เมษายน 3,2026…วิสาหกิจเพื่อสังคม “คะตะลิสต์” ใช้ Business Solution ขับเคลื่อนระบบอาหาร–สุขภาพไทย เชื่อม ESG ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ มุ่งสู่ Smart Food Hub และ Blue Zone พร้อมยกระดับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตในระยะยาว
ตามข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขและองค์การอนามัยโลก เมื่อปี 2562 โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) อาทิ โรคมะเร็ง เบาหวาน ถุงลมโป่งพอง และโรคหัวใจ คือสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทยถึง ร้อยละ 74 หรือประมาณ 400,000 คนต่อปี งบประมาณที่ต้องใช้ในการรักษาโรคไม่ติดต่อเรื้องรัง 139,000 ล้านบาทต่อปี ความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากการสูญเสียความสามารถในการทำงานสูงถึง 1.5 ล้านล้านบาท ส่วนใหญ่ป้องกันได้ด้วยการสร้างเสริมพฤติกรรมที่ดี เช่น การเลิกสูบบุหรี่ การเปลี่ยนอาหาร การออกกำลังกายเป็นต้น

ในขณะที่ปัญหาไม่ได้จบที่สุขภาพมนุษย์ ข้อมูลจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ชี้ว่าภาคปศุสัตว์ผลิตก๊าซเรือนกระจกถึง 14.5% ของการปล่อยก๊าซทั้งโลก และก๊าซมีเทนจากฟาร์มสัตว์สูงถึง 30% ตัวเลขที่ผูกโยงวิกฤตสุขภาพและวิกฤตโลกร้อนเข้าด้วยกัน
คะตะลิสต์ (CATALYST) วิสาหกิจเพื่อสังคม ก่อตั้งปี 2563 เดินหน้าบทบาท “Business Solution” เพื่อขับเคลื่อนระบบอาหารและสุขภาพไทยอย่างยั่งยืน ผ่านแนวคิด One Health · One Welfare · One Planet โดยใช้วิทยาศาสตร์การแพทย์ผสานกลยุทธ์ธุรกิจ มุ่งยกระดับประเทศไทยสู่ Smart Food Hub และวางรากฐาน “Blue Zone” พื้นที่อายุยืนคุณภาพในอนาคต พร้อมเตรียมจัดเวทีระดับนานาชาติ “International Symposium on NCD SMART Food 2026” เพื่อเชื่อมองค์ความรู้สู่การลงมือทำจริง

แกนสำคัญของการขับเคลื่อนอยู่ที่การออกแบบ “ระบบ” มากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะจุด โดยคะตะลิสต์ทำงานร่วมกับภาครัฐ เอกชน และเครือข่ายสาธารณสุข เพื่อสร้างโซลูชันที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ (win-win) ทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่โครงการ Meatless Friday ในโรงเรียน ไปจนถึง Happy Egg ที่ยกระดับมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ และ Smart Food Index ที่ผลักดันอาหารเพื่อสุขภาพเชิงระบบ ซึ่งสะท้อนแนวคิดว่า “อาหาร” คือจุดตัดของ ESG อย่างแท้จริง ทั้ง Health, Climate และ Supply Chain
นพ.วัชระ พุ่มประดิษฐ์ ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการบริหาร บริษัท คะตะลิสต์ จำกัด ระบุว่า
“ตอนผมอยู่ในห้องตรวจ ผมรักษาคนได้ทีละคน แต่ถ้าเราเปลี่ยนระบบได้ เราช่วยคนได้พร้อมกันทีเดียวหลายล้าน” พร้อมชี้ว่า เป้าหมายไม่ใช่เพียงทำให้ไทยเป็น “ครัวของโลก” ในเชิงปริมาณ แต่ต้องเป็นต้นแบบของการกินเพื่อสุขภาพและความยั่งยืนในระดับโลก โดยใช้ Business Solution เป็นเครื่องมือเชื่อม “ความรู้” สู่ “ผลลัพธ์จริง” ทั้งต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว”
ในเชิงกลยุทธ์ คะตะลิสต์กำลังผลักดัน “Smart Food Index” เพื่อสร้างดัชนีวัดคุณภาพอาหารที่เชื่อมโยงทั้งสุขภาพมนุษย์และระบบนิเวศ ควบคู่กับการส่งเสริมแนวคิด Planetary Health Diet ที่เน้นอาหารจากพืชเป็นหลัก เพื่อลดความเสี่ยงโรค NCD และลดแรงกดดันต่อทรัพยากรโลก โดยตั้งเป้าให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านอาหารเพื่อสุขภาพระดับโลก ทั้งในมิติการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจมูลค่าสูง

ขณะเดียวกัน โมเดล Business Solution ของคะตะลิสต์ยังสะท้อนการเปลี่ยนผ่าน ESG จาก “ภาระต้นทุน” ไปสู่ “โอกาสเชิงธุรกิจ” ผ่านการเชื่อมผู้ผลิต เกษตรกร โรงแรม ร้านอาหาร และผู้บริโภคเข้าด้วยกันในห่วงโซ่คุณค่าเดียวกัน เพื่อยกระดับมาตรฐานอาหาร สวัสดิภาพสัตว์ และสุขภาวะของสังคมไทย ซึ่งไม่เพียงสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
ความสำเร็จเชิงประจักษ์ของ CATALYST สะท้อนผ่านโครงการระดับระบบที่เชื่อม “สุขภาพ–สิ่งแวดล้อม–ธุรกิจ” เข้าด้วยกัน โดยโครงการ Meatless Friday ขยายสู่โรงเรียนประถม 100 แห่ง สร้างมื้ออาหารจากพืชกว่า 400,000 มื้อต่อปี ช่วยประหยัดน้ำเทียบเท่า 6 ล้านอ่างอาบน้ำ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเทียบเท่าการเดินทางกว่า 3 ล้านไมล์ ขณะที่โครงการ Happy Egg ผลักดันระบบไข่ไก่ไร้กรง เชื่อมเกษตรกรสู่ตลาดโรงแรม ร้านอาหาร และค้าปลีกกว่า 20 แห่ง สร้างดีมานด์มากกว่า 10 ล้านฟองต่อปี พร้อมพัฒนามาตรฐาน Cage-Free รายแรกในเอเชียสู่ระดับสากล
ในเชิงโครงสร้าง CATALYST ยังร่วมยกระดับมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์และศักยภาพเกษตรกร ผ่านการพัฒนาระบบรับรองและการอบรมเจ้าหน้าที่รัฐในไทยและอินโดนีเซียกว่า 500 คน เพื่อปูทางสู่มาตรฐานระดับชาติ สะท้อนบทบาท “Business Solution” ที่ไม่ใช่แค่โครงการ แต่คือการเปลี่ยนทั้ง ecosystem ของอุตสาหกรรมอาหาร
นพ.วัชระ พุ่มประดิษฐ์ กล่าวในท้ายที่สุด ประเทศไทยไม่ใช่แค่ครัวของโลก แต่ควรเป็นแบบอย่างของการกินเพื่อสุขภาพและอายุยืน ซึ่งสัมมนาออนไลน์ระดับนานาชาติ International Symposium on NCD SMART Food 2026 วันที่ 7 เมษายน 2569 เพื่อร่วมขับเคลื่อนสังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน




