ตุลาคม 24,2026…จากฐานงานน่านแซนด์บ็อกซ์ สู่ความร่วมมือธนาคารโลก–มูลนิธิกสิกรไทย–สภาพัฒน์ นำร่อง Natural Capital Accounting (NCA)ในจังหวัดน่าน เปิดโจทย์สำคัญว่า คุณค่าของป่าที่ฟื้นคืนจะถูกนำไปใช้ตัดสินใจลงทุนและสนับสนุนชุมชนผู้ดูแลธรรมชาติได้อย่างไร ขณะที่รายละเอียดการประเมินและกลไกระดมทุนยังต้องติดตาม

มูลนิธิกสิกรไทย ร่วมกับ คณะกรรมาธิการการกุศลแห่งเอเชีย (The Commission on Asian Philanthropy) จัดงาน “Asia’s Philanthropic Future: Catalyzing Growth and Partnership” ในฐานะงานคู่ขนานอย่างเป็นทางการ (Official Side Event) ของการประชุมประจำปีกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026) โดยได้รับเกียรติจากผู้กำหนดนโยบายระดับสูง ผู้นำด้านการพัฒนาระดับโลก องค์กรการกุศล ตลอดจนผู้บริหารภาคธุรกิจกว่า 100 ท่าน เพื่อสนับสนุนกลไกในการขับเคลื่อนความร่วมมือของทุกภาคส่วน
ภายในงานยังมีการเปิดตัวรายงานฉบับเฉพาะกาล (Interim Report) ของคณะกรรมาธิการฯ ฉบับภาษาไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งรายงานดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของเงินทุนเพื่อการกุศลในภูมิภาคที่จะช่วยสนับสนุนวาระการพัฒนาแห่งชาติ โดยจากการประมาณการของคณะกรรมาธิการ พบว่ายอดเงินบริจาคภายในเขตอำนาจรัฐภายในขอบเขตของคณะกรรมาธิการมีมูลค่ารวมสูงถึง 1.9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.9 ล้านล้านบาท) ณ ปี 2567 ซึ่งคิดเป็นมูลค่าเทียบเท่ากว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 35 ล้านบาท) ภายในทศวรรษข้างหน้า

นอกจากนี้ รายงานฉบับนี้ยังนำเสนอข้อมูลและแนวปฏิบัติ (playbook) ภายใต้บริบทของประเทศและเขตเศรษฐกิจต่าง ๆ ในภูมิภาคให้แก่ผู้กำหนดนโยบายและองค์กรการกุศลของไทย เพื่อให้การบริจาคเพื่อการกุศลสามารถสอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาของประเทศได้ดียิ่งขึ้น
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้นำเสนอประเด็นความต้องการด้านการพัฒนาของประเทศ (Demand Side) ซึ่งเป็นด้านที่ความร่วมมือเพื่อ “สาธารณกุศล” มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยได้เน้นย้ำถึงประเด็นสำคัญ ได้แก่ การรักษาธรรมชาติและพัฒนาชุมชนฐานราก ซึ่งเป็นด้านที่เงินทุนภาคเอกชนที่มีความยืดหยุ่นและมุ่งสนับสนุนผลลัพธ์ในระยะยาว สามารถช่วยต่อยอดและขยายผลโครงการริเริ่มของภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย และหน่วยงานด้านนวัตกรรม จะมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงการสนับสนุนเพื่อสาธารณกุศลให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการพัฒนาบุคลากรที่มีศักยภาพและการสร้างแนวทางแก้ไขปัญหาที่สามารถขยายผลได้ในวงกว้าง”

กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการมูลนิธิกสิกรไทย กล่าวว่า เจตนารมณ์ที่ดีจะสร้างผลลัพธ์ได้กว้างไกลยิ่งขึ้น เมื่อมีระบบที่ดีคอยสนับสนุน และจากการดำเนินงานของมูลนิธิกสิกรไทย ผสานความร่วมมือกับคณะกรรมาธิการการกุศลแห่งเอเชีย เรากำลังนำองค์ความรู้ระดับภูมิภาคเข้ามาสู่การหารือที่ตอบโจทย์บริบทของประเทศ พร้อมนำศักยภาพและเครือข่ายที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน มาร่วมแก้ไขความท้าทายที่สำคัญที่สุดของสังคมไทย
ดร. กาเบรียล เหลียง ผู้อำนวยการ Institute of Philanthropy และ อิชิโร คาบาซาวะ กรรมการบริหารมูลนิธินิปปอน ในฐานะประธานร่วม (Co-Convenors) ของคณะกรรมาธิการการกุศลแห่งเอเชีย เน้นย้ำถึงการใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ร่วมกันและเครือข่ายระดับภูมิภาคที่คณะกรรมาธิการฯ สร้างขึ้น เพื่อหนุนเสริมความร่วมมือและการลงมือปฏิบัติทั่วเอเชีย ขณะที่ ดร. เซียว ลี่หมิง เลขาธิการ Tencent Charity Foundation ยกตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเชื่อมโยงชุมชนและลดต้นทุนความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ โดยอาศัยความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างภาคธุรกิจ ภาครัฐ และองค์กรทางสังคม เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและความยืดหยุ่นของสังคมในระยะยาว

บัณฑูร ล่ำซำ ประธานกิตติคุณ ธนาคารกสิกรไทย ได้นำเสนอโมเดล “น่านแซนด์บอกซ์” (Nan Sandbox) สะท้อนให้เห็นถึงการนำศักยภาพและความเชี่ยวชาญของภาคธุรกิจมาสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่น เพื่อเชื่อมโยงการฟื้นฟูผืนป่าเข้ากับการสร้างอาชีพที่ยั่งยืนของคนในพื้นที่ การศึกษาของเยาวชน และการดูแลสุขภาพของชุมชน
“การดำเนินงานของโครงการน่านแซนด์บอกซ์ นับเป็นต้นแบบสำคัญในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกป่า และการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศต่อไป”
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการเสวนาระดับสูง โดยได้รับเกียรติจาก อาร์ตูโร ฟรังโก ผู้อำนวยการสำนักงานกลยุทธ์กลุ่ม ธนาคารโลก ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) NG Boon Heong กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิเทมาเส็ก และ Siti Kamariah Ahmad Subki กรรมการผู้จัดการและทรัสตี มูลนิธิยาซัน ฮาซานาห์ ซึ่งผู้ร่วมเสวนาเห็นพ้องว่า

“คุณค่าที่แท้จริงของงานการกุศลนั้นไปไกลกว่าการให้ทุน โดยอยู่ที่การนำสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ตัวเงิน เช่น เครือข่ายของภาคธุรกิจและความไว้วางใจจากชุมชน มาใช้ประสานทรัพยากรและหนุนเสริมการดำเนินงานของภาครัฐ การต่อยอดโครงการนำร่องในระดับท้องถิ่นที่ประสบความสำเร็จไปสู่แนวทางแก้ไขในระดับระบบอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือตั้งแต่เนิ่น ๆ ระหว่างภาคเอกชน ชุมชน และภาครัฐ เพื่อวางแนวทางการจัดหาเงินทุนระยะยาวที่เป็นไปได้จริง”
งานปิดท้ายด้วยการกล่าวสุนทรพจน์พิเศษโดยเฉิน กว่างเจ๋อ รองประธานฝ่าย Planet กลุ่มธนาคารโลก ซึ่งได้กล่าวถึงความร่วมมือสำคัญระหว่างธนาคารโลก มูลนิธิกสิกรไทย และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในการนำร่องจัดทำบัญชีทุนธรรมชาติ (Natural Capital Accounting) ในจังหวัดน่าน

“งานการกุศลมีศักยภาพเฉพาะตัวในการทดลองสิ่งใหม่ บ่มเพาะความสัมพันธ์กับชุมชน และสร้างหลักฐานเชิงประจักษ์ที่จำเป็นต่อการดึงดูดเงินทุนจากภาครัฐและภาคเอกชนในวงกว้างยิ่งขึ้น” เฉินกล่าวในท้ายที่สุด
SD Perspectives | Thailand’s Sustainability & Business Strategy Media
สำนักข่าวและสื่อวิเคราะห์ด้าน Sustainability และ Business Strategy ของประเทศไทย นำเสนอข่าวสาร บทวิเคราะห์ และประเด็นสำคัญด้าน ESG, Nature & Biodiversity, Sustainable Finance, Business Strategy และ DEI เพื่อช่วยผู้บริหาร นักลงทุน และองค์กรไทย เข้าใจความเสี่ยง โอกาส และทิศทางการแข่งขันใหม่ของโลกธุรกิจในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม



