กันยายน 23,2026…เมื่อชีวิตยืนยาวขึ้น ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและเงินหลังเกษียณต้องยืนระยะตาม “เมืองไทยประกันชีวิต” เปิดแบบประกันบำนาญยุคใหม่ที่ปรับตามแผนชีวิตได้ พร้อมเชื่อมเครือข่ายบริการดูแลผู้สูงวัย 44 แห่ง
การมีอายุยืนขึ้นเป็นข่าวดี แต่จำนวนปีที่เพิ่มขึ้นอาจมาพร้อมค่ารักษาพยาบาล การดูแลเมื่อช่วยเหลือตัวเองได้น้อยลง และความจำเป็นต้องมีรายได้หลังเกษียณนานกว่าเดิม โจทย์ Longevity จึงเชื่อม3 เรื่องเข้าด้วยกัน คือ Lifespan หรือระยะเวลาที่มีชีวิต Healthspan หรือช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี และ Wealthspan หรือความพร้อมทางการเงินตลอดชีวิต

แรงกดดันนี้ปรากฏทั้งในระดับครัวเรือนและระบบสุขภาพ มีบทวิเคราะห์ระบุว่า ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ภาครัฐอาจเผชิญข้อจำกัดทางการคลังมากขึ้นในระยะข้างหน้า

สาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ของไทยอยู่ที่ 10.8% ในปี 2025 และคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 10.8% ในปี 2026 ตัวเลขดังกล่าวทำให้การเตรียมเงินเพื่อสุขภาพกลายเป็นเรื่องที่ต้องคิดควบคู่กับเงินเกษียณ
Longevity
เมื่อมิติ S และ G ของ ESG เข้าไปอยู่ในธุรกิจ
สาระกล่าวว่า บริษัทกำลังขยายแนวทางดูแลลูกค้าจากความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพไปสู่ Longevity Ecosystem ที่เชื่อมการวางแผนการเงินกับบริการดูแลในวัยสูงอายุ

“การขับเคลื่อน Longevity ในกรอบ ESG มีความเชื่อมโยงกับมิติ S และ G อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการทำให้ผู้สูงวัยมีความมั่นคง สามารถดูแลและตัดสินใจเรื่องชีวิตของตนเองได้อย่างมีศักดิ์ศรี แม้ลูกหลานจะพร้อมให้การดูแล แต่ผู้สูงวัยจำนวนมากต้องการพึ่งพาตนเองและไม่ต้องการเป็นภาระของครอบครัว”
แนวคิดดังกล่าวจึงถูกนำเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ การบริหารเงินหลังเกษียณ ไปจนถึงบริการ Home Care, Senior Living และ Nursing Home เพื่อช่วยลดภาระของครอบครัวและร่วมสร้างสังคมสูงวัยที่ยั่งยืน
ในมุมนี้ Longevity จึงกว้างกว่าการมีอายุยืนหรือการขายแบบประกันบำนาญ แต่ครอบคลุมสิทธิในการเลือกว่าจะใช้ชีวิตอย่างไร จะรับการดูแลที่ไหน และจะจัดการค่าใช้จ่ายในช่วงที่อาจไม่สามารถบริหารเงินด้วยตนเองได้อย่างไร การนำโจทย์เหล่านี้เข้าไปอยู่ในผลิตภัณฑ์และบริการ สะท้อนความพยายามเปลี่ยน ESG จากกิจกรรมเพื่อสังคมที่แยกออกจากธุรกิจ ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิธีดำเนินธุรกิจโดยตรง
จากประกันบำนาญ
สู่แผนชีวิตที่เปลี่ยนได้

สาระอธิบายถึงการยกระดับสร้าง Longevity Ecosystem ครั้งสำคัญหนึ่งในส่วนที่เปิดตัวคือ Muang Thai Flexi Retire Series แบบประกันบำนาญที่ให้ลูกค้าเลือกวิธีชำระเบี้ย อายุเริ่มรับบำนาญ และรูปแบบการรับเงินเป็นรายเดือนหรือรายปี โดยแบบประกันที่เข้าเงื่อนไขสามารถเลือกเริ่มรับบำนาญได้เมื่ออายุ 55, 60, 65 หรือ 70 ปี บางแบบยังสามารถปรับอายุเริ่มรับบำนาญภายหลัง เพื่อรองรับผู้ที่ต้องการทำงานต่อหรือมีแผนเกษียณเปลี่ยนไปจากเดิม
อย่างไรก็ตาม ความยืดหยุ่นดังกล่าวมีเงื่อนไขแตกต่างกันตามแบบประกัน เอกสารของบริษัทระบุว่า การเปลี่ยนอายุเริ่มรับบำนาญทำได้เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่กำหนด หลังชำระเบี้ยครบและแจ้งล่วงหน้า 30 วันทำการ มีค่าดำเนินการ 300 บาท และการเปลี่ยนแปลงอาจส่งผลต่อจำนวนเงินเอาประกันภัย ผลิตภัณฑ์ชุดนี้มีกำหนดเริ่มจำหน่ายวันที่ 1 ตุลาคม 2569
ทั้งนี้ ความยืดหยุ่นของอายุเริ่มรับบำนาญสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของเส้นทางชีวิตคนรุ่นใหม่ เพราะการเกษียณอาจไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันที่อายุ 55 หรือ 60 ปี บางคนยังต้องการทำงานต่อ ขณะที่บางคนอาจจำเป็นต้องหยุดทำงานเร็วกว่าที่วางแผนไว้จากปัญหาสุขภาพหรือภาระครอบครัว การออกแบบรายได้หลังเกษียณจึงต้องรองรับชีวิตที่เปลี่ยนแปลงได้มากขึ้น
เมื่อเงินบำนาญต้องเชื่อมถึงการดูแล
Senior Living และ Nursing Home
สาระกล่าวต่อเนื่องถึงอีกส่วนของแผน คือเครือข่ายพันธมิตรด้าน Senior Living และ Nursing Home จำนวน 44 แห่ง ตามรายชื่อที่บริษัทเปิดเผย บริการในเครือข่ายครอบคลุมทั้งที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัย การดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิง การฟื้นฟูหลังออกจากโรงพยาบาล ตลอดจนบริการสำหรับผู้ที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด
สำหรับผู้ถือกรมธรรม์บำนาญที่เข้ารับบริการบ้านพักผู้สูงอายุในเครือข่าย บริษัทระบุว่าสามารถแจ้งความประสงค์ให้จ่ายเงินบำนาญแก่สถานบริการโดยตรงได้ แนวทางนี้เชื่อมรายได้หลังเกษียณเข้ากับค่าใช้จ่ายในการดูแล ซึ่งเป็นภาระที่หลายครอบครัวต้องเตรียมรับมือเมื่อสมาชิกมีอายุยืนขึ้น แต่ความสามารถในการดูแลตัวเองลดลง
กลไกดังกล่าวยังช่วยรองรับช่วงเวลาที่ผู้สูงวัยอาจไม่สะดวกหรือไม่สามารถบริหารเงินด้วยตนเอง โดยเปิดทางให้การวางแผนทางการเงินเชื่อมต่อกับบริการดูแลได้ล่วงหน้า นี่เป็นจุดที่ Wealthspan เริ่มทำงานร่วมกับ Healthspan อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
“การเปิดตัว Muang Thai Flexi Retire Series และการผนึกกำลังกับพันธมิตรที่ครอบคลุมในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการ แต่คือเจตนารมณ์อันมุ่งมั่นในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการวางแผนเกษียณที่แข็งแกร่ง เพื่อยืนหยัดเป็นหลักประกันอันมั่นคง และร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยสู่การมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน” สาระ กล่าวในท้ายที่สุด

นับเป็น 1 ประเด็นสำคัญของ Social Sustainability เพราะสังคมสูงวัยที่ยั่งยืนต้องทำให้ชีวิตที่ยืนยาวมาพร้อมสุขภาพ ความมั่นคงทางการเงิน และสิทธิในการเลือกวิถีชีวิตของตนเองอย่างมีศักดิ์ศรีด้วย
SD Perspectives | Thailand’s Sustainability & Business Strategy Media
สำนักข่าวและสื่อวิเคราะห์ด้าน Sustainability และ Business Strategy ของประเทศไทย นำเสนอข่าวสาร บทวิเคราะห์ และประเด็นสำคัญด้าน ESG, Nature & Biodiversity, Sustainable Finance, Business Strategy และ DEI เพื่อช่วยผู้บริหาร นักลงทุน และองค์กรไทย เข้าใจความเสี่ยง โอกาส และทิศทางการแข่งขันใหม่ของโลกธุรกิจในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม



