มกราคม 27,2026…Sustainability Spark by PTT Group 2026 คือเวทีด้านความยั่งยืนที่จัดขึ้นเพื่อจุดประกายแนวคิด สร้างความร่วมมือ และผลักดันโซลูชันที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มกลางที่เชื่อมโยงภาคธุรกิจ ภาครัฐ สตาร์ทอัพ นักวิชาการ และคนรุ่นใหม่ เพื่อร่วมกันออกแบบอนาคตทางเศรษฐกิจและสังคมที่เติบโตควบคู่กับสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด “Sparking the Future: พลังจุดประกายอนาคต”
ภายในงาน นำเสนอประเด็นสำคัญด้าน Net Zero เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เศรษฐกิจหมุนเวียน เทคโนโลยีพลังงานสะอาด และนวัตกรรมเพื่อสังคม ผ่านเวทีเสวนา นิทรรศการนวัตกรรม และกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ นักลงทุน เยาวชน และสตาร์ทอัพ เชื่อมโยงแนวคิด ESG เข้ากับโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนจริง พร้อมต่อยอดความร่วมมือเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่อนาคตที่แข่งขันได้และยั่งยืน
GC บนเวที Sustainability Spark 2026
จากนวัตกรรมสู่การใช้งานจริง
ในการเข้าร่วมงาน Sustainability Spark by PTT Group 2026 สำหหรับ GC นำเสนอภาพความยั่งยืนในหลายมิติ ตั้งแต่การใช้เทคโนโลยีในการดำเนินงาน นวัตกรรมเคมีภัณฑ์ การสร้างการมีส่วนร่วมกับประชาชน ไปจนถึงการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจและเศรษฐกิจหมุนเวียน สะท้อนบทบาทของ GC ในฐานะบริษัทเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับสากล ที่มุ่งขับเคลื่อนการเติบโตควบคู่สิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม
ภายในงาน GC จัดแสดงนิทรรศการภายใต้แนวคิด “GC StandOut แตกต่างอย่างยั่งยืน” ถ่ายทอดนวัตกรรมพลาสติกและเคมีภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน อุตสาหกรรม และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ พร้อมกิจกรรม Interactive อย่าง StandOut Run & Collect เพื่อสร้างการเรียนรู้ด้านความยั่งยืนในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย
โซน Everyday Sustainable Living นำเสนอวัสดุและบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบเพื่อการรีไซเคิลและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น วัสดุ Compostable และบรรจุภัณฑ์ MonoMate ที่ออกแบบให้คัดแยกและรีไซเคิลได้ง่าย สะท้อนแนวคิด Circular Design ตั้งแต่ต้นทาง
ขณะที่โซน Material & Manufacturing Innovation แสดงศักยภาพของนวัตกรรมการผลิตยุคใหม่ ตั้งแต่งาน 3D Printing จากวัสดุชีวภาพ PLA ที่ช่วยลดการใช้ทรัพยากรจากฟอสซิล และเพิ่มความยืดหยุ่นในการออกแบบ ไปจนถึงโซลูชันสารเคลือบผิวจาก allnex ที่ช่วยยืดอายุการใช้งานวัสดุและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการผลิตเฟอร์นิเจอร์และงานพื้นผิว
ในโซน Industrial & Low-Carbon Solutions GC ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านพลังงานและวัสดุคาร์บอนต่ำ ผ่านการนำเสนอ Sustainable Aviation Fuel (SAF) ซึ่ง GC เป็นผู้ผลิตเชิงพาณิชย์รายแรกในประเทศไทย พร้อมการต่อยอดสู่เคมีภัณฑ์ชีวภาพและพลาสติกชีวภาพ รวมถึงวัสดุจาก HDPE รีไซเคิล สำหรับโครงสร้างพื้นฐาน และโซลูชันสำหรับพลังงานหมุนเวียน เช่น Floating Solar Pontoon หรือ ทุ่นสำหรับติดตั้งแผงโซลาร์ลอยน้ำ
ด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ GC นำเสนอนวัตกรรมวัสดุและเคมีภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ Lightweight, Energy Efficiency และ EV Transition โดยเน้นการลดน้ำหนัก เพิ่มความทนทานและประสิทธิภาพ พร้อมสะท้อนบทบาทของ allnex ในฐานะผู้นำระดับโลกด้านสารเคลือบ ที่ช่วยลดการใช้พลังงาน ลดการปล่อย VOC และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า
นอกจากนี้ GC ยังร่วมเปิดพื้นที่ใน ESG Market เพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจหมุนเวียนกับชุมชน ผ่านร้านค้าจากวิสาหกิจชุมชนและผลิตภัณฑ์อัปไซคลิง รวมถึงกิจกรรม Plastic Funtastic by GC ที่ชวนผู้เข้าร่วมงานนำพลาสติกใช้แล้วมาสร้างสรรค์เป็นของใช้ใหม่กว่า 1,000 ชิ้น เพื่อสื่อสารเรื่องการคัดแยกและรีไซเคิลอย่างเข้าใจง่าย

ทั้งหมดนี้สะท้อนภาพ GC ในฐานะองค์กรที่ไม่เพียง “พัฒนานวัตกรรม” แต่กำลังออกแบบระบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำที่เชื่อมโยงอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และชีวิตผู้คนเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม
และเวทีสำคัญคือ GC ร่วมกับพันธมิตร HMC Polymers จัดเวทีเสวนาพิเศษ (Spark Talk) ภายใต้หัวข้อ “From Kitchen to Creation: The Biorefinery Journey of Tomorrow” นำเสนอภาพการเปลี่ยน “ของเสียใกล้ตัว” อย่างน้ำมันพืชใช้แล้ว ให้กลายเป็นพลังงานสะอาด เคมีภัณฑ์ชีวภาพ และพลาสติกชีวภาพ ที่สามารถใช้งานเชิงพาณิชย์ได้จริง ตั้งแต่ระดับอุตสาหกรรมไปจนถึงชีวิตประจำวันของผู้คน
พรรคพงษ์ วังรัตนโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีขั้นต้นและขั้นกลาง GC กล่าวว่า
“GC เป็นผู้ผลิต เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) เชิงพาณิชย์รายแรกของประเทศไทย จากน้ำมันพืชใช้แล้ว (UCO) และเป็นรายเดียวที่สามารถใช้โรงกลั่นชีวภาพ (Biorefinery) เดียวกัน ต่อยอดการผลิต เคมีภัณฑ์ชีวภาพ และพลาสติกชีวภาพได้ในโรงงานเดียว หัวใจสำคัญของระบบนี้คือเทคโนโลยี Co-processing ที่ช่วยลดต้นทุน ใช้เวลาปรับเปลี่ยนสั้น และสามารถขยายผลได้รวดเร็ว ทำให้ Biorefinery ไม่ใช่โครงการทดลอง แต่เป็นโครงสร้างธุรกิจ High Value & Low Carbon ที่เดินหน้าได้จริง”
SAF ของ GC ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC CORSIA ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่อุตสาหกรรมการบินยอมรับ และสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ราว 85% เมื่อเทียบกับน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานทั่วไป นับเป็นกลไกสำคัญของประเทศไทยในการขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero 2050
ในอีกมุมหนึ่งของเวที คอร์โซ อูซีลลี่ ประธาน HMC Polymers ชี้ว่า โพลีโพรพิลีนอาจเป็นวัสดุที่ผู้คนไม่ทันสังเกต แต่กลับอยู่ในทุกจังหวะของชีวิต ตั้งแต่ผ้าอ้อมเด็ก หน้ากากอนามัย อุปกรณ์การแพทย์ รถยนต์ ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์อาหาร
“ความท้าทายของอุตสาหกรรมพลาสติกวันนี้ ไม่ใช่การเลิกใช้ แต่คือการทำให้วัสดุที่จำเป็นต่อชีวิตสมัยใหม่ มีความยั่งยืนมากขึ้น” คอร์โซกล่าว
HMC Polymers ทำงานร่วมกับ GC ในการนำวัตถุดิบชีวภาพจาก Biorefinery มาต่อยอดเป็น Bio-Propylene และ Bio-PP ภายใต้แนวคิด “Bioplastics that Touch Everyday Life” พลาสติกชีวภาพที่เชื่อมโยงกับการใช้งานจริง และถูกออกแบบให้ “หมุนเวียนได้” ตั้งแต่ต้นทาง
วัสดุ Bio-PP ถูกนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์หลากหลาย ตั้งแต่ของเล่นเด็ก ถาดอาหาร ผ้าอ้อม ไปจนถึงขวดนม และเมื่อสิ้นอายุการใช้งานยังสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ ลดของเสียและการปล่อยคาร์บอนในระยะยาว
ทั้ง GC และ HMC Polymers เห็นตรงกันว่า Circular Design คือหัวใจของความยั่งยืน ไม่ใช่เพียงจัดการของเสียปลายทาง แต่ต้องออกแบบตั้งแต่วัตถุดิบ กระบวนการผลิต การใช้งาน และการรีไซเคิล
โครงการ “จากครัว…สู่เครื่อง” ของ GC จึงถูกยกเป็นตัวอย่างของ Creating Shared Value ที่เชื่อมโยงอุตสาหกรรม การศึกษา และชุมชน ทำให้การจัดการ UCO เป็นระบบ ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และสร้างรายได้ให้ชุมชน ขณะเดียวกันก็ป้อนวัตถุดิบเข้าสู่ระบบพลังงานและวัสดุคาร์บอนต่ำของประเทศ
ในภาพรวม เวที Spark Talk ครั้งนี้สะท้อนชัดว่า การขับเคลื่อน สู่ Net Zero 2050 จะเกิดขึ้นได้จริง ก็ต่อเมื่อพลังงาน วัสดุ เทคโนโลยี และการใช้งานในชีวิตประจำวัน ถูกเชื่อมเข้าด้วยกันเป็น “ระบบเดียว” เช่นเดียวกับกรณีของ GC ที่ของเสียจากครัวของทุกคน ถูกเชื่อมโยงสู่การสร้างคุณค่าให้เศรษฐกิจและโลกใบนี้












