออัด ซึ่งภาพครอบครัวเดี่ยวชนชั้นกลางที่มีรั้วรอบขอบชิดในอุดมคตินั้น แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับวิถีชีวิตที่ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ของคนในพื้นที่จริง ซึ่งบางครั้งคำว่า “แม่” หรือ “ครอบครัว” ก้าวข้ามเรื่องสายเลือดไปสู่ความผูกพันและการเกื้อกูลกันในชุมชน เช่น การฝากลูกดื่มนมจากอกของแม่ข้างบ้าน หรือการแบ่งปันอาหารร่วมกันทุกวันราวกับเป็นคนในสายเลือด
“ภาพอุดมคติมักสวนทางกับความจริงในชีวิต ผมเคยเห็นแม่คนหนึ่งต้องออกไปทำงานแต่เช้าในขณะที่ลูกยังเล็กและต้องกินนมแม่ โชคดีที่เพื่อนบ้านมีลูกวัยเดียวกัน ทุกเช้าเธอจึงนำลูกไปฝาก และเด็กคนนี้ก็เติบโตมาจากการดื่มนมของแม่ข้างบ้าน สิ่งนี้ท้าทายขอบเขตความเชื่อเดิม ๆ และแสดงให้เห็นว่าคำว่าครอบครัวมันก้าวข้ามเรื่องสายเลือดไปไกลมากแล้ว”

นอกจากนี้ อาทิตยายังชี้ให้เห็นว่า ในขณะที่สังคมกำลังขับเคลื่อนเรื่องสมรสเท่าเทียม และเริ่มจินตนาการถึงครอบครัวที่มีผู้ปกครองเป็นคนข้ามเพศ (Transgender) หรือนอนไบนารี (Non-binary) สังคมมักจะหลงลืมไปว่าในความเป็นจริง ครอบครัวเหล่านี้มีมิติของอัตลักษณ์และความเป็นอยู่ที่ซับซ้อนกว่าที่ตาเห็น
“เวลาเราพูดถึงสมรสเท่าเทียม เรามักจะจินตนาการง่าย ๆ แค่ภาพของครอบครัวที่มีแม่สองคน หรือพ่อสองคน แต่สิ่งที่เรามักจะลืมไปก็คือ ในครอบครัวจริง ๆ นั้นมีความทับซ้อนของเรื่องอัตลักษณ์บุคคลซ่อนอยู่เต็มไปหมด ซึ่งความซับซ้อนตรงนี้แหละที่ขับเคลื่อนให้เกิดการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ของผู้คนที่ต้องใช้ชีวิตร่วมกัน”

จากการแลกเปลี่ยนมุมมองของวิทยากรทั้งสาม นำมาสู่ข้อสรุปสำคัญว่า “ครอบครัว” ในบริบทสังคมร่วมสมัย ไม่ได้ยึดโยงอยู่เพียงแค่เรื่องสายเลือด เพศสภาพ หรือจำนวนบุคคลตามกรอบที่สังคมเคยขีดเส้นไว้อีกต่อไป แต่เป็นพื้นที่ส่วนตัวที่สร้างขึ้นจากความรัก ความเข้าใจ ความสบายใจ และเงื่อนไขชีวิตที่หลากหลายของแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวที่เกื้อกูลกันในชุมชน ความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ที่มากกว่าสองคน หรือการเลือกที่จะเติบโตอย่างอิสระเพียงลำพัง
การขยาย “ขอบ” และยอมรับนิยามครอบครัวที่กว้างขึ้นนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยลดอคติในสังคมเท่านั้น แต่ยังเป็นเสียงสะท้อนสำคัญในการขับเคลื่อนสิทธิ์และสวัสดิการต่างๆ ให้โอบรับความเป็นมนุษย์ได้อย่างเท่าเทียมและเป็นจริงมากที่สุด
SD Perspectives | Thailand’s Sustainability & Business Strategy Media
สำนักข่าวและสื่อวิเคราะห์ด้าน Sustainability และ Business Strategy ของประเทศไทย นำเสนอข่าวสาร บทวิเคราะห์ และประเด็นสำคัญด้าน ESG, Nature & Biodiversity, Sustainable Finance, Business Strategy และ DEI เพื่อช่วยผู้บริหาร นักลงทุน และองค์กรไทย เข้าใจความเสี่ยง โอกาส และทิศทางการแข่งขันใหม่ของโลกธุรกิจในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม




