ภาพสื่อสารแนวคิดผู้นำองค์กรกับกลยุทธ์ความหลากหลายทางชีวภาพและ Nature-Positive เพื่อความยั่งยืนเชิงระบบ – SD Perspectives : Strategic Sustainability Media in Thailand ภาพสื่อสารแนวคิดผู้นำองค์กรกับกลยุทธ์ความหลากหลายทางชีวภาพและ Nature-Positive เพื่อความยั่งยืนเชิงระบบ – SD Perspectives : Strategic Sustainability Media in Thailand

บทบาทผู้นำยุคใหม่ : บูรณาการ Biodiversity ในกลยุทธ์องค์กร

ไม่ใช่เรื่องของฝ่าย Sustainability แต่เป็นวาระของบอร์ดและผู้นำทั้งองค์กร

กุมภาพันธ์ 11, 2026…เมื่อความเสี่ยงจากธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพเริ่มเชื่อมโยงกับความเสี่ยงทางการเงิน ผู้นำองค์กรต้องยกระดับ Biodiversity สู่แกนกลยุทธ์ เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจสู่ Nature-Positive และตอบโจทย์ความคาดหวังใหม่ของผู้ลงทุนและตลาดทุน

ฝ่ายส่งเสริมความยั่งยืน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเลยที่ผ่านมา มีการผลักดันให้ภาคธุรกิจให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางชีวภาพมากขึ้น ทั้งจากนโยบายระดับโลก เช่น กรอบงานคุนหมิง–มอนทรีออลว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของโลก 1 (Kunming-Montreal Global Biodiversity Framework: KM-GBF) นโยบายระดับประเทศ เช่น การที่ประเทศไทยได้จัดทำแผนปฏิบัติการด้านความหลากหลายทางชีวภาพระดับประเทศ (National Biodiversity Strategies and Action Plans: NBSAPs) และเป้าหมายระดับชาติด้านความหลากหลายทางชีวภาพ 2 ไปจนถึงมาตรฐานการรายงานข้อมูลด้านความหลากหลายทางชีวภาพ เช่น European Sustainability Reporting Standards (ESRS E4) และ Global Reporting Initiative (GRI 101 Biodiversity 2024) และมาตรฐาน
ที่เชื่อมโยงกับรายงานทางการเงินอย่าง International Sustainability Standards Board (ISSB) ซึ่งปัจจุบันมีแผนพัฒนามาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลด้านธรรมชาติ โดยใช้กรอบของ Taskforce on Nature-related Financial Disclosures (TNFD) เป็นกรอบอ้างอิง 3 ด้วยเช่นกัน

ขณะเดียวกัน ความคาดหวังจากฝั่งผู้ลงทุนก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการต่าง ๆ ที่มุ่งให้บริษัทดำเนินการด้านธรรมชาติและแก้ไขปัญหาการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ เช่น “Nature Action 100” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างผู้ลงทุนกว่า 200 รายที่บริหารจัดการมูลค่าสินทรัพย์ 30 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ณ เดือนพฤศจิกายน 2568) เพื่อสนับสนุนการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาการสูญเสียธรรมชาติ และความหลากหลายทางชีวภาพของบริษัทและ “PRI’s Spring” โครงการของกลุ่มผู้ลงทุนสถาบันกว่า 200 แห่ง มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารกว่า 17 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ณ เดือนกรกฎาคม 2568) ที่มุ่งขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านธรรมชาติและรับมือกับความเสี่ยงเชิงระบบจากการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ

ปัจจัยเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ภาคธุรกิจกำลังเผชิญแรงผลักดันทั้งทางตรงและทางอ้อมในการยกระดับการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ และมุ่งสู่การดำเนินงานที่สนับสนุนเป้าหมายธรรมชาติเชิงบวก (Nature-positive) 4 ซึ่งกำลังเป็นความคาดหวังใหม่ของผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสีย

เพื่อตอบสนองต่อพัฒนาการและแนวโน้มข้างต้น ภาคธุรกิจจึงต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพอย่างเป็นระบบ โดยการดำเนินงานควรเริ่มจากคณะกรรมการและผู้บริหาร
ในฐานะผู้กำหนดทิศทาง (Tone from the Top) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการนำประเด็นความหลากหลายทางชีวภาพเข้าสู่กลยุทธ์องค์กร เพื่อช่วยให้สามารถประเมินและบริหารจัดการความเสี่ยงทางการเงินที่เกี่ยวข้องได้อย่างเหมาะสม

ฉบับเต็ม คลิกที่ภาพ

ในรายงานสถานะ TNFD 2025 (TNFD 2025 Status Report) พบว่า 65% ของผู้ตอบแบบสอบถาม (ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียในตลาดทุน จำนวน 168 ราย) ระบุว่า คณะกรรมการหรือผู้บริหารขององค์กรได้ตระหนักถึงประเด็นธรรมชาติและกำลังพิจารณาจัดการความเสี่ยงดังกล่าว

เพื่อช่วยให้คณะกรรมการสามารถกำกับดูแลและบูรณาการประเด็นธรรมชาติเข้าสู่กลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง การรายงาน และการจัดสรรเงินทุนขององค์กรอย่างเหมาะสม TNFD ได้เผยแพร่คู่มือ Asking Better Questions on Nature for Board Directors โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้

ท่ามกลางบริบทที่ “ความหลากหลายทางชีวภาพ” ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันและความยั่งยืนของธุรกิจ ทำให้ประเด็นความหลากหลายทางชีวภาพไม่ได้เป็นเพียงหน้าที่ของฝ่ายงานที่ดูแลเรื่อง ความยั่งยืนเท่านั้น แต่เป็นวาระร่วมของคณะกรรมการและผู้บริหารทุกระดับที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนทิศทางโดยรวม และเสริมสร้างขีดความสามารถขององค์กรในการพัฒนาและเติบโตอย่างยั่งยืน

คณะกรรมการและผู้บริหารจึงควรให้ความสำคัญกับการบูรณาการประเด็นดังกล่าวเข้ากับการกำกับดูแลและกลยุทธ์องค์กร เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่ง ก.ล.ต. พร้อมสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนผ่านการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในประเด็นความหลากหลายทางชีวภา กให้ข้อมูลและแนวทางที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการส่งเสริมการรายงานที่โปร่งใสสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

หมายเหตุ

1 KM-GBF เป้าหมายที่ 15 กำหนดให้หน่วยงานกำกับดูแลส่งเสริมให้บริษัทขนาดใหญ่และสถาบันการเงินประเมินและเปิดเผยการพึ่งพา ความเสี่ยง และผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ

2 เป้าหมายระดับชาติด้านความหลากหลายทางชีวภาพ กำหนดให้บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในกลุ่ม SET50 เปิดเผยการดำเนินธุรกิจที่เชื่อมโยงกับความหลากหลายทางชีวภาพโดยสมัครใจ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ภายในปี 2573 สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ บทบาทของตลาดทุนไทยในการร่วมขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ

3 ISSB welcomes TNFD’s support as it advances nature-related disclosures

4 Nature Positive ถูกกำหนดให้เป็นเป้าหมายระดับโลกที่มุ่งหยุดยั้งและฟื้นฟูการสูญเสียธรรมชาติภายในปี 2573 และมุ่งให้เกิดการฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ภายในปี 2593 (ที่มา: Nature Positive แนวคิดการดำเนินงานที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ)