กุมภาพันธ์ 5,2026…ประเทศไทยเดินหน้า Climate Finance อย่างเป็นรูปธรรม หลังสหราชอาณาจักรเปิดตัวโครงการ Climate Finance Accelerator (CFA) อย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดรับข้อเสนอโครงการคาร์บอนต่ำจากภาคธุรกิจไทย เพื่อยกระดับโครงการให้มีความพร้อมต่อการลงทุน (investment-ready) และเชื่อมต่อกับนักลงทุนด้านสภาพภูมิอากาศระดับโลก
ทั้งนี้ โครงการมุ่งสนับสนุนพลังงานหมุนเวียน ยานยนต์ไฟฟ้า เกษตรอัจฉริยะ การจัดการของเสีย และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเร่งการบรรลุเป้าหมาย NDC และการเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero ของประเทศไทยในระยะยาว ตั้งแต่ปี 2563 มีโครงการมากกว่า 200 โครงการทั่วโลกที่ได้รับการสนับสนุนภายใต้ CFA และสามารถระดมทุนไปแล้วด้วยมูลค่ากว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
CFA Thailand เปิดตัวอย่างเป็นทางการโดยเดวิด โทมัส รองหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย พร้อมหน่วยงานภาครัฐ นักลงทุน ภาคธุรกิจ ตลอดจนผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทยและ PwC ประเทศไทย
“ผมรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้เปิดตัวโครงการ Climate Finance Accelerator ในประเทศไทย เราทราบดีว่าธุรกิจด้านสภาพภูมิอากาศที่กำลังมองหาเงินทุนมักเผชิญความท้าทายในการพัฒนาโครงการให้พร้อมต่อการลงทุน โครงการ CFA จะสนับสนุนผู้ประกอบการด้วยการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา โดยปรับให้เหมาะกับแต่ละธุรกิจ เพื่อเสริมทักษะที่จำเป็นต่อการเข้าถึงเงินลงทุน ขอเชิญชวนท่านผู้ประกอบการสมัครเข้าร่วมโครงการ หากธุรกิจของท่านมุ่งมั่นสร้างอนาคตคาร์บอนต่ำในประเทศไทย และต้องการการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ธุรกิจของท่านก้าวสู่ความพร้อมในการลงทุน ผมตั้งตารอที่จะได้พบกับผู้ประกอบการและธุรกิจด้านสภาพภูมิอากาศรุ่นใหม่ของประเทศไทย”
การเปิดรับข้อเสนอโครงการ (Call for Proposals) สำหรับประเทศไทย มีระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 16 มีนาคม 2569 โดยเปิดกว้างสำหรับธุรกิจคาร์บอนต่ำที่มีนวัตกรรมและกำลังมองหาเงินลงทุน โดยธุรกิจควรอยู่ในระยะเริ่มต้นจนถึงระยะเติบโต และต้องการเงินลงทุนตั้งแต่ประมาณ 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป
CFA จะคัดเลือกธุรกิจประมาณ 10 ราย โดยเฉพาะในสาขาพลังงานหมุนเวียน (renewable energy) การคมนาคมด้วยไฟฟ้า (e-mobility) เกษตรอัจฉริยะเพื่อสภาพภูมิอากาศ (climate-smart agriculture) การจัดการของเสียและเศรษฐกิจหมุนเวียน (waste & circular economy) และการจัดการพลังงานอย่งมีปรสิทธิภาพและการบริหารจัดการอุปสงค์ด้านพลังงาน (energy efficiency & demand management)
ผู้ผ่านการคัดเลือกจะได้รับการสนับสนุนทางด้านเทคนิคเป็นระยะเวลา 3–4 เดือน ทั้งในรูปแบบกลุ่มและแบบเฉพาะสำหรับแต่ละธุรกิจ จากผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านความเท่าเทียมทางเพศ ความทุพพลภาพ และการมีส่วนร่วมของทุกกลุ่มคนในสังคม (Gender Equality, Disability and Social Inclusion หรือ GEDSI) เพื่อเพิ่มโอกาสของธุรกิจในการได้รับเงินลงทุน นอกจากนี้ ผู้ประกอบการจะมีโอกาสนำเสนอโครงการต่อกลุ่มนักลงทุนด้านสภาพภูมิอากาศที่จะจัดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคม 2569 พร้อมได้รับข้อเสนอแนะเชิงลึกจากกลุ่มผู้ให้ทุนและนักลงทุนที่หลากหลาย และได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายนักลงทุนที่มีศักยภาพ
พิสิฐ ทางธนกุล ประธานกรรมการบริหาร PwC ประเทศไทย กล่าวว่า PwC ประเทศไทยรู้สึกเป็นเกียรติและมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรดำเนินโครงการ CFA ประเทศไทย รวมถึงสนับสนุนการดำเนินงานของประเทศในการลดการปล่อยคาร์บอนและส่งเสริมการเติบโตที่ยืดหยุ่นและยั่งยืน ผ่านการดำเนินโครงการ CFA และโครงการอื่น ๆ ของ PwC ประเทศไทย เรามุ่งมั่นที่จะผลักดันการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ เพื่อสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่ธุรกิจ ชุมชน และคนรุ่นหลังต่อไป




