อินโดนีเซียเดินหน้า Biodiversity Credit จากแนวคิดสู่พื้นที่จริง ใช้ 13 อุทยานแห่งชาติและ 2 พื้นที่อนุรักษ์ Species Landscape เป็นพื้นที่นำร่อง ทดลองโมเดลการเงินเพื่อธรรมชาติ อินโดนีเซียเดินหน้า Biodiversity Credit จากแนวคิดสู่พื้นที่จริง ใช้ 13 อุทยานแห่งชาติและ 2 พื้นที่อนุรักษ์ Species Landscape เป็นพื้นที่นำร่อง ทดลองโมเดลการเงินเพื่อธรรมชาติ

อินโดฯ ใช้ 13 อทช.เป็น Sandbox ทดลอง Biodiversity Credit

เปลี่ยนผลลัพธ์การอนุรักษ์ให้ดึงเงินเอกชน เมื่อ “ธรรมชาติ” ต้องมีแหล่งทุนใหม่

กันยายน 17,2026…อินโดนีเซียเดินหน้า Biodiversity Credit จากแนวคิดสู่พื้นที่จริง ใช้ 13 อุทยานแห่งชาติและ 2 พื้นที่อนุรักษ์ Species Landscape เป็นพื้นที่นำร่อง ทดลองโมเดลการเงินเพื่อธรรมชาติ ท่ามกลางโจทย์ใหญ่ที่งบประมาณปัจจุบันครอบคลุมเพียงราว 26% ของความต้องการที่เหมาะสมในการบริหารอุทยานแห่งชาติ พร้อมเร่งสร้างกติกา การวัดผล และกรอบกฎหมาย เพื่อให้เงินเอกชนเข้ามาสนับสนุนธรรมชาติได้ โดยไม่ทำให้การอนุรักษ์กลายเป็นเพียงสินทรัพย์สำหรับซื้อขาย

อินโดนีเซียกำลังขยับ Biodiversity Credit เข้าใกล้การใช้งานจริง หลังคณะทำงานด้านนวัตกรรมการเงินและการบริหารอุทยานแห่งชาติหารือเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026 ถึงการพัฒนาเครื่องมือที่จะเชื่อม “ผลลัพธ์การอนุรักษ์ที่วัดได้” กับ “แหล่งเงินทุนใหม่” โดยเฉพาะเงินจากภาคเอกชนที่ต้องการสนับสนุนผลลัพธ์ด้าน Nature & Biodiversity ที่สามารถตรวจสอบได้ กระทรวงป่าไม้อินโดนีเซียระบุว่าอยู่ระหว่างจัดทำทั้งกรอบกำกับดูแลและฐานกฎหมาย ตั้งแต่การใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพ การอนุญาต การคัดเลือกพื้นที่ ไปจนถึงโครงสร้างรายได้ของรัฐ

สิ่งที่ทำให้โมเดลนี้น่าจับตาคือ อินโดนีเซียไม่ได้เริ่มจากการสร้าง “ตลาดเครดิต” เพียงอย่างเดียว แต่มี พื้นที่จริงเป็นสนามทดลอง โดยกำหนดอุทยานแห่งชาติ 13 แห่ง ได้แก่ Gunung Leuser, Ujung Kulon, Way Kambas, Sebangau, Tanjung Puting, Komodo, Wakatobi, Lorentz, Gunung Rinjani, Bromo Tengger Semeru, Manusela, Mutis Timau และ Mamberamo Foja รวมถึงอีก 2 landscape สำหรับอนุรักษ์สัตว์ชนิดสำคัญ แต่ละพื้นที่สามารถพัฒนาโมเดลการเงินให้เหมาะกับระบบนิเวศ ศักยภาพคาร์บอน สภาพชุมชน และความต้องการในการบริหารที่แตกต่างกัน จึงมีลักษณะคล้าย “Nature Finance Sandbox” ที่ทดลองว่าเครื่องมือทางการเงินแบบใดเหมาะกับธรรมชาติแต่ละแบบ มากกว่าการบังคับใช้โมเดลเดียวทั่วประเทศ

เบื้องหลังการทดลองคือ Funding Gap ที่ชัดเจน อินโดนีเซียมีอุทยานแห่งชาติทั้งหมด 57 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 27 ล้านเฮกตาร์ แต่รัฐบาลระบุว่าเงินทุนที่มีอยู่ครอบคลุมเพียงประมาณ 26% ของระดับที่เหมาะสมสำหรับการบริหารจัดการอุทยาน ทำให้ต้องหาแหล่งเงินนอกงบประมาณรัฐ ตั้งแต่ Biodiversity Credit, Carbon Finance, เงินเพื่อการกุศล, Responsible Private Investment, Sustainable Tourism ไปจนถึงธุรกิจที่อาศัยฐานทรัพยากรธรรมชาติ โดยรัฐบาลย้ำว่า Biodiversity Credit จะเป็นเพียงหนึ่งใน portfolio ของ Conservation Finance ไม่ใช่คำตอบเดียว


แนวคิดคล้าย Carbon Credit ตรงที่พยายามทำให้ “ผลลัพธ์” สามารถวัดและเชื่อมกับเงินทุนได้ แต่ Biodiversity ซับซ้อนกว่าคาร์บอนมาก เพราะธรรมชาติไม่สามารถลดทอนเหลือหน่วยเดียวอย่างตัน CO₂ ได้ง่าย ๆ ผลลัพธ์อาจหมายถึงการปกป้องชนิดพันธุ์ การฟื้นฟูระบบนิเวศ หรือการเพิ่มคุณภาพของถิ่นที่อยู่อาศัย และต้องพิสูจน์ว่าเกิดผลเพิ่มเติมจากสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามปกติจริง ข้อมูลของ Bappenas แบ่งแนวทาง Biodiversity Credit ที่กำลังศึกษาเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ Uplift จากการฟื้นฟูระบบนิเวศ, Conserve เพื่อรักษาระบบนิเวศที่ยังสมบูรณ์ และ Avoided Loss เพื่อป้องกันการสูญเสียธรรมชาติ

อินโดนีเซียจึงย้ำเรื่อง High Integrity ตั้งแต่ต้น กระทรวงป่าไม้ระบุว่า Biodiversity Credit ไม่ควรถูกมองเพียงเป็น Financial Asset แต่เป็นเครื่องมือของ Natural Capital ที่ต้องทำให้เงินลงทุนกลับไปสร้างผลลัพธ์ระยะยาวแก่ป่าฝนและชุมชนผู้ดูแลธรรมชาติ ขณะที่แนวทางของรัฐบาลก่อนหน้านี้กำหนดหลักสำคัญว่า “Ecological Before Tourism” หรือคุณค่าของอุทยานไม่ได้เพิ่มขึ้นเพราะมีนักท่องเที่ยวมากขึ้น แต่เพิ่มขึ้นเมื่อระบบนิเวศได้รับการรักษาให้ดีขึ้น

เรียบเรียงจาก 1 , 2 , 3