กุมภาพันธ์ 13,2026…บางจาก คอร์ปอเรชั่น ประกาศเข้าซื้อกิจการ Chevron Hong Kong Limited (CHK) เต็ม 100% ผ่านการจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งในฮ่องกง นับเป็นก้าวเชิงยุทธศาสตร์ในการขยายธุรกิจพลังงานไทยสู่ตลาดต่างประเทศ และเสริมโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานพลังงานในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า
“การเข้าซื้อกิจการ CHK ไม่เพียงเป็นการขยายธุรกิจของบางจากฯ สู่ตลาดต่างประเทศ แต่ยังเป็นก้าวสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในการเดินหน้านำธุรกิจพลังงานไทยไปสร้างความเชื่อมั่นในระดับภูมิภาค เรามุ่งมั่นยกระดับศักยภาพการแข่งขันให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น สร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน และพร้อมก้าวสู่อนาคตด้านพลังงานภายใต้ทิศทางที่ชัดเจน โดยฮ่องกงเป็นเขตเศรษฐกิจเสรีที่พัฒนาแล้ว มีกรอบกฎหมายและกติกาการค้าปลีกเสรีที่ใกล้เคียงตลาดแข่งขันสมบูรณ์ อีกทั้งมีอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศอยู่ในระดับสูง (อันดับเครดิตของประเทศอยู่ที่ AA+) สะท้อนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และระบบกำกับดูแลภายใต้กรอบกฎหมายที่เข้มแข็ง และเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และการเดินเรือที่สำคัญของเอเชีย จึงเหมาะกับการเข้าทำธุรกรรม”

นฤพรรณ สุธรรมเกษม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานยุทธศาสตร์และพัฒนาธุรกิจใหม่ กลุ่มบริษัทบางจาก
Sloane Morgan Corporate Business Development, Chevron
Gibson Tan Corporate Business Development, Chevron
ลงนามในสัญญาระหว่าง บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กับบริษัท Chevron Companies (Greater China) Limited เพื่อเข้าถือหุ้นกิจการบริษัท Chevron Hong Kong Limited
ธุรกรรมมีมูลค่าเบื้องต้นราว 8,400 ล้านบาท (270 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยสินทรัพย์สำคัญประกอบด้วยเครือข่ายสถานีบริการน้ำมัน 31 แห่ง ภายใต้แบรนด์ Caltex คลังน้ำมัน และท่าเทียบเรือมาตรฐานสากล ซึ่งช่วยยกระดับความสามารถของบางจากฯในธุรกิจน้ำมันค้าปลีก น้ำมันอุตสาหกรรม และน้ำมันเรือเดินสมุทร พร้อมเสริมระบบโลจิสติกส์พลังงานในหนึ่งในศูนย์กลางการค้าและการเดินเรือที่สำคัญของเอเชีย
ดีลนี้สะท้อนการขยายบทบาทของบางจากฯ จากผู้ประกอบการพลังงานไทยสู่ Regional Energy Player โดยเชื่อมโครงสร้างตั้งแต่โรงกลั่นในประเทศไทย ธุรกิจ Trading ไปจนถึงตลาดน้ำมันฮ่องกง เพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทาน และรองรับการบริหารกำลังการกลั่นในระยะยาว
หนึ่งในมิติสำคัญคือโอกาสต่อยอดธุรกิจน้ำมันเรือเดินสมุทรแบบครบวงจร รวมถึงการพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพสำหรับเรือ เช่น Bio-bunker B24 และ B30 ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางลดคาร์บอนของภาคขนส่งทางทะเลในอนาคต
ขณะเดียวกัน การเข้าสู่ตลาดฮ่องกงยังเปิดโอกาสให้บางจากเข้าถึงตลาดเชื้อเพลิงการบินยั่งยืน (SAF) ในอนาคต โดยฮ่องกงตั้งเป้าเป็นศูนย์กลาง SAF ระดับภูมิภาค และมีเป้าหมายใช้ SAF ราว 1–2% สำหรับเที่ยวบินที่ออกจากสนามบินนานาชาติฮ่องกงภายในปี 2030 ซึ่งสะท้อนการเชื่อมโยงระหว่างกลยุทธ์ธุรกิจพลังงานกับแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านพลังงานของอุตสาหกรรมการบิน
การลงทุนครั้งนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ Accelerating Bangchak 100x ที่มุ่งเร่งการเติบโตเชิงก้าวกระโดด เสริมความสามารถการแข่งขัน และสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน ผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ห่วงโซ่อุปทาน และตลาดพลังงานใหม่ในระดับภูมิภาค โดยคาดว่าธุรกรรมจะแล้วเสร็จในช่วงกลางปี 2569
ปัจจุบันบางจากฯ ได้ปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่เป็น 5 กลุ่มหลัก ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา ประกอบด้วย 1. กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นการตลาดและพลังงานชีวภาพ 2. กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ 3. กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน 4. กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน 5. กลุ่มธุรกิจใหม่และโฮลดิ้งส์ฯ ซึ่งบริษัทฯ ยังคงรักษาวินัยการลงทุนอย่างเคร่งครัด และจัดสรรงบลงทุนช่วงปี 2569-2571 รวม 35,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาธุรกิจหลัก เสริมโครงสร้างพื้นฐานพลังงานแห่งอนาคต พร้อมต่อยอดสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน





