กุมภาพันธ์ 26,2026…เมื่อข้อมูลคาร์บอนกลายเป็นตัวแปรสำคัญในการตัดสินใจจัดสรรเงินทุน SET Carbon จากเครื่องมือจัดการข้อมูล สู่ Financial Enabler ที่เชื่อม Climate Data กับการประเมินความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ ช่วยให้ SME เข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ 3.5% เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ และเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันในห่วงโซ่อุปทานโลก

หัวใจของความร่วมมือครั้งนี้ คือการนำแพลตฟอร์ม SET Carbon มาใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล (Data Infrastructure) ให้ธุรกิจ โดยเฉพาะ SME สามารถคำนวณ จัดเก็บ และบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ ข้อมูลดังกล่าวไม่เพียงรองรับการรายงานตามกรอบกำกับดูแล เช่น IFRS S2 หรือข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับ แต่ยังสามารถนำไปใช้ประเมินความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Risk) และพัฒนาเครื่องมือทางการเงินเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำได้จริง
ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า ในบริบทที่มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและเงื่อนไขทางการค้าโลกเข้มข้นขึ้น ข้อมูลคาร์บอนกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาจัดสรรเงินทุนของสถาบันการเงินและผู้ลงทุน การพัฒนาโครงสร้างข้อมูลที่มีคุณภาพและเชื่อมโยงกับภาคการเงิน จึงเป็นกลไกเชิงกลยุทธ์ในการเสริมความสามารถแข่งขันของธุรกิจไทยในระยะยาว ปัจจุบันมีองค์กรใช้งานระบบ SET Carbon แล้วกว่า 380 บัญชี โดย 85% เป็นบริษัทจดทะเบียน และอีก 15% เป็นองค์กรนอกตลาดหลักทรัพย์ สะท้อนความต้องการใช้เครื่องมือบริหารจัดการข้อมูลคาร์บอนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ในมุมของภาคการเงิน ดวงกมล ลิมป์พวงทิพย์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจ SME ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ชี้ว่า ความท้าทายของ SME ไทยไม่ใช่แค่การขาดเงินทุน แต่คือการขาดองค์ความรู้และเครื่องมือที่ช่วยแปลง “ความตั้งใจทำ ESG” ให้กลายเป็นแผนปฏิบัติการที่วัดผลได้ ผ่านโครงการ Krungsri ESG Academy ธนาคารจึงผสานการให้ความรู้กับการเข้าถึงแพลตฟอร์ม SET Carbon เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถจัดทำแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และใช้ข้อมูลดังกล่าวเป็นฐานในการขอสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนได้อย่างมีความน่าเชื่อถือ
เมื่อธนาคารนำ SET Carbon ไปใช้จริง เบื้องต้นธนาคารจะเชิญลูกค้าในโครงการเข้าร่วม เช่น กลุ่ม SME ใน Krungsri ESG Academy ให้เริ่มจาก “รู้ตัวเลขของตัวเอง” ก่อน โดยใช้ SET Carbon คำนวณว่าธุรกิจปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่าไร เหมือนการชั่งน้ำหนักก่อนลดน้ำหนัก จากนั้นผู้เชี่ยวชาญจะช่วยวาง Action Plan ว่าจะลดตรงไหนได้บ้าง เช่น ลดพลังงาน ลดน้ำ ลดของเสีย แล้วติดตามผลว่าลดได้จริงเท่าไร ข้อมูลนี้ทำให้ลูกค้าเห็นศักยภาพของตัวเอง และใช้เป็นฐานในการพัฒนาเข้าสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ
“ในด้านการเงิน ธนาคารจะสนับสนุนผ่าน Soft Loan และสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน เพื่อช่วยให้ลูกค้าลงทุนปรับปรุงกระบวนการผลิตหรือเพิ่มประสิทธิภาพได้ แม้ลูกค้าจะยังลดคาร์บอนได้ไม่เต็มเป้า แต่หากมีแผนชัดและเริ่มลงมือทำจริง ธนาคารก็พร้อมสนับสนุน เพราะเป้าหมายคือช่วยให้ธุรกิจค่อย ๆ เปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืน”

ทั้งนี้ กรุงศรีเสนอสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษคงที่ต่ำสุด 3.5% ในช่วง 2 ปีแรก สำหรับผู้ประกอบการที่ปรับปรุงกระบวนการผลิตและบริการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งถือเป็นการใช้ข้อมูลจาก SET Carbon เป็นตัวเร่ง (Financial Lever) ให้การเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำเกิดขึ้นเร็วขึ้น ลดต้นทุนการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อม และเพิ่มโอกาสในการแข่งขันในห่วงโซ่อุปทานระดับสากล
ในเชิงระบบ นี่คือการวางรากฐาน Financial Architecture ใหม่ ที่เชื่อม “Climate Data × Risk Assessment × Lending Decision” เข้าด้วยกันอย่างเป็นวงจร และสอดคล้องกับทิศทาง Thailand Taxonomy รวมถึงเป้าหมาย Net Zero ของประเทศในปี 2050

สำหรับ SME ไทย บทสรุปอาจไม่ใช่คำถามว่า “ต้องทำ ESG หรือไม่” แต่คือ “จะทำอย่างไรให้ข้อมูลด้านคาร์บอนกลายเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์” เพราะในยุคที่เงินทุนเริ่มผูกโยงกับความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ การมีข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดต้นทุนทางการเงินของธุรกิจในอนาคต





