NEXT GEN

เอสซีจี เร่ง 3 กลยุทธ์รับมือเศรษฐกิจผันผวน และมาตรฐานใหม่ ๆ ของโลก มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

27 ตุลาคม 2566… รัดเข็มขัด ลดต้นทุนพลังงาน – ทบทวนการลงทุน เน้นธุรกิจเติบโตสูง – เร่งเครื่องนวัตกรรมกรีนสู่ตลาดโลก ภายใต้การเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ (Task Force on Climate-related Financial Disclosures: TCFD) เต็มรูปแบบตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว


ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวถึงสถานการณ์โลกที่อยู่ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอนสูง จากต้นทุนพลังงานผันผวน ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูง ตลาดจีนชะลอตัว ธุรกิจปิโตรเคมียังไม่ฟื้นตัวดี ผนวกกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ย เงินเฟ้อสูง ตลอดจนความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ที่ยังดำเนินอยู่ เอสซีจีจึงเร่งเดินหน้า 3 กลยุทธ์เข้มข้นขึ้น เพื่อให้ธุรกิจดำเนินได้ต่อเนื่อง

ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม

1.รัดเข็มขัด ควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างรัดกุม มุ่งลดต้นทุนพลังงาน เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดแทนการใช้พลังงานฟอสซิลซึ่งราคาผันผวน อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์ ปัจจุบันมีการใช้ 220 เมกะวัตต์ และเชื้อเพลิงชีวมวลในโรงงานปูนซีเมนต์ในไทย มีสัดส่วนการใช้ร้อยละ 40 พร้อมทั้งเร่งหาแหล่งพลังงานสะอาดอื่น ๆ อาทิ ปลูกหญ้าเนเปียร์ พืชให้พลังงานสูง 1,000 ไร่ ที่สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ เมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย มุ่งเป้าปลูก 30,000 ไร่ในปี 2571

2.ทบทวนแผนงาน ชะลอโครงการที่ไม่เร่งด่วน เน้นลงทุนธุรกิจเติบโตสูง อาทิ ร่วมมือกับ Denka ในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ลงทุนร่วมกับ Braskem ในอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ และลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์ (Long Son Petrochemicals – LSP) ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างและเตรียมทดสอบเครื่องจักร เพื่อผลิตเม็ดพลาสติกคุณภาพสูงป้อนตลาดโลก

3.รุกนวัตกรรมกรีน ที่มีความต้องการสูง ตอบเมกะเทรนด์โลก โดยสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม SCG Green Choice เติบโตโดดเด่น 9 เดือนของปีมียอดขายร้อยละ 54 จากการขายสินค้าทั้งหมด พร้อมเดินเครื่องเต็มที่เพิ่มยอดขายให้ได้ 2 ใน 3 ของยอดขายทั้งหมดในปี 2573 ขณะที่ SCG Cleanergy ธุรกิจพลังงานสะอาดครบวงจร ให้บริการระบบเครือข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) กับเครือเซ็นทารา พัฒนาเป็น Smart Hotel ควบคู่กับการเร่งส่งออกปูนคาร์บอนต่ำ และผลักดันนวัตกรรมกรีนอื่น ๆ อาทิ พลาสติกรักษ์โลก ธุรกิจรีไซเคิล

ในงาน ESG Symposium 2023 นิทรรศการ สระบุรีแซนด์บ็อกซ์

“สระบุรีแซนด์บ็อกซ์จำเป็นที่จะต้องให้เสร็จเร็ว เพื่อจะได้รู้ว่า เกิดปัญหาอะไรบ้าง และจะได้ร่วมกันแก้ปัญหา เพื่อให้สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ เป็นเมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย และเราเชื่อว่าเมื่อเกิดแล้ว ประเทศไทยจะยืนอยู่ในเวทีการค้าโลกอย่างมั่นคง หากยังไม่รีบทำสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ให้สำเร็จ เราจะไม่มีทางรู้เลยว่า เราจะทำกฎหมายอย่างไร เราต้องเปลี่ยนตัว Grid Infrastructure อย่างไร ต้องใช้พลังงานสะอาดมากน้อยเพียงใด ต้องซับพอร์ตนาเปียกสลับแห้งอย่างไร การปลูกหญ้าเนเปียร์ต้องเพิ่มขึ้นเพียงใด เพราะประเทศไทยเป็นบริบทของเกษตรกรรม มีเรื่องการท่องเที่ยว แต่ตรงนี้เป็นอุตสาหกรรม ต้องรีบผลักดันให้เกิดขึ้นจริงเพื่อเป็นเมืองต้นแบบ”

ธรรมศักดิ์กล่าวต่อเนื่อง กลยุทธ์ที่เข้มข้นทั้งสาม ด้วยแนวทางการทำงาน ESG 4 Plus จะมีมาตรฐาน “การเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ” (Task Force on Climate-related Financial Disclosures: TCFD) เต็มรูปแบบตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว

“นอกจาก TCFD เราก็มองหามาตรฐานใหม่ ๆ ที่กำลังจะออกมา เพราะเรื่องความโปร่งใสจะช่วยผลักดันให้เราไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำได้อย่างยั่งยืน ซึ่งการที่เอสซีจี ได้รับการยอมรับจากดัชนีความยั่งยืน ESG Risk Rating ระดับ ESG Industry Top Rated และ MSCI ESG Rating ระดับ AA (Leader) ก็มาจากการใช้ TCFDด้วย”

ธรรมศักดิ์กล่าวในท้ายที่สุด ถึง 3 กลยุทธ์เข้มข้นขึ้นและมาตรฐานโลกต่าง ๆ เป็นส่วนหนึ่งที่จะเกิดสังคมคาร์บอนต่ำ โดยเอสซีจี จะนำ ESG Symposium ที่จัดในไทย 11 ปีที่ท่ผ่านมา ไปจัด ESG Symposium ที่เวียดนาม และอินโดนีเซียในเดือน พฤศจิกายนนี้ เป็นครั้งแรกของทั้ง 2 ประเทศ โดยรูปแบบจะเปลี่ยนให้เหมาะกับแต่ละประเทศ

บรรยากาศบางส่วนของงาน ESG Symposium 2023 ประเทศไทย

“การไปจัด 2 ประเทศ เพื่อดึงพลังในการที่เราทำให้ทั้งอาเซียนปรับตัวเข้าสู่ สังคมคาร์บอนต่ำได้ ก็จะเป็นการช่วย Regional Supply Chain ในเรื่องนี้อีกทางหนี่งด้วย” ธรรมศักดิ์กล่าวในท้ายที่สุด

 

You Might Also Like