ผู้สูงอายุเสี่ยงฮีทสโตรกจากคลื่นความร้อนเอลนีโญในประเทศไทย อุณหภูมิสูงเกิน 40 องศา ผู้สูงอายุเสี่ยงฮีทสโตรกจากคลื่นความร้อนเอลนีโญในประเทศไทย อุณหภูมิสูงเกิน 40 องศา

ร้อนทะลุ 45 องศา! เตือนซ้ำ ฮีทสโตรกคร่าชีวิตผู้สูงอายุพุ่ง 63 ราย

แนะวิธี ‘ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด’ รับมือเอลนีโญ

เมษายน 13,2026…สถิติน่ากังวล! ผู้สูงวัยเสียชีวิตจากโรคลมแดดเฉลี่ยอายุ 62 ปี ท่ามกลางวิกฤตโลกเดือด สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) เปิดแนวทางปรับตัวตามแผน NAP ทั้งการดูแลสุขภาพเชิงรุกและการปรับบ้านให้เย็นลง 2 องศาเซลเซียส เพื่อปกป้องคนที่คุณรักให้ปลอดภัยจากภัยเงียบหน้าร้อนนี้

สำหรับแนวทาง ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด ที่สอดรับกับแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (NAP) ดังนี้

ดูแลให้ผู้สูงอายุดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอตลอดวัน (อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว) เลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์

งดกิจกรรมกลางแจ้งหรือการออกกำลังกายในช่วงที่แดดจัด โดยเฉพาะเวลา 10.00–16.00 น.

หมั่นสังเกตสัญญาณเตือนของโรคลมแดด เช่น เหงื่อออกน้อย ตัวร้อนจัด ผิวหนังแดงและแห้ง มึนงง สับสน หรือหมดสติ

หากผู้สูงอายุมีโรคประจำตัวที่ต้องรับประทานยา (บางชนิดอาจส่งผลต่อการขับเหงื่อและระบายความร้อน) ควรปรึกษาแพทย์เพิ่มเติม

-ลดความร้อนสะสมในตัวบ้าน โดยจัดหาจัดพื้นที่พักผ่อนชั้นล่างให้อากาศถ่ายเทสะดวก จะลดอุณหภูมิได้กว่า 2 องศาเซลเซียส
-เปิดหน้าต่างระบายอากาศในช่วงเช้าหรือค่ำ และใช้ม่านกันแดดหรือมู่ลี่เพื่อลดความร้อนจากแสงแดดที่ส่องเข้าบ้านในช่วงบ่าย
-ปลูกต้นไม้ให้ร่มเงา หรือสร้างพื้นที่สีเขียวขนาดเล็กบริเวณรอบบ้าน เพื่อช่วยดูดซับความร้อนและลดอุณหภูมิของพื้นผิวอาคาร
-ชุมชนควรช่วยกันเป็นหูเป็นตา โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุพักอาศัยอยู่เพียงลำพังในช่วงกลางวัน
-จัดเตรียมพื้นที่ส่วนกลางของชุมชน ที่มีอากาศเย็นสบายและปลอดภัยให้ผู้สูงอายุได้ทำกิจกรรมร่วมกัน

สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย แนะประชาชนและทุกภาคส่วน นำแนวทางการปรับตัวดังกล่าวไปสู่การลงมือปฏิบัติจริงในระดับครอบครัวและชุมชน เพื่อปกป้องผู้สูงวัยจากภัยความร้อนอย่างเป็นรูปธรรม เพราะการรับมือกับวิกฤตโลกเดือดต้องเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ที่บ้านของเรา