เมษายน 22,2026…AIS ผนึกกำลัง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดหลักสูตร AI Literacy มุ่งสร้างทักษะ AI เบื้องต้น 10 โมดูควบคู่ความปลอดภัยไซเบอร์ เรียนฟรีบนแพลตฟอร์ม Thai MOOC และ อุ่นใจCYBER
ความร่วมมือครั้งนี้ เป็นการเปิดตัวหลักสูตร “อุ่นใจไซเบอร์ : AI Literacy” เพื่อยกระดับความรู้ด้าน AI ให้คนไทยทุกกลุ่ม ผ่านคอร์สดิจิทัลเรียนฟรี ครอบคลุมตั้งแต่พื้นฐาน การใช้งานจริง ไปจนถึงการใช้ AI อย่างปลอดภัยและมีจริยธรรม “AI กำลังกลายเป็นทักษะจำเป็นของคนยุคใหม่ ที่ทุกคนต้องเข้าถึงได้”
ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร AIS ศาสตราจารย์ ดร.ปาริชาต สถาปิตานนท์ รองอธิการบดีทางด้านการวิชาการ และรองศาสตราจารย์ ดร. อติวงศ์ สุชาโต รองคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เล่าถึงคอร์ส “AI Literacy”
ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ชี้ว่าบทบาทมหาวิทยาลัยต้องเปลี่ยนจากผู้ให้ความรู้ สู่การสร้างคน โดยขณะนี้คนต้องพร้อมใช้ AI อย่างมีวิจารณญาณ ภายใต้แนวคิด Responsible AI เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตและการทำงาน “การเรียนรู้ AI ต้องไม่ใช่โอกาสของคนบางกลุ่ม แต่ต้องเป็นโอกาสของทุกคน”
ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ ระบุว่าหลักสูตรนี้เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดัน Lifelong Learning ของ อว. เพื่อเตรียมกำลังคนที่เป็นนิสิตนักศึกษากว่า 1.8 ล้านคนให้พร้อมรับโลก AI โดยเน้นทั้งทักษะ การคิดวิเคราะห์ และจริยธรรม “เป้าหมายคือการสร้างพลเมืองดิจิทัลที่ใช้ AI ได้อย่างรับผิดชอบ”
“หลักสูตรนี้เป็นการต่อยอดจากโครงการ “อุ่นใจไซเบอร์” ที่มีผู้เรียนแล้วกว่า 1.05 ล้านคน โดยตั้งเป้ายกระดับจาก Digital Literacy สู่ AI Literacy เพื่อให้คนไทยใช้ AI ได้อย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ พร้อมเปิดเรียนฟรีผ่าน Thai MOOC ของอว.และแพลตฟอร์ม AIS เพื่อขับเคลื่อนสังคมดิจิทัลอย่างยั่งยืน”
สายชล อธิบายต่อเนื่อง AIS เดินหน้าขยายบทบาทจากผู้ให้บริการโครงข่าย สู่ผู้สร้าง “ภูมิคุ้มกันดิจิทัล” ให้สังคมไทย โดยมีเป้าหมายสร้างความเข้าใจทั้งด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัยควบคู่กันไป
“เราไม่ได้มองแค่เรื่องเทคโนโลยี แต่ต้องสร้าง Wisdom และ Safety ไปพร้อมกัน ในฐานะที่เป็น Facilitator เพื่อให้คนไทยใช้ AI ได้อย่างรู้เท่าทัน”

ศาสตราจารย์ ดร.ปาริชาต กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของการศึกษาในยุค AI ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในมหาวิทยาลัย แต่เปิดกว้างสู่สังคม โดย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้ามาช่วยออกแบบโครงสร้างหลักสูตรอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่พื้นฐานความเข้าใจ AI ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
“โจทย์สำคัญไม่ใช่แค่สอนให้ใช้ AI แต่คือทำอย่างไรให้ผู้เรียนสามารถอยู่ในโลกใหม่และแข่งขันได้อย่างเท่าเทียม”
เนื้อหาหลักสูตรถูกออกแบบเป็นโมดูลยืดหยุ่น ให้ผู้เรียนเลือกเรียนได้ตามบริบท ไม่ว่าจะเป็นการใช้ AI ในงานวิจัย การทำงานออฟฟิศ หรือแม้แต่การสร้างซอฟต์แวร์ด้วยแนวคิดใหม่อย่าง no-code/low-code พร้อมสอดแทรกมิติด้านจริยธรรมและความรับผิดชอบ

นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับ “จริตของผู้เรียน” ในยุคปัจจุบันที่ชอบคอนเทนต์สั้นกระชับและเข้าใจง่าย เพื่อให้แน่ใจว่าความรู้เรื่อง AI จะสามารถเข้าถึงและสร้างประโยชน์ให้กับ “คนทุกกลุ่ม” ได้อย่างแท้จริง
“เราอยากให้ AI เป็นเหมือนผู้ช่วยที่ยั่งยืน ไม่ใช่แค่เครื่องมือที่ใช้แล้วจบ แต่ต้องเข้าใจวิธีสั่งงานและสร้างคุณค่าได้จริง” รองศาสตราจารย์ ดร. อติวงศ์ กล่าว
ในมุมของผลกระทบระดับประเทศ โครงการนี้ไม่ได้ตั้งเป้าเพียงจำนวนผู้เรียน แต่เน้นการสร้าง “Impact” เชิงระบบ ผ่านการร่วมมือระหว่างภาคเอกชน มหาวิทยาลัย และภาครัฐ เพื่อยกระดับทักษะ AI ของคนไทยทั้งประเทศ “นี่ไม่ใช่การแข่งขันขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่คือการลงขันเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้สังคมไทย และทำให้ทุกคนไปต่อในโลก AI ได้อย่างมั่นคง”






